
ณ เมืองจัมปา อันรุ่งเรืองด้วยการค้าขายและเป็นศูนย์กลางของอารยธรรม มีช่างทองผู้หนึ่งนามว่า 'มณีรัตนะ' เขาเป็นช่างทองฝีมือดีเยี่ยม ลายทองของเขางดงามประณีตเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทุกสารทิศ แต่ถึงแม้จะมีฝีมือดีเพียงใด มณีรัตนะกลับมีนิสัยที่น่าตำหนิ คือความตระหนี่ถี่เหนียว ไม่ยอมเสียสละ หรือช่วยเหลือผู้ใดเลย
วันหนึ่ง มีนักบวชตนหนึ่งนามว่า 'สุมังคะ' ซึ่งเป็นผู้ที่บำเพ็ญพรตอย่างเคร่งครัด มีศีลวัตรอันงดงาม และเป็นที่เคารพสักการะของผู้คนจำนวนมาก ได้เดินทางมายังเมืองจัมปา สุมังคะเป็นผู้ที่มีเมตตาธรรมสูงส่ง ไม่เคยถือตัว ถือตน และพร้อมที่จะช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งหลาย
เมื่อสุมังคะได้ยินกิตติศัพท์ความสามารถของมณีรัตนะ ก็ใคร่จะทดสอบจิตใจของช่างทองผู้นี้ สุมังคะจึงได้แปลงกายเป็นขอทานเก่าแก่ ชราภาพ เดินโซเซไปหามณีรัตนะที่ร้านทองของเขา
“ท่านช่างทองผู้มีฝีมือ ข้าขอความเมตตาจากท่านสักเล็กน้อย ข้าหิวเหลือเกิน ขอเพียงข้าวสักคำ หรือน้ำสักจอกก็ยังดี” สุมังคะกล่าวด้วยเสียงอันแหบแห้ง
มณีรัตนะมองขอทานผู้นั้นด้วยสายตาดูแคลน “ไปให้พ้น! ข้าไม่มีอะไรจะให้เจ้า ข้าวของข้ามีไว้สำหรับผู้มีอันจะกินเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับขอทานข้างถนนอย่างเจ้า”
สุมังคะไม่ย่อท้อ ยังคงยืนอ้อนวอน “ขอเพียงเศษทองเล็กน้อยก็ได้ ข้าจะนำไปขายแลกเป็นอาหารประทังชีวิต”
มณีรัตนะหัวเราะเยาะ “เศษทองของข้ามีค่า เจ้าจะเอาไปขายได้อย่างไร ไปให้พ้นเสีย ก่อนที่ข้าจะเรียกยามมาจับตัวเจ้า!”
สุมังคะเห็นว่ามณีรัตนะนั้นใจดำอำมหิตเกินกว่าจะช่วยเหลือ จึงได้สำแดงร่างที่แท้จริงของตนเองออกมา เป็นนักบวชผู้สง่างาม แสงสว่างเจิดจ้าแผ่รัศมีออกมาจากกาย
“ดูก่อนมณีรัตนะ เจ้าช่างมีจิตใจคับแคบเสียจริง เจ้ามีทรัพย์สินมากมาย แต่กลับไม่เคยคิดที่จะช่วยเหลือผู้อื่นเลยแม้แต่น้อย เจ้าจะจมปลักอยู่แต่ในความตระหนี่ของเจ้าเช่นนี้หรือ?” สุมังคะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง
มณีรัตนะตกใจกลัวจนตัวสั่น รีบก้มกราบขอโทษ “ท่านนักบวชผู้ทรงศีล ข้าพเจ้าผิดไปแล้ว โปรดอภัยให้ข้าพเจ้าด้วย ข้าพเจ้าจะมอบทองคำให้ท่านเท่าที่ท่านต้องการ”
สุมังคะส่ายหน้า “การให้ด้วยความจำใจ ย่อมไม่เกิดบุญกุศลอันใด เจ้าจงกลับไปคิดทบทวนถึงการกระทำของตนเองเสียเถิด” กล่าวจบ สุมังคะก็หายตัวไป
หลังจากเหตุการณ์นั้น มณีรัตนะก็รู้สึกสำนึกผิดอย่างแรงกล้า เขารู้สึกละอายใจในความตระหนี่ของตนเอง จึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตนเอง
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา มณีรัตนะได้เริ่มฝึกฝนการให้ทาน เขาเริ่มจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่น การแบ่งปันอาหารให้กับคนยากจน การบริจาคทองคำให้กับวัดวาอาราม และการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน
เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงระลึกชาติได้ว่า ในอดีตชาติ พระองค์ทรงเป็น 'สุมังคะ' นักบวชผู้มีจิตใจเมตตา และได้ไปโปรด 'มณีรัตนะ' ช่างทองผู้ตระหนี่ให้กลับใจมาเป็นผู้ให้
ในชาติปัจจุบัน พระโพธิสัตว์ทรงมีจิตใจอันเปี่ยมด้วยการให้ทาน การเสียสละ และการช่วยเหลือผู้อื่น ทรงบำเพ็ญทานบารมีอย่างสม่ำเสมอ จนเป็นที่รักและเคารพของผู้คนทั้งหลาย
พระโพธิสัตว์ทรงสอนว่า การให้ทานด้วยจิตอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง ย่อมนำมาซึ่งความสุข ความเจริญ และบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ การละทิ้งความตระหนี่ถี่เหนียว และเปิดใจให้กับการแบ่งปัน คือหนทางสู่การพัฒนาตนเองให้เป็นผู้ที่สมบูรณ์ด้วยคุณธรรม.
— In-Article Ad —
การให้ทานด้วยจิตอันบริสุทธิ์ คือหนทางสู่ความสุขและความเจริญ.
บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี, เมตตาบารมี
— Ad Space (728x90) —
31เอกนิบาตกษัตริย์ผู้ทรงเสียสละเพื่อพสกนิกรณ อาณาจักรมหาวัน อันเป็นอาณาจักรที่กว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์ แต่กลับต...
💡 การเสียสละเพื่อส่วนรวมย่อมเป็นที่จดจำและเป็นมหากุศล
117เอกนิบาตสมนกททชาดก ในอดีตกาลนานมาแล้ว ครั้งพุทธกาลล่วงเลยมาถึงยุคที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพญาช้างเผือกแส...
💡 การเสียสละอันยิ่งใหญ่ แม้จะแลกมาด้วยความเจ็บปวด หรือการสูญเสียสิ่งอันเป็นที่รัก แต่ก็จะนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้อื่น
139เอกนิบาตสุปัตตชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ผู้มีปัญญาอันเลิศ...
💡 การเอาชนะอุปสรรคใหญ่หลวงได้นั้น ไม่ใช่เพราะปาฏิหาริย์ แต่เกิดจากปัญญา ความสามัคคี และความร่วมมือร่วมใจของทุกคนในสังคม
92เอกนิบาตสมุททโชติชาดกณ นครสาวัตถีอันอุดมสมบูรณ์ ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็นชาวปร...
💡 ความซื่อสัตย์และความพอใจในสิ่งที่ตนเองมี เป็นทรัพย์อันประเสริฐที่จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ.
294ติกนิบาตสิริธนชาดก ณ แคว้นมคธ อันรุ่งเรืองไปด้วยศาสนาและศิลปะ ประชาชนอยู่อย่างผาสุกภายใต้ร่มเงาแห่งธรรม กาล...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความตระหนี่ถี่เหนียวเป็นกิเลสที่นำมาซึ่งความทุกข์ทรมาน การแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริง ทรัพย์สมบัติที่เรามีนั้น หากไม่รู้จักแบ่งปัน ก็เป็นเพียงสิ่งของที่ไร้ค่าและนำมาซึ่งโทษ
86เอกนิบาตมหาวังคธรรมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ...
💡 อย่าหลงเชื่อคำประจบสอพลอ และอย่าประมาทต่อภัยอันตราย จงมีสติปัญญาในการพิจารณาไตร่ตรอง และตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมเสมอ
— Multiplex Ad —