
กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ณ กรุงสาวัตถี พระพุทธเจ้าทรงพระมหากรุณาธิคุณ เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว แต่เหล่าพุทธบริษัททั้งหลายยังคงระลึกถึงพระองค์อยู่เสมอ
ในสมัยนั้น มีภิกษุรูปหนึ่งนามว่า พระสัญชีวกะ ท่านเป็นพระที่มีความเฉลียวฉลาด มีปฏิภาณไหวพริบเป็นเลิศ สามารถเทศนาสั่งสอนธรรมะได้อย่างลึกซึ้งกินใจ ผู้คนต่างเลื่อมใสในปฏิปทาและวัตรปฏิบัติของท่าน
แต่ทว่า พระสัญชีวกะก็มีข้อบกพร่องประการหนึ่ง คือ ท่านมีความประมาทเลินเล่ออยู่บ้างในบางครั้ง โดยเฉพาะในเรื่องของการรักษาความสะอาดและวินัยบางประการ
วันหนึ่ง พระสัญชีวกะได้เดินทางไปบิณฑบาตในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เมื่อท่านเดินผ่านบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งมีหญิงสาวงามผู้หนึ่ง กำลังนั่งแต่งหน้าอยู่ริมหน้าต่าง
หญิงสาวผู้นั้นเมื่อเห็นพระสัญชีวกะเดินผ่าน ก็เกิดความกำหนัดในกาม เธอจึงแอบหยิบดอกไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วโยนออกมาหมายจะให้ถูกพระสัญชีวกะ
แต่ด้วยความบังเอิญ ลูกดอกไม้นั้นกลับตกอยู่บริเวณที่พระสัญชีวกะกำลังจะเดินผ่านพอดี
พระสัญชีวกะเมื่อเห็นดอกไม้ตกอยู่ ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ท่านเพียงแค่เดินเหยียบย่ำดอกไม้นั้นไปโดยไม่ใส่ใจ
แต่ทว่า ดอกไม้นั้นได้ถูกกลีบดอกที่แหลมคมบาดเข้าที่ข้อเท้าของท่าน เลือดจึงไหลออกมา
พระสัญชีวกะตกใจมาก รีบดึงเท้าของตนเองขึ้นมามอง ก็เห็นว่ามีเลือดไหลซึมออกมาจากบาดแผล
ขณะนั้นเอง หญิงสาวผู้นั้นก็รีบวิ่งออกมาจากบ้าน
“อภัยให้ข้าพเจ้าด้วยนะคะ ท่านพระคุณเจ้า!” เธอร้องขอ “ข้าพเจ้าไม่ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้”
พระสัญชีวกะมองดูบาดแผลที่ข้อเท้าของตนเอง แล้วก็มองไปยังหญิงสาว
“เจ้าทำร้ายเราได้อย่างไร” พระสัญชีวกะถาม
“ข้าพเจ้าเพียงแค่โยนดอกไม้ไปเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะแหลมคมถึงเพียงนี้” หญิงสาวตอบ
แต่พระสัญชีวกะกลับมองเห็นความผิดของตนเอง “ที่เราบาดเจ็บเช่นนี้ ก็เพราะเราประมาท ไม่ระมัดระวังในการเดิน”
พระสัญชีวกะไม่ได้ตำหนิหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย ท่านกลับหันไปขอให้ชาวบ้านช่วยทำความสะอาดบาดแผลให้
เมื่อท่านกลับถึงวัด พระสัญชีวกะก็ระลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ท่านนั่งพิจารณาธรรม “แม้เราจะเป็นพระภิกษุที่มีความรู้ แต่หากเราประมาทเลินเล่อเพียงเล็กน้อย ก็อาจนำมาซึ่งอันตรายได้”
พระพุทธเจ้าทรงทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงทรงมีพุทธดำรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จงอย่าประมาทในธรรม การไม่ประมาทนั้น เป็นหนทางแห่งความไม่ตาย ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย ผู้ที่ไม่ประมาท ย่อมไม่ตาย ผู้ที่ประมาท ย่อมตาย”
พระพุทธเจ้าทรงยกตัวอย่างเรื่องราวของพระสัญชีวกะ ว่า แม้จะเป็นผู้ที่มีความรู้แตกฉานเพียงใด แต่หากขาดความไม่ประมาท ก็ยังคงประสบอันตรายได้
พระองค์ทรงสอนให้ภิกษุทั้งหลายตั้งอยู่ในความไม่ประมาทในทุกๆ อิริยาบถ การเดิน การนั่ง การกิน การนอน ล้วนต้องมีสติกำกับ
ตั้งแต่นั้นมา พระสัญชีวกะก็ตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาทอย่างเคร่งครัด ท่านหมั่นเจริญสติและพิจารณาธรรมอยู่เสมอ ไม่ยอมให้ความประมาทเข้ามาครอบงำจิตใจได้อีก
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความประมาทเป็นอันตรายที่มองไม่เห็น แม้แต่ผู้ที่มีสติปัญญาก็อาจตกเป็นเหยื่อของความประมาทได้ การตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาท คือหนทางแห่งความปลอดภัยและความเจริญ.
— In-Article Ad —
ความประมาทเป็นอันตรายที่มองไม่เห็น แม้ผู้มีปัญญาก็อาจตกเป็นเหยื่อได้ การไม่ประมาทคือหนทางแห่งความปลอดภัย.
บารมีที่บำเพ็ญ: วิริยบารมี
— Ad Space (728x90) —
340จตุกกนิบาตเงื่อนไขแห่งชีวิตในยุคสมัยที่ยังไม่มีพระพุทธเจ้า ท่ามกลางอาณาจักรที่รุ่งเรืองนามว่า สุธรรมราษฎร์ ประ...
💡 การรักษาสุขภาพต้องควบคู่ไปกับการดูแลร่างกายและจิตใจ พร้อมด้วยความอดทนและวินัย
365ปัญจกนิบาตสิงคลชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันเป็นที่ตั้งของเมืองราชคฤห์อันรุ่งเรือง ในยุคที่พระโพ...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้เห็นว่า การใช้สติปัญญาและความถูกต้องย่อมสามารถเอาชนะเล่ห์เหลี่ยมและความอิจฉาริษยาได้ การกระทำอันมีคุณธรรมและความเมตตาย่อมนำมาซึ่งความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง
310จตุกกนิบาตอัคคิทัตตชาดก ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งพระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญเพียรเพื่อเป็นพระพุทธเจ้าในภพชาติต...
💡 การให้ทานเป็นการฝึกฝนจิตใจให้ละวางความตระหนี่ และนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง
400สัตตกนิบาตอุทุมพรชาดก: คุณค่าแห่งความดี นานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง บริเวณเชิงเขาแห่งหนึ่ง มีต้นมะเดื่อใ...
💡 คุณค่าที่แท้จริงของสิ่งต่างๆ ไม่ได้อยู่ที่ตัววัตถุเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่เจตนาและใจของผู้ครอบครองหรือผู้ให้ ความดีงามที่แฝงอยู่ในจิตใจ จะส่งผลให้สิ่งต่างๆ รอบตัวเรามีคุณค่าและนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง
89เอกนิบาตอัญชนิชาดกณ กรุงพาราณสีในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น “อัญชนิฤาษี” ผู้ทรงบำเพ็ญพรตอย่างเคร...
💡 ความอดทน การควบคุมอารมณ์ และการมีเมตตาธรรม เป็นคุณธรรมที่สำคัญยิ่ง หากเราละเลยคุณธรรมเหล่านี้ เราก็จะประสบกับความเดือดร้อน การกระทำทุกอย่างย่อมมีผลตามมาเสมอ
142เอกนิบาตสมนกททชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าอันกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งเต็มไปด้วยพฤกษานานาพันธุ์ ร่มรื่นด้ว...
💡 ความโลภไม่เคยนำพามาซึ่งความสุขที่แท้จริง การเบียดเบียนผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ และการรู้จักพอเพียงคือหนทางสู่ความสงบสุข
— Multiplex Ad —