
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงมีพุทธดำรัสเล่าถึงอดีตชาติของพระองค์ เมื่อครั้งยังเป็นพระโพธิสัตว์ ทรงบำเพ็ญเพียรเป็นกษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรมนามว่า “พระเจ้ามหาวังสะ”
พระเจ้ามหาวังสะ ทรงเป็นกษัตริย์ผู้เปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม ปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม ทรงเมตตาธรรมค้ำจุนแผ่นดิน ไม่เคยมีครั้งใดที่ทรงเอารัดเอาเปรียบประชาชน ทรงถือว่าราษฎรทั้งหลายเปรียบเสมือนพระโอรสธิดาของพระองค์ การปกครองของพระองค์จึงเปี่ยมด้วยความสงบร่มเย็น ประชาชนอยู่ดีกินดี มีความสุขถ้วนหน้า
วันหนึ่ง ขณะที่พระเจ้ามหาวังสะทรงประทับแปรพระราชฐาน ณ พระราชอุทยานอันงดงาม ทรงทอดพระเนตรเห็นต้นหว้าใหญ่สูงตระหง่าน ทรงบังเกิดความปีติในพระทัย เมื่อทรงระลึกถึงอดีตชาติที่พระองค์เคยทรงเป็นพระโพธิสัตว์ เกิดเป็นนกแก้ว ทรงมีจิตเมตตาต่อฝูงลิงที่อาศัยอยู่บนต้นหว้านั้น
“ครั้งนั้น เมื่อเรายังเป็นพระโพธิสัตว์ เกิดเป็นนกแก้วขนสีเขียวสด ทรงอาศัยอยู่บนยอดต้นหว้าใหญ่ในป่าหิมพานต์ เรารู้สึกสงสารฝูงลิงที่ต้องอดอยาก เพราะผลหว้ายังไม่สุกงอมเต็มที่” พระมหาวังสะตรัสเล่า
“เราจึงใช้ปัญญาและความสามารถของตนเอง บินโฉบเฉี่ยวไปยังผลหว้าที่ใกล้สุก เมื่อเด็ดผลหว้าที่แก่จัดลงมาแล้ว เราก็นำไปโปรยไว้ที่โคนต้นหว้า เพื่อให้ฝูงลิงได้กินแก้หิว”
“ฝูงลิงนั้น เมื่อได้กินผลหว้าที่พวกเรานำมาโปรยให้ ก็พากันส่งเสียงร้องแสดงความดีใจ และก้มหัวคำนับขอบคุณเราอย่างนอบน้อม”
“แต่ทว่า ในฝูงลิงนั้น มีลิงตัวหนึ่งเป็นหัวหน้าฝูง มันเป็นลิงที่ฉลาดแกมโกง มีนิสัยไม่รู้จักบุญคุณผู้อื่น เมื่อเห็นเราแบ่งปันผลหว้าให้แก่ฝูงลิงตัวอื่น มันเกิดความริษยา และคิดอิจฉา”
“มันจึงวางแผนการร้าย คิดที่จะกำจัดเรา เพื่อจะได้ครอบครองผลหว้าทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว”
“ในวันต่อมา เมื่อเราบินไปเด็ดผลหว้ามาเช่นเดิม เจ้าลิงตัวนั้นก็แสร้งทำเป็นเข้ามาใกล้เรา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงประจบสอพลอว่า ‘ท่านนกแก้วผู้ประเสริฐ ท่านช่างมีเมตตาธรรมเหลือเกิน ข้าพเจ้าและพรรคพวกขอขอบคุณท่านเป็นอย่างสูง’ “
“เราหลงเชื่อในคำพูดของมัน จึงตอบไปด้วยความยินดีว่า ‘ไม่เป็นไรเลย เจ้าลิงทั้งหลาย จงกินผลหว้าให้เต็มที่เถิด’ “
“เมื่อเห็นเราตายใจ เจ้าลิงตัวนั้นก็หาอุบายอีก มันกล่าวขึ้นว่า ‘ท่านนกแก้วผู้มีปัญญา ท่านลองปีนขึ้นมาบนหลังของข้าพเจ้าสิ แล้วเราจะพาท่านไปยังที่ที่ผลหว้ามีรสชาติหวานอร่อยกว่านี้’ “
“เราผู้ไม่ทันระแวง ก็หลงเชื่อและปีนขึ้นไปบนหลังของมันทันที เมื่อเจ้าลิงตัวนั้นเห็นเราปีนขึ้นมาบนหลังของมันแล้ว มันก็วิ่งไปอย่างรวดเร็ว พาเราอ้อมไปอีกด้านหนึ่งของต้นไม้ใหญ่ แล้วก็หยุดนิ่ง”
“เมื่อเราถามว่า ‘ทำไมท่านจึงหยุดเล่า?’ มันก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมว่า ‘ท่านนกแก้วเอ๋ย เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าพเจ้าเป็นใคร? ข้าพเจ้าคือลิงจอมโหด! ข้าพเจ้าจะกินเจ้าเป็นอาหาร!’ “
“ว่าแล้ว เจ้าลิงตัวนั้นก็อ้าปากกว้างเพื่อจะกัดกินเราทันที”
“แต่เราผู้ไม่ประมาท ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของมันตั้งแต่แรก จึงเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ เมื่อมันอ้าปากจะกัด เราก็รีบกระโดดหนีออกมาอย่างรวดเร็ว และบินขึ้นไปเกาะอยู่บนกิ่งไม้ที่สูงที่สุด”
“เจ้าลิงตัวนั้น เมื่อเห็นว่าไม่สามารถจับเราได้ มันก็โกรธแค้นเป็นกำลัง มันจึงกระโดดตะเกียกตะกายปีนป่ายต้นไม้ขึ้นมาเพื่อจะจับเราให้ได้”
“แต่เราผู้เป็นนกแก้ว มีความคล่องแคล่วว่องไว กว่าเป็นร้อยเท่า เราจึงบินหลบหนีไปมาระหว่างกิ่งไม้ต่างๆ ได้อย่างสบาย”
“เมื่อเจ้าลิงนั้นเห็นว่าไม่สามารถทำอันตรายเราได้ มันก็หมดแรง และพลัดตกลงมาจากต้นไม้ ด้วยความเหน็ดเหนื่อยและสิ้นหวัง”
“ส่วนเราผู้รอดชีวิต ก็กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ และสอนให้ฝูงลิงตัวอื่น ได้รู้จักระแวงภัย และไม่หลงเชื่อคำพูดประจบสอพลอของผู้อื่น”
พระเจ้ามหาวังสะทรงเล่าจบ ก็ทรงหันไปตรัสกับเหล่าพระภิกษุสงฆ์ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ ท่านทั้งหลายจงจดจำเรื่องราวนี้ไว้ให้ดี แม้ในอดีตชาติ เราผู้เป็นพระโพธิสัตว์ได้เคยประสบกับความเดือดร้อนเพราะความหลงเชื่อคำลวงของมารร้าย และความอิจฉาริษยาของสัตว์ผู้อิจฉา แต่ด้วยปัญญาและความไม่ประมาท เราก็ได้รอดพ้นจากภัยอันตรายทั้งปวงมาได้
“เช่นเดียวกับในชาตินี้ ที่เราได้พบกับพระเทวทัตผู้มีจิตใจพยาบาท คิดปองร้ายต่อเราตลอดเวลา แต่เราก็มิได้หวั่นไหว และดำรงตนอยู่ในความดีงามเสมอไป”
“หากท่านทั้งหลายเจริญเมตตาภาวนา และตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาท ก็จะสามารถเอาชนะมารร้าย และอุปสรรคทั้งปวงในชีวิตได้เช่นกัน”
พระพุทธองค์ตรัสสอนต่อว่า “อย่าได้ประมาทในการดำรงตน จงมีสติระลึกรู้ในทุกการกระทำ และจงหมั่นเจริญเมตตาธรรมอยู่เสมอ แล้วท่านจะพบกับความสุขและความสงบที่แท้จริง”
— In-Article Ad —
อย่าหลงเชื่อคำประจบสอพลอ และอย่าประมาทต่อภัยอันตราย จงมีสติปัญญาในการพิจารณาไตร่ตรอง และตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมเสมอ
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
492ปกิณณกนิบาตสุนัขจิ้งจอกผู้มีเมตตาในป่าอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งหนึ่ง ณ ดินแดนที่ซึ่งแสงแดดยามเช้าทาบทอลงมาอาบไล้พงไ...
💡 ความเมตตาที่แท้จริงนั้น ย่อมไม่หวังผลตอบแทน และพร้อมที่จะเสียสละเพื่อผู้อื่น
46เอกนิบาตทุติยกุมารชาดก ทุติยกุมารชาดก ครั้งเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระ...
💡 ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเสียสละ และความเมตตากรุณา ย่อมนำมาซึ่งความเจริญและความสงบสุข
119เอกนิบาตสัญชัยวทีชาดกกาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ณ เมืองปาฏลีบุตร อันเป็นเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ของแคว้นมคธ มีพราหม...
💡 การรู้จักประมาณตนเองเป็นคุณธรรมสำคัญ ช่วยให้ดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง ไม่หลงผิด และเป็นที่รัก.
73เอกนิบาตกุมพีลชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายตายเกิดเป็นพระโพธิสัตว์ในแดนที่...
💡 ความดี ความเสียสละ และความอดทน สามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจที่กระด้างให้กลับกลายเป็นความเมตตาได้ แม้แต่ผู้ที่เคยทำผิดพลาด ก็สามารถกลับตัวกลับใจและเป็นผู้ที่ประเสริฐได้ หากมีผู้ที่คอยชี้แนะและให้โอกาส
72เอกนิบาตพระโพธิสัตว์ในรูปช้างเผือกผู้ซื่อสัตย์ ณ ดินแดนอันสงบสุขแห่งหนึ่ง ซึ่งมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำใส...
💡 ความซื่อสัตย์และการเสียสละเพื่อปกป้องผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐ
16เอกนิบาตสิริชาดก ในสมัยโบราณกาล ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง กาลครั้งหนึ่ง มีพระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นพราหมณ์ผู้...
💡 ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นเครื่องมืออันทรงพลัง ที่สามารถขจัดความทุกข์ และนำพาชีวิตไปสู่ความสุขที่แท้จริง การช่วยเหลือผู้อื่น ไม่เพียงแต่สร้างประโยชน์แก่ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างบุญบารมี และความสุขแก่ตนเองอีกด้วย
— Multiplex Ad —