
กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ณ เมืองปาฏลีบุตร อันเป็นเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ของแคว้นมคธ มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า สัญชัยวที เขาเป็นผู้ที่มีความรู้แตกฉานในไตรเพท และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วว่าเป็นผู้ที่ฉลาดเฉลียว มีปฏิภาณในการตอบคำถามต่างๆ ได้อย่างชาญฉลาด
พราหมณ์สัญชัยวทีมีความภูมิใจในความรู้ของตนเองเป็นอย่างมาก เขามักจะโอ้อวดความรู้ให้ผู้อื่นฟังอยู่เสมอ และมักจะดูถูกผู้อื่นที่ด้อยความรู้กว่า
วันหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงทราบถึงกิตติศัพท์ของพราหมณ์สัญชัยวที จึงทรงมีพุทธประสงค์จะแสดงธรรมโปรดเขา
พระองค์ทรงรับภัตตาหารจากคฤหบดีผู้หนึ่ง แล้วเสด็จไปยังสำนักของพราหมณ์สัญชัยวที
เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาถึง พราหมณ์สัญชัยวทีก็รีบลุกขึ้นต้อนรับด้วยความนอบน้อม
“ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า” พราหมณ์สัญชัยวทีทูล “ข้าพระองค์ได้ยินกิตติศัพท์ของพระองค์มานานแล้ว วันนี้ได้มีโอกาสเข้าเฝ้า ถือเป็นเกียรติอันสูงสุด”
พระพุทธเจ้าทรงแย้มพระสรวล “เรามาเพื่อจะสนทนาธรรมกับท่าน”
ทั้งสองพระองค์ทรงสนทนากันไปมา พราหมณ์สัญชัยวทีได้ซักถามปัญหาต่างๆ นานา ซึ่งพระพุทธเจ้าก็ทรงตอบได้อย่างชัดเจนและลึกซึ้ง
เมื่อสนทนาธรรมกันไปสักพัก พระพุทธเจ้าก็ทรงตรัสถามพราหมณ์สัญชัยวทีว่า “ท่านมีความรู้ในไตรเพทเป็นอย่างดี ท่านจงบอกเรามาว่า สิ่งใดเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต?”
พราหมณ์สัญชัยวทีได้คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบอย่างมั่นใจ “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตคือ ความรู้”
พระพุทธเจ้าทรงแย้มพระสรวล “ถูกต้องแล้ว ท่านพราหมณ์ ความรู้เป็นสิ่งมีค่า แต่หากเราไม่มีปัญญาในการนำความรู้นั้นมาใช้ ก็อาจนำพาเราไปสู่ความหายนะได้”
หลังจากนั้น พระพุทธเจ้าก็ทรงเสด็จกลับ
วันต่อมา พระพุทธเจ้าทรงรับนิมนต์ไปฉันภัตตาหารที่อื่นอีกครั้งหนึ่ง
คราวนี้ ทรงพบกับนักปราชญ์ผู้หนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการทำนายทายทัก
นักปราชญ์ผู้นั้นได้ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า สิ่งใดเล่า คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต?”
พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า “สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต คือ การรู้จักประมาณตน”
นักปราชญ์ผู้นั้นฟังแล้วก็เกิดความสงสัย จึงทูลถามต่อไปว่า “ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นเล่าพระเจ้าข้า?”
พระพุทธเจ้าตรัสว่า “การรู้จักประมาณตน คือ การรู้จักว่าตนเองนั้นมีความสามารถเพียงใด มีความรู้เพียงใด ไม่โอ้อวดหรือดูถูกผู้อื่น หากเรารู้จักประมาณตน เราจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและไม่เบียดเบียนผู้อื่น”
วันต่อมา พระพุทธเจ้าทรงรับนิมนต์ไปฉันภัตตาหารที่บ้านของเศรษฐีผู้หนึ่ง
เศรษฐีผู้นั้นได้ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า สิ่งใดเล่า คือสิ่งที่ทำให้ชีวิตนี้สมบูรณ์?”
พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า “สิ่งที่ทำให้ชีวิตนี้สมบูรณ์ คือ การมีสติ”
เศรษฐีผู้นั้นได้ฟังดังนั้น ก็เกิดความเลื่อมใส
หลังจากนั้น พระพุทธเจ้าก็ได้ทรงแสดงธรรมเกี่ยวกับโทษของการไม่รู้จักประมาณตน
พระองค์ตรัสว่า “ผู้ใดไม่รู้จักประมาณตน ย่อมเป็นผู้ที่หลงใหลในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ คิดว่าตนเองนั้นเก่งกาจเหนือผู้อื่น ไม่ยอมรับฟังคำแนะนำของใคร และมักจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น”
พระพุทธเจ้าทรงยกตัวอย่างพราหมณ์สัญชัยวที ซึ่งมีความรู้มาก แต่กลับไม่รู้จักประมาณตน หลงในความรู้ของตนเอง จนทำให้ตนเองดูหมิ่นผู้อื่น
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การรู้จักประมาณตนเอง เป็นคุณธรรมที่สำคัญอย่างยิ่ง ช่วยให้เราดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง ไม่หลงผิด ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และเป็นที่รักของคนทั่วไป.
— In-Article Ad —
การรู้จักประมาณตนเองเป็นคุณธรรมสำคัญ ช่วยให้ดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง ไม่หลงผิด และเป็นที่รัก.
บารมีที่บำเพ็ญ: อุเบกขาบารมี
— Ad Space (728x90) —
429นวกนิบาตมุสิกชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นอันรุ่งเรืองแห่งหนึ่ง มีพราหมณ์ผู้หนึ่งซึ่งมีความศรัทธาใน...
💡 ความเมตตาต่อสรรพสัตว์เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่นำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง การเห็นแก่ตัวแม้เพียงเล็กน้อย อาจนำมาซึ่งความทุกข์ทรมานอันใหญ่หลวง การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ ย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสงบสุขแก่ตนเองและสังคม
137เอกนิบาตสุกรชาดกในยุคสมัยหนึ่ง ณ แคว้นมคธอันไพบูลย์ มีเมืองใหญ่แห่งหนึ่งชื่อว่า ‘ราชคฤห์’ เป็นเมืองที่อุดมสม...
💡 ความกล้าหาญที่แท้จริง คือการเผชิญหน้ากับความกลัว และการเปิดเผยความจริง แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย ก็อาจนำมาซึ่งผลอันยิ่งใหญ่
70เอกนิบาตกุรุงคชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระพุทธเจ้าของเรายังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ เมื่อครั้งที่พระ...
💡 แม้จะอยู่ในสถานการณ์อันตราย ก็ไม่ควรละทิ้งความเมตตาต่อผู้อื่น และการเสียสละเพื่อผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งผลดีในที่สุด
31เอกนิบาตกษัตริย์ผู้ทรงเสียสละเพื่อพสกนิกรณ อาณาจักรมหาวัน อันเป็นอาณาจักรที่กว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์ แต่กลับต...
💡 การเสียสละเพื่อส่วนรวมย่อมเป็นที่จดจำและเป็นมหากุศล
20เอกนิบาตอัมพชาดก ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชพรรณธัญญาหารอันงอกงาม ท่ามกลางป่าอันเขียวชอุ่ม มีต้น...
💡 การกระทำที่เห็นแก่ตัว โลภโมโทสัน และไม่รู้จักประมาณตน ย่อมนำมาซึ่งหายนะและเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น การมีสติ รู้จักแบ่งปัน และการอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี คือหนทางสู่ความสงบสุขที่ยั่งยืน
6เอกนิบาตในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของ...
💡 ความดีงามที่แท้จริงนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชาติกำเนิด หรือตำแหน่งหน้าที่ แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำ และจิตใจของเรา การร่วมมือกันด้วยความเข้าใจ และความปรองดอง สามารถแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน และนำมาซึ่งความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง.
— Multiplex Ad —