
ในสมัยพุทธกาล ขณะที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงตรัสเล่าเรื่องมหาสุตโสมชาดก อันเป็นเรื่องราวของพระโพธิสัตว์ครั้งอดีตชาติ ด้วยพระองค์ทรงเห็นว่าภิกษุบางรูปยังมีความผูกพันกับกามคุณอยู่
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ ณ กรุงพาราณสีนั้น พระองค์ทรงมีพระราชโอรสองค์หนึ่งทรงพระนามว่า สุตโสมกุมาร ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีอันยิ่งใหญ่มาหลายภพหลายชาติ สุตโสมกุมารทรงมีรูปโฉมงดงาม สง่างาม เป็นที่รักใคร่ของทวยราษฎร์ทั่วทั้งแคว้น
แต่ทว่า แม้จะทรงเป็นที่รักและมีพร้อมทุกสิ่ง สุตโสมกุมารกลับทรงมีพระทัยผูกพันกับกามคุณอย่างรุนแรง จนบางครั้งก็ทรงลุ่มหลงในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส จนแทบจะลืมหน้าที่อันพึงกระทำ
วันหนึ่ง ขณะที่สุตโสมกุมารทรงประทับอยู่บนพระราชสาส์น ทรงได้ยินเสียงดนตรีอันไพเราะเสนาะหู ดังมาจากทิศตะวันออก พระองค์ทรงเกิดความฉงนสนเท่ห์ จึงตรัสถามข้าราชบริพารว่า เสียงนั้นมาจากที่ใด
ข้าราชบริพารทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ เสียงนั้นมาจากโรงละครแห่งหนึ่งในเมือง ซึ่งวันนี้มีการแสดงมหรสพสมโภชใหญ่”
เมื่อทรงทราบดังนั้น สุตโสมกุมารก็ทรงรีบเสด็จไปยังโรงละครนั้น ทันทีที่เสด็จไปถึง พระองค์ก็ทรงเห็นนักแสดงหญิงสาวนางหนึ่ง กำลังร่ายรำและขับร้องอย่างงดงาม มีรูปโฉมอันน่าหลงใหล สุตโสมกุมารทรงตกหลุมรักนักแสดงสาวผู้นั้นตั้งแต่แรกเห็น
พระองค์ทรงมิอาจระงับความปรารถนาได้ จึงทรงออกอุบายเพื่อจะได้พบนางอย่างใกล้ชิด พระองค์ทรงปลอมตัวเป็นคนธรรมดา ถือเงินจำนวนมากเข้าไปหานาง และตรัสว่า “แม่หญิงเอ๋ย ข้าพเจ้าเห็นเจ้าแล้วต้องใจนัก ไม่ทราบว่าเจ้าจะมีใจให้กับข้าผู้นี้บ้างหรือไม่”
นางนักแสดงสาวมองมายังสุตโสมกุมารด้วยสายตาพิจารณา ก่อนจะกล่าวว่า “ท่านผู้เจริญ ถ้าท่านมีทรัพย์สินเงินทองมากพอที่จะปรนเปรอข้าพเจ้าได้ ข้าพเจ้าก็ยินดีที่จะรับท่านเป็นคนรัก”
สุตโสมกุมารทรงดีพระทัยเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงมอบทรัพย์สินเงินทองทั้งหมดที่ทรงนำติดตัวมาให้นาง และตั้งแต่นั้นมา สุตโสมกุมารก็ทรงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับนางนักแสดงสาว หลงลืมหน้าที่การงาน และการประพฤติปฏิบัติธรรม
ข่าวการหลงใหลในกามคุณของสุตโสมกุมารได้แพร่สะพัดไปทั่วเมือง จนถึงพระกรรณของพระเจ้าพรหมทัต พระองค์ทรงเป็นห่วงพระราชโอรสเป็นยิ่งนัก จึงทรงเรียกสุตโสมกุมารมาเข้าเฝ้า
“ลูกรัก บิดาเห็นว่าช่วงนี้เจ้าหมกมุ่นอยู่กับกามคุณมากเกินไป จนละเลยหน้าที่อันสำคัญของพระราชโอรส บิดาเป็นห่วงเจ้าเหลือเกิน” พระเจ้าพรหมทัตตรัสด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่แฝงด้วยความกังวล
สุตโสมกุมารทรงก้มหน้า ทรงรู้สึกผิดต่อพระบิดา แต่ก็ทรงไม่สามารถหักใจจากนางนักแสดงสาวได้ พระองค์ตรัสตอบว่า “ข้าแต่พระบิดา ลูกทราบว่าลูกทำผิดไป แต่ลูกก็ไม่อาจห้ามใจตนเองได้”
พระเจ้าพรหมทัตทรงถอนพระทัยยาว “หากเจ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าบ้านเมืองจะเดือดร้อน บิดาจะมอบราชสมบัติให้เจ้าปกครองได้อย่างไร”
สุตโสมกุมารทรงครุ่นคิดถึงคำพูดของพระบิดา พระองค์ทรงตระหนักถึงความผิดพลาดของตนเอง แต่ความหลงใหลในกามคุณนั้นก็ยังคงครอบงำจิตใจ
ในวันต่อมา ขณะที่สุตโสมกุมารกำลังเสด็จไปยังตำหนักของนางนักแสดงสาว พระองค์ทรงได้พบกับนักบวชผู้ทรงศีลรูปหนึ่ง ซึ่งกำลังนั่งบำเพ็ญเพียรอยู่ริมทาง นักบวชผู้นั้นมองมาที่สุตโสมกุมารด้วยสายตาอันเปี่ยมไปด้วยเมตตา
สุตโสมกุมารทรงหยุดทูลถาม “ท่านผู้เจริญ ท่านกำลังทำสิ่งใดอยู่หรือ”
นักบวชตอบว่า “อาตมากำลังบำเพ็ญเพียร เพื่อละกิเลสในใจ และเพื่อเข้าถึงพระนิพพาน”
สุตโสมกุมารทรงรู้สึกสนใจในคำพูดของนักบวช จึงทูลถามต่อไปว่า “แล้วการบำเพ็ญเพียรนั้นต้องทำอย่างไรเล่า ท่านผู้เจริญ”
นักบวชอธิบายถึงหลักธรรมคำสอนต่างๆ ในการละกิเลส โดยเฉพาะกามคุณที่ทำให้เกิดทุกข์ สุตโสมกุมารทรงสดับฟังด้วยความตั้งใจ พระองค์เริ่มตระหนักว่าความสุขที่ทรงได้รับจากกามคุณนั้นเป็นเพียงความสุขชั่วคราว และท้ายที่สุดก็นำมาซึ่งความทุกข์
หลังจากสนทนากับนักบวชแล้ว สุตโสมกุมารก็ทรงกลับมาที่พระราชวัง พระองค์ทรงใคร่ครวญถึงคำสอนของนักบวชอย่างลึกซึ้ง ทรงพิจารณาถึงผลเสียของการหลงใหลในกามคุณ และทรงเห็นคุณค่าของพระธรรม
ในที่สุด สุตโสมกุมารก็ทรงตัดสินใจที่จะละทิ้งกามคุณ และหันมาบำเพ็ญเพียรตามคำสอนของนักบวช พระองค์ทรงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบิดา เพื่อออกผนวช
พระเจ้าพรหมทัตทรงดีพระทัยเป็นยิ่งนัก เมื่อทรงทราบว่าพระราชโอรสทรงกลับมามีสติสัมปชัญญะอีกครั้ง พระองค์ทรงยินยอมและทรงอวยพรให้สุตโสมกุมารทรงเจริญในธรรม
สุตโสมกุมารทรงออกผนวช และทรงบำเพ็ญเพียรอย่างเคร่งครัด พระองค์ทรงละทิ้งกามคุณทั้งปวง ทรงหมั่นภาวนา และศึกษาพระธรรม จนในที่สุดก็ทรงบรรลุพระอรหัตผล
ส่วนนางนักแสดงสาว เมื่อทราบข่าวว่าสุตโสมกุมารทรงออกผนวช นางก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก แต่เมื่อได้คิดทบทวน นางก็ตระหนักว่าตนเองนั้นเป็นเพียงผู้ที่ถูกกามารมณ์ครอบงำเช่นกัน
วันหนึ่ง นางนักแสดงสาวก็ตัดสินใจที่จะละทางโลก และออกบวชตามรอยสุตโสมกุมาร นางได้บำเพ็ญเพียรอย่างเคร่งครัดเช่นกัน และในที่สุดก็บรรลุธรรม
เรื่องราวของสุตโสมกุมาร เป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นถึงโทษของกามคุณ ที่สามารถทำให้ผู้คนหลงผิด จนละเลยหน้าที่ และสิ่งสำคัญต่างๆ ในชีวิต
พระพุทธเจ้าตรัสเล่าเรื่องนี้ เพื่อให้ภิกษุทั้งหลายได้เห็นถึงผลของกามคุณ และจงตั้งใจบำเพ็ญเพียร ละกิเลสทั้งปวง เพื่อเข้าถึงพระนิพพาน
กามคุณเป็นสิ่งลวงตา นำมาซึ่งความทุกข์ หากไม่รู้จักประมาณตนและยับยั้งชั่งใจ
บารมีที่บำเพ็ญในชาดกนี้ คือ เนกขัมมบารมี (การออกจากกาม) และ ปัญญาบารมี (การเห็นโทษของกามคุณ)
— In-Article Ad —
กามคุณเป็นสิ่งลวงตา นำมาซึ่งความทุกข์ หากไม่รู้จักประมาณตนและยับยั้งชั่งใจ
บารมีที่บำเพ็ญ: บารมีที่บำเพ็ญในชาดกนี้ คือ เนกขัมมบารมี (การออกจากกาม) และ ปัญญาบารมี (การเห็นโทษของกามคุณ)
— Ad Space (728x90) —
97เอกนิบาตปุราณหังสชาดกณ เมืองสาวัตถี ขณะที่พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวันมหาวิหาร ทรงมีพระพุทธดำรัสถ...
💡 ความเฉลียวฉลาดและความซื่อสัตย์เป็นคุณธรรมที่ประเสริฐ การกระทำด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ย่อมนำมาซึ่งสิ่งดีงาม
403สัตตกนิบาตกุฏุสีหชาดกในอดีตกาลอันไกลโพ้น ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ กษัตริย์พระองค์หนึ่งนามว่า พระเจ้ารุจิระ ทรง...
💡 ความไม่รู้จักพอเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ การมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของผู้อื่นและความพอเพียงนำมาซึ่งความสุขที่ยั่งยืน
158ทุกนิบาตมุสิกชาดกณ นครพาราณสี อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นกาสี ในยุคที่พระโพธิสัตว์ทรงเสวยพระชาติเป็นภิกษุผู้มีศ...
💡 ความอดทนและความเพียรพยายาม เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราเอาชนะอุปสรรคและความยากลำบากในชีวิตได้ แม้ในยามที่สิ้นหวัง หากไม่ยอมแพ้ ก็ย่อมพบหนทางแห่งความสำเร็จ.
31เอกนิบาตกษัตริย์ผู้ทรงเสียสละเพื่อพสกนิกรณ อาณาจักรมหาวัน อันเป็นอาณาจักรที่กว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์ แต่กลับต...
💡 การเสียสละเพื่อส่วนรวมย่อมเป็นที่จดจำและเป็นมหากุศล
177ทุกนิบาตสัพพปาณกชาดก (เรื่องนก) ณ ดินแดนชมพูทวีปอันร่มเย็นแห่งนั้น มีนครที่เจริญรุ่งเรืองนามว่า "เวสาลี" เป...
💡 การเสียสละเพื่อผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง และส่งผลดีต่อตนเองและสังคม.
302จตุกกนิบาตกุฏิทูสกชาดกณ อาณาจักรอันเจริญรุ่งเรืองแห่งหนึ่ง มีกษัตริย์ผู้ทรงธรรมปกครองเมืองด้วยทศพิธราชธรรม แต่...
💡 สติปัญญาและการวางแผนที่แยบยลสามารถเอาชนะความเล่ห์เหลี่ยมได้
— Multiplex Ad —