
ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชพรรณธัญญาหารอันงอกงาม ท่ามกลางป่าอันเขียวชอุ่ม มีต้นมะม่วงใหญ่ต้นหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ ลำต้นของมันใหญ่โตเสียจนมนุษย์หลายคนโอบกอดไม่มิด กิ่งก้านสาขาแผ่ขยายปกคลุมพื้นที่กว้างขวาง ยามเมื่อออกดอกสะพรั่ง กลิ่นหอมกรุ่นก็ลอยอบอวลไปทั่วป่า และเมื่อถึงฤดูผลิดอกออกผล ต้นมะม่วงต้นนี้ก็ให้ผลมะม่วงที่หวานฉ่ำ มีรสชาติเลิศล้ำกว่ามะม่วงใดๆ ที่เคยมีมา ผลมะม่วงของมันมีสีเหลืองทองอร่าม เมื่อสุกงอมเต็มที่ก็ยิ่งเพิ่มความน่ารับประทาน
กาลครั้งหนึ่ง เมื่อพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญานกในป่าแห่งนั้น พระองค์มีร่างกายสีทองอร่าม ดวงตาเปล่งประกาย และขนปีกที่แข็งแรงสง่างาม เป็นที่รักใคร่ของหมู่สัตว์ทั้งหลายในป่า พญานกอาศัยอยู่บนต้นมะม่วงใหญ่นี้มานานแสนนาน ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ได้เห็นต้นมะม่วงผลิดอกออกผล และได้ลิ้มรสความหวานอร่อยของผลมะม่วงทุกปี
ในป่าแห่งนั้น มีเหล่าลิงฝูงใหญ่อาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน ลิงเหล่านี้มีนิสัยขี้เล่น ซุกซน และตะกละ เมื่อถึงฤดูมะม่วงสุก พวกมันก็จะกรูกันขึ้นไปบนต้นมะม่วง แย่งชิงผลมะม่วงอย่างไม่เป็นระเบียบ บางครั้งก็ดึงผลมะม่วงอย่างรุนแรงจนกิ่งก้านหักเสียหาย บางครั้งก็กินจนพุงกางไม่เหลือที่ให้ใครได้ลิ้มลอง
พญานกโพธิสัตว์เห็นการกระทำของเหล่าลิงเช่นนั้นก็อดเป็นห่วงต้นมะม่วงไม่ได้ ต้นมะม่วงต้นนี้เป็นแหล่งอาหารอันล้ำค่าของสรรพสัตว์ในป่า หากถูกทำลายเสียหมดสิ้น ทุกชีวิตก็จะเดือดร้อน พญานกจึงพยายามเตือนเหล่าลิงอยู่เสมอ
“พี่น้องลิงทั้งหลาย” พญานกเอ่ยเสียงอันกังวาน “โปรดรักษามารยาทในการเก็บผลมะม่วงด้วยเถิด ต้นมะม่วงนี้เป็นของพวกเราทุกคน การที่พวกเจ้าทำลายกิ่งก้านสาขาเช่นนี้ อีกไม่นานต้นมะม่วงก็จะโทรมลง มิหนำซ้ำพวกเจ้ายังกินกันอย่างตะกละตะกลาม ไม่เผื่อแผ่ให้ผู้อื่น”
แต่เหล่าลิงนั้นไม่ฟัง พวกมันมีนิสัยเห็นแก่ตัวและไม่สำนึกในบุญคุณ “เจ้าเป็นเพียงนกตัวเล็กๆ จะมาสั่งสอนพวกข้าผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่างไร” ลิงตัวหนึ่งตอบกลับมาอย่างเย่อหยิ่ง “พวกข้าเป็นผู้ที่แข็งแรงกว่า ใครๆ ก็ต้องเกรงใจพวกข้า”
วันเวลาผ่านไป เหล่าลิงยังคงทำพฤติกรรมเช่นเดิม ทำให้ต้นมะม่วงเริ่มอ่อนแอลง กิ่งก้านหลายกิ่งเริ่มแห้งเหี่ยวไป พญานกโพธิสัตว์รู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก พระองค์ได้แต่เฝ้าดูด้วยความกังวล
ต่อมา มีพรานป่าผู้หนึ่งเดินหลงเข้ามาในป่าแห่งนั้น พรานผู้นี้เป็นคนฉลาดแกมโกง และเป็นที่เลื่องลือว่าหากเขาได้พบสิ่งใดที่ถูกใจ เขาจะต้องได้มันมาเป็นของตนให้ได้ เมื่อพรานป่าได้กลิ่นหอมหวานของมะม่วงโชยมา ก็เดินตามกลิ่นไปจนพบกับต้นมะม่วงมหัศจรรย์
เมื่อพรานป่าเห็นผลมะม่วงสีทองอร่ามที่ห้อยระย้าอยู่บนต้น เขาก็ตาลุกวาวด้วยความปีติยินดี “โอ้โห! มะม่วงอะไรกันนี่ถึงได้งามสะพรั่งเช่นนี้ รสชาติคงจะเลิศล้ำแน่ๆ”
พรานป่าพยายามปีนต้นมะม่วง แต่ก็ปีนไม่ขึ้น เพราะลำต้นนั้นใหญ่เกินกว่ากำลังของเขา เขาจึงหาวิธีอื่น พรานป่าสังเกตเห็นฝูงลิงกำลังเก็บผลมะม่วงอยู่ “ถ้าเราหลอกให้พวกมันโยนผลมะม่วงลงมาให้เรา เราก็จะได้กินมะม่วงอร่อยๆ แล้ว” เขาคิด
พรานป่าจึงแสร้งทำเป็นเข้าไปพูดคุยกับเหล่าลิง “สวัสดีสหายทั้งหลาย ข้ามาขอแบ่งปันความสุขจากการได้ลิ้มรสมะม่วงอันเลิศรสนี้”
เหล่าลิงได้ยินดังนั้นก็หัวเราะ “ฮ่าๆ พรานเอ๋ย เจ้าจะปีนขึ้นมาเองไม่ได้ดอกหรือ” ลิงตัวหนึ่งกล่าว “แต่หากเจ้าอยากได้ เราจะโยนให้ แต่เจ้าต้องตอบคำถามของเราให้ได้เสียก่อน”
พรานป่าหน้าทะเล้น “ได้เลย! ถามมาเถอะ”
ลิงตัวหนึ่งยื่นมะม่วงลูกหนึ่งให้พราน แล้วถามว่า “ถ้าเจ้ากินมะม่วงลูกนี้แล้ว มะม่วงลูกต่อไปจะหวานกว่าลูกเดิมหรือไม่”
พรานป่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าข้ากินมะม่วงลูกนี้จนหมด แล้วยังอยากจะกินอีก นั่นแสดงว่าลูกต่อไปต้องหวานกว่าลูกนี้แน่ๆ”
เหล่าลิงปรบมือชอบใจ “เก่งมาก! คำตอบนี้ผ่าน”
ลิงอีกตัวยื่นมะม่วงอีกลูกให้ “ถ้าเจ้ามีผลมะม่วงสองลูกนี้อยู่ในมือ แล้วมีคนมาขอไปหนึ่งลูก เจ้าจะให้เขาไปหรือไม่”
พรานป่าคิดอีกครั้ง “ถ้าคนที่มาขอเป็นคนที่ข้าไม่รู้จัก หรือไม่น่าไว้วางใจ ข้าก็จะไม่ให้ แต่ถ้าเป็นคนที่ข้ารักและไว้ใจ ข้าย่อมจะแบ่งปันให้”
เหล่าลิงยิ่งชอบใจ “ยอดเยี่ยม! คำตอบนี้ก็ผ่าน”
ลิงตัวสุดท้ายยื่นมะม่วงลูกหนึ่งให้ “ถ้าเจ้าได้กินมะม่วงลูกนี้แล้ว เจ้าจะรู้สึกอย่างไร”
พรานป่าตอบทันที “ข้าจะรู้สึกมีความสุขอย่างยิ่ง เพราะข้าจะได้ลิ้มรสชาติอันเลิศของมะม่วงที่ข้าตามหา”
เหล่าลิงโห่ร้องด้วยความยินดี “เจ้าตอบได้ทุกข้อ! เอาไปเลย มะม่วงทั้งหมดที่เจ้าจะเก็บได้”
เหล่าลิงก็เริ่มโยนมะม่วงลงมาจากต้น พรานป่าก็เก็บเกี่ยวผลมะม่วงที่ร่วงหล่นลงมาอย่างมีความสุข เขาเก็บไปจนเต็มย่าม แล้วก็ร่ำลาเหล่าลิงกลับออกไป
หลังจากพรานป่ากลับไปแล้ว พญานกโพธิสัตว์ก็เห็นความเปลี่ยนแปลง เหล่าลิงยังคงกินมะม่วงอย่างไม่รู้จักพอ แต่ครั้งนี้ พวกมันรู้ดีว่าพรานป่าจะกลับมาอีก ดังนั้นพวกมันจึงรีบกินมะม่วงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
พญานกโพธิสัตว์เห็นดังนั้นก็อดทนต่อไปไม่ไหว พระองค์จึงบินลงมาเกาะที่กิ่งมะม่วง แล้วเอ่ยเตือนเหล่าลิงอีกครั้ง
“พี่น้องลิงทั้งหลาย” พญานกเอ่ยเสียงเศร้า “พวกเจ้าไม่เห็นหรือว่าพรานป่าผู้นั้นมาเอาผลมะม่วงไปมากมายเพียงใด และเมื่อเขาจากไป พวกเจ้าก็ยังคงกินกันอย่างไม่รู้จักประมาณ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ต้นมะม่วงนี้คงจะอยู่กับพวกเราได้ไม่นาน”
ลิงตัวหัวหน้าฝูง หันมามองพญานกด้วยสายตาเหยียดหยาม “เจ้านกกระจอก! เจ้าจะรู้อะไร เจ้ามาสั่งสอนพวกข้าอีกแล้วหรือ”
“ข้าไม่ได้สั่งสอน” พญานกตอบอย่างนุ่มนวล “แต่ข้ากำลังเตือนด้วยความหวังดี ต้นมะม่วงนี้เป็นที่พึ่งของพวกเราทุกคน หากมันไม่มีผลแล้ว พวกเราจะไปหาอาหารที่ไหน”
“นั่นมันปัญหาของเจ้า!” ลิงตัวหนึ่งตะโกน “พวกข้ากินของพวกข้าเอง จะไปเดือดร้อนอะไร”
พญานกโพธิสัตว์สิ้นหวังกับพฤติกรรมของเหล่าลิง ทว่าพระองค์ก็ไม่ยอมแพ้ พระองค์เห็นกิ่งมะม่วงที่แข็งแรงที่สุด กิ่งหนึ่งยื่นออกไปทางหน้าผา พญานกจึงคิดอุบาย
พระองค์บินขึ้นไปบนกิ่งนั้น แล้วเอ่ยเสียงอันดัง “พี่น้องลิงทั้งหลาย! หากพวกเจ้าต้องการมะม่วงที่หวานที่สุด อร่อยที่สุด และสมบูรณ์ที่สุด จงตามข้ามา!”
เหล่าลิงเห็นพญานกบินไปที่กิ่งนั้น ก็เกิดความสงสัย “มะม่วงที่หวานที่สุดอยู่ที่นั่นได้อย่างไร” ลิงตัวหนึ่งถาม
“มะม่วงที่อยู่บนกิ่งที่แข็งแรงที่สุด ย่อมเป็นมะม่วงที่ได้รับแสงแดดและอาหารมากที่สุด รสชาติย่อมดีที่สุดแน่นอน!” พญานกตอบ
เหล่าลิงที่ตะกละและเห็นแก่กิน หลงเชื่อคำพญานก พวกมันจึงพยายามกระโดดตามพญานกไป พญานกนำทางไปเรื่อยๆ จนถึงปลายกิ่งที่ยื่นออกไปเหนือหน้าผา
“มาเถิดพี่น้อง! ผลมะม่วงที่งดงามที่สุดอยู่ที่นี่แล้ว!” พญานกชวน
เหล่าลิงที่วิ่งตามมาอย่างไม่คิดชีวิต กระโดดอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ ลิงตัวที่แข็งแรงที่สุด กระโดดไปถึงกิ่งนั้น แต่เนื่องจากกิ่งนั้นอยู่สูงและห่างไกล ลิงจึงต้องใช้กำลังทั้งหมดในการเกาะกุมกิ่งไว้
ทันใดนั้น พญานกโพธิสัตว์ก็ใช้ปีกข้างหนึ่ง ตบลงบนหลังของลิงตัวนั้นอย่างแรง! ลิงตัวนั้นเสียหลัก ลื่นหลุดจากกิ่ง แล้วร่วงหล่นลงไปในเหวลึกเบื้องล่าง
เหล่าลิงที่เหลือเห็นดังนั้นก็ตกใจสุดขีด พวกมันเห็นภาพเพื่อนของตนเองร่วงหล่นไปต่อหน้าต่อตา
“ตายแล้ว! เกิดอะไรขึ้น!” ลิงตัวหนึ่งร้อง
“พญานกหลอกพวกเรา!” อีกตัวหนึ่งตะโกน
พญานกโพธิสัตว์มองลงมาที่หน้าผา แล้วเอ่ยเสียงอันเด็ดเดี่ยว “พี่น้องลิงทั้งหลาย! นี่คือผลของการกระทำอันเห็นแก่ตัวและไม่รู้จักประมาณของพวกเจ้า! ข้าพยายามเตือนพวกเจ้ามาโดยตลอด แต่พวกเจ้าไม่เคยฟัง วันนี้พวกเจ้าต้องรับผลกรรมที่ทำไว้”
เหล่าลิงที่เหลือรู้สึกสำนึกผิดอย่างแรงกล้า พวกมันเห็นความเด็ดเดี่ยวและความฉลาดของพญานกโพธิสัตว์ พวกมันเข้าใจแล้วว่าการกระทำของตนนั้นนำมาซึ่งความหายนะ
“ท่านพญานก!” ลิงตัวหนึ่งร้องขอชีวิต “พวกข้าผิดไปแล้ว! พวกข้าขอโทษ! ได้โปรดอภัยให้พวกข้าด้วยเถิด”
“พวกข้าจะเลิกนิสัยตะกละ และจะช่วยกันดูแลต้นมะม่วงนี้ให้ดีที่สุด!” ลิงอีกตัวสัญญา
พญานกโพธิสัตว์เห็นความสำนึกผิดของเหล่าลิง จึงเกิดความสงสาร พระองค์ตัดสินใจที่จะให้โอกาสเหล่าลิงได้แก้ไข
“หากพวกเจ้าสำนึกผิดจริง” พญานกกล่าว “จงกลับไปที่ต้นมะม่วง แล้วช่วยกันเก็บกวาดเศษใบไม้กิ่งไม้ที่หักเสียหาย ดูแลรากต้นมะม่วงให้ดี และเมื่อถึงฤดูผลิดอกออกผล จงเก็บผลมะม่วงอย่างมีระเบียบ และแบ่งปันให้แก่สรรพสัตว์ทุกตัวในป่า”
เหล่าลิงน้อมรับคำสั่งด้วยความยินดี พวกมันรีบกลับไปที่ต้นมะม่วง แล้วช่วยกันทำความสะอาด ดูแลต้นมะม่วงอย่างขยันขันแข็ง ตั้งแต่นั้นมา เหล่าลิงก็ไม่เคยกลับไปสู่พฤติกรรมเดิมอีกเลย พวกมันเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และแบ่งปันผลประโยชน์จากต้นมะม่วงอันล้ำค่า
ต้นมะม่วงใหญ่ก็กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง และยังคงให้ผลมะม่วงอันหวานฉ่ำแก่สรรพสัตว์ในป่าตลอดไป พญานกโพธิสัตว์ก็ยังคงอาศัยอยู่บนต้นมะม่วงต้นนั้น และเฝ้าดูความสงบสุขของป่าต่อไป
การกระทำที่เห็นแก่ตัว โลภโมโทสัน และไม่รู้จักประมาณตน ย่อมนำมาซึ่งหายนะและเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น การมีสติ รู้จักแบ่งปัน และการอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี คือหนทางสู่ความสงบสุขที่ยั่งยืน
พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญ ปัญญาบารมี ในชาดกนี้ ทรงใช้สติปัญญาและความเฉลียวฉลาดในการแก้ไขปัญหา และทรงบำเพ็ญ เมตตาบารมี โดยการเตือนสติตักเตือนสรรพสัตว์ให้ประพฤติดี และให้โอกาสเหล่าลิงได้กลับตัวกลับใจ
— In-Article Ad —
การกระทำที่เห็นแก่ตัว โลภโมโทสัน และไม่รู้จักประมาณตน ย่อมนำมาซึ่งหายนะและเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น การมีสติ รู้จักแบ่งปัน และการอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี คือหนทางสู่ความสงบสุขที่ยั่งยืน
บารมีที่บำเพ็ญ: พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญ ปัญญาบารมี ในชาดกนี้ ทรงใช้สติปัญญาและความเฉลียวฉลาดในการแก้ไขปัญหา และทรงบำเพ็ญ เมตตาบารมี โดยการเตือนสติตักเตือนสรรพสัตว์ให้ประพฤติดี และให้โอกาสเหล่าลิงได้กลับตัวกลับใจ
— Ad Space (728x90) —
329จตุกกนิบาตสิงคาลชาดกในครั้งพุทธกาล พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นบุตรของคนเลี้ยงโคผู้ยากไร้ ณ หมู่บ้านอันห่างไกลแห่...
💡 ความโลภนำมาซึ่งหายนะ การใช้สิ่งที่มีอำนาจในทางที่ผิดจะนำไปสู่ความเสื่อม การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเสียสละ คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริง
239ทุกนิบาตคชชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าหิมพานต์อันสงบงาม แผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณนานา มีลำธารใส...
💡 ปัญญาย่อมเหนือกว่ากำลังกาย และการใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหา ย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีงามกว่าการใช้กำลัง
96เอกนิบาตมหาปังกาฬิกชาดกณ เมืองสาวัตถี อันเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ครั้งนั้น พระองค์ทรงปรารภถึงพระราชาผู้ท...
💡 การมีจิตคิดพยาบาทอาฆาต แม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจนำมาซึ่งผลกรรมอันเลวร้ายได้ ควรหมั่นเจริญเมตตาจิตอยู่เสมอ
69เอกนิบาตสุวรรณหังสชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าอันเขียวชอุ่มที่โอบล้อมด้วยขุนเขาตระหง่าน เป็นที่พำนัก...
💡 นิทานชาดกเรื่องสุวรรณหังสชาดกนี้สอนให้เห็นถึงคุณค่าของความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และความกตัญญูกตเวที การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญในชีวิต รวมถึงมิตรภาพที่ยั่งยืน
144เอกนิบาตปัญจปาณชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายอยู่ในภพภูมิต่างๆ เพื่อบำเพ็ญบารมี...
💡 การมีอำนาจและฤทธิ์เดชที่ยิ่งใหญ่ อาจไม่เท่ากับการมีคุณธรรมอันประเสริฐ การเสียสละ การให้ การช่วยเหลือผู้อื่น และการมีเมตตาจิตต่อสรรพสัตว์ คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน
207ทุกนิบาตมหิสชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศลอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นควายป่าผู้มีพละกำลังม...
💡 ผู้นำที่แข็งแกร่งและกล้าหาญคือเสาหลักของหมู่คณะ ความกล้าหาญอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีสติปัญญาและไหวพริบด้วย.
— Multiplex Ad —