
ณ เมืองตักศิลาอันเก่าแก่ ที่ซึ่งเหล่าปราชญ์และนักปราชญ์มารวมตัวกัน ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น “กุฏุมพี” ชายผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย แต่ทว่า เขากลับมีนิสัยที่แปลกประหลาด นั่นคือ “ความหวงแหนทรัพย์สิน” เขาไม่เคยใช้จ่ายเงินของตนเองเลย แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
วันหนึ่ง ขณะที่กุฏุมพีผู้นี้กำลังนั่งนับเงินของตนเองอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยหีบสมบัติ ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาหา “ท่านกุฏุมพี! ข้าพเจ้ามาขอความช่วยเหลือ!” ชายหนุ่มกล่าว “ข้าพเจ้าไม่มีเงินจะซื้ออาหารให้ครอบครัวแล้ว!”
กุฏุมพีมองชายหนุ่มด้วยสายตาเย็นชา “เจ้ามาขอเงินของข้าอย่างนั้นหรือ!” เขาหัวเราะเยาะ “เจ้าคิดว่าเงินของข้านั้นได้มาง่ายๆ อย่างนั้นหรือ!” “แต่ท่านกุฏุมพี…” ชายหนุ่มพยายามอธิบาย “ครอบครัวของข้ากำลังอดอยาก!”
“ช่างหัวครอบครัวของเจ้าสิ!” กุฏุมพีกล่าวอย่างไม่ใยดี “เงินของข้า ข้าจะใช้มันอย่างไรก็ได้!” ว่าแล้ว เขาก็ไล่ชายหนุ่มออกไป
หลังจากนั้น กุฏุมพีก็ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ห้อมล้อมไปด้วยทรัพย์สิน แต่กลับไม่มีความสุขเลย เขากินก็ไม่อร่อย นอนก็ไม่หลับ เพราะมัวแต่คิดว่าจะรักษาทรัพย์สินของตนเองได้อย่างไร
วันเวลาผ่านไป กุฏุมพีเริ่มมีอายุมากขึ้น ร่างกายก็เริ่มอ่อนแอลง แต่ความโลภและความหวงแหนทรัพย์สินก็ยังคงอยู่
จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังนั่งนับเงินอย่างเช่นเคย ทันใดนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้นอย่างรุนแรง! บ้านเรือนสั่นคลอน หีบสมบัติกลิ้งไปมา กุฏุมพีตกใจมาก เขาพยายามคว้าหีบสมบัติที่กำลังจะล้ม แต่ก็ทำไม่ได้
“สมบัติของข้า! สมบัติของข้า!” เขาร้องอย่างสิ้นหวัง
ในขณะที่เขากำลังหวาดกลัว ทันใดนั้น ก็มีเสียงของ “นกต้อยตีวิด” ดังขึ้นมา “นี่แน่ะ! กุฏุมพีผู้โลภ!” นกต้อยตีวิดร้อง “เจ้ามัวแต่หวงแหนทรัพย์สิน จนลืมความสุขที่แท้จริง!”
“เจ้าพูดอะไร!” กุฏุมพีตะโกน “ทรัพย์สินของข้า คือความสุขของข้า!”
“ไม่จริง!” นกต้อยตีวิดกล่าว “ความสุขที่แท้จริง คือการได้แบ่งปัน การได้ช่วยเหลือผู้อื่น การได้ใช้ทรัพย์สินของเจ้าเพื่อประโยชน์แก่สังคม”
ขณะที่นกต้อยตีวิดกำลังพูด แผ่นดินไหวก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น! บ้านของกุฏุมพีพังทลายลงมา! ทรัพย์สินเงินทองของเขากระจัดกระจายไปทั่ว
กุฏุมพีมองดูทรัพย์สินของตนเองที่กำลังจะถูกทำลาย เขารู้สึกเสียใจมาก แต่ในใจลึกๆ เขาก็เริ่มตระหนักถึงคำพูดของนกต้อยตีวิด
เมื่อแผ่นดินไหวสงบลง กุฏุมพีได้สูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก เขาเหลือเพียงเล็กน้อย แต่เขาก็ได้เรียนรู้บทเรียนอันล้ำค่า
นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา กุฏุมพีได้เปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง เขาเริ่มนำทรัพย์สินที่เหลืออยู่ไปช่วยเหลือผู้อื่น และแบ่งปันให้กับผู้ที่ขัดสน เขาพบว่า การได้ช่วยเหลือผู้อื่นนั้น นำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง ซึ่งเงินทองที่เขาเคยหวงแหนไม่สามารถมอบให้ได้
เรื่องราวของกุฏุมพีผู้นี้ เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่า การยึดติดกับวัตถุมากเกินไป ย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ การแบ่งปันและการช่วยเหลือผู้อื่นต่างหาก คือหนทางสู่ความสุขที่แท้จริง
— In-Article Ad —
การยึดติดกับทรัพย์สินมากเกินไป นำมาซึ่งความทุกข์ การแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น คือความสุขที่แท้จริง
บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี
— Ad Space (728x90) —
392ฉักกนิบาตวิรุฬหกชาดกณ แคว้นกาสี อันเป็นแคว้นที่รุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมและประเพณี มีเมืองหลวงชื่อว่า “พาราณสี” เมื...
💡 การควบคุมอารมณ์โกรธได้ คือการมีชัยชนะเหนือตนเอง และนำมาซึ่งความสงบสุข.
29เอกนิบาตกษัตริย์ผู้ไม่ทรงรังเกียจคนบาปณ แคว้นสุรเสนา อันเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรืองยิ่งนักปกครองโดยพระเจ้าสุรเส...
💡 ความเมตตาและการให้โอกาสย่อมนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี
65เอกนิบาตมหาวานรชาดก ณ กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงจุติเป็นพระเวสสันดร สัมมาสัมพุทธเจ้าข...
💡 มหาวานรชาดกสอนให้เราเห็นถึงคุณธรรมอันสูงส่งของการเสียสละและความเมตตา การมีจิตใจที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่น แม้จะต้องแลกมาด้วยชีวิตของตนเอง เป็นการกระทำที่ประเสริฐยิ่ง. การเสียสละเพื่อส่วนรวม หรือเพื่อผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยากนั้น เป็นการกระทำที่ควรแก่การยกย่องและจดจำ.
197ทุกนิบาตสุมังคลชาดกนานมาแล้ว ในเมืองพาราณสี พระโพธิสัตว์ทรงเสวยพระชาติเป็น 'สุมังละ' โหราจารย์ผู้มีชื่อเสียง...
💡 ภัยอันตรายที่แท้จริง อาจไม่ใช่สิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตา แต่คือความประมาทและความเกียจคร้าน ที่จะนำมาซึ่งความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่กว่า
8เอกนิบาตมหาสุตโสมชาดก ในสมัยพุทธกาล ขณะที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี ท...
💡 กามคุณเป็นสิ่งลวงตา นำมาซึ่งความทุกข์ หากไม่รู้จักประมาณตนและยับยั้งชั่งใจ
56เอกนิบาตยาพิษแห่งความโกรธณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชาพระองค์หนึ่งนามว่า โกรัพย...
💡 ความโกรธคือยาพิษที่ทำลายตนเอง จงฝึกฝนจิตใจให้เปี่ยมด้วยเมตตา และให้อภัย.
— Multiplex Ad —