
ณ แคว้นสุรเสนา อันเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรืองยิ่งนักปกครองโดยพระเจ้าสุรเสน กษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรมล้ำเลิศ พระองค์ทรงปกครองด้วยความยุติธรรม ทำให้พสกนิกรอยู่เย็นเป็นสุข ทรัพย์ในแผ่นดินสมบูรณ์
วันหนึ่ง มีโจรผู้หนึ่งนามว่า 'มืด' ซึ่งเป็นที่หวาดกลัวของชาวเมือง เพราะความโหดเหี้ยมและฉ้อฉลของมัน ได้ถูกจับกุมตัวพร้อมของกลางเป็นทรัพย์สินที่ขโมยมาเป็นจำนวนมาก
เมื่อเรื่องถึงพระกรรณของพระเจ้าสุรเสน พระองค์ทรงมีรับสั่งให้มืดมาเข้าเฝ้า
"เจ้ามืด เหตุใดเจ้าจึงกระทำการอันเป็นบาปหนาเช่นนี้?" พระเจ้าสุรเสนตรัสถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความสงสาร
มืดก้มหน้าลงด้วยความละอาย
"ข้า...ข้าไม่มีทางเลือกพ่ะย่ะค่ะ"
พระเจ้าสุรเสนทรงเพ่งพินิจไปยังใบหน้าของมืด
"ไม่มีทางเลือก? หมายความว่าอย่างไร?"
มืดเล่าเรื่องราวชีวิตของตนเองอย่างละเอียด
"ข้าเกิดในตระกูลยาจก ยากจนข้นแค้นมาตั้งแต่เด็ก ข้าพยายามทำงานทุกอย่างเพื่อเลี้ยงชีพ แต่ก็ไม่เคยพอประทังชีวิต จนวันหนึ่ง ข้าถูกคนโกงเอาทรัพย์ไปจนหมดสิ้น ทำให้ข้าสิ้นหวัง ข้าจึงหันมาใช้วิธีนี้เพื่อเอาชีวิตรอด"
พระเจ้าสุรเสนทรงสดับฟังด้วยความเห็นใจ
"แม้ว่าเจ้าจะทำผิด แต่ข้าก็มิได้รังเกียจเจ้า"
เหล่าขุนนางที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันประหลาดใจ
"ฝ่าบาท! เหตุใดจึงทรงเมตตาโจรผู้นี้ถึงเพียงนี้?" ขุนนางอาวุโสทูลถาม
พระเจ้าสุรเสนตรัสตอบ
"โทษทัณฑ์นั้นมีไว้สำหรับลงโทษผู้กระทำผิด แต่จิตใจของผู้ที่เคยผิดพลาด หากได้รับการชี้แนะที่ดี ก็อาจกลับตัวกลับใจได้"
พระองค์ทรงมีรับสั่งให้นำทรัพย์สินที่มืดถูกยึดคืนมาทั้งหมดมอบคืนให้กับผู้ที่มันได้ขโมยไป
"ส่วนเจ้ามืด" พระเจ้าสุรเสนตรัสกับมืด "ข้าจะให้โอกาสเจ้า"
มืดเงยหน้าขึ้นด้วยความหวัง
"ฝ่าบาท!"
พระเจ้าสุรเสนทรงมีรับสั่งให้มืดทำงานในหน้าที่กรรมกรที่โรงช้างหลวง
"จงทำงานนี้ให้ดีที่สุด จงพิสูจน์ว่าเจ้าสามารถเป็นคนดีได้"
มืดรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
"ข้าจะจงรักภักดีต่อฝ่าบาทตลอดไป!"
นับแต่นั้นมา มืดก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มันไม่เคยคิดที่จะกลับไปทำความผิดอีกเลย
เวลาผ่านไป พระเจ้าสุรเสนทรงสังเกตเห็นความขยันหมั่นเพียรและความซื่อสัตย์ของมืด
"เจ้ามืด เจ้าทำงานได้ดีมาก" พระเจ้าสุรเสนตรัสชมเชย
มืดน้อมรับด้วยความยินดี
"ทุกอย่างเป็นเพราะพระเมตตาของฝ่าบาท"
ด้วยความดีความชอบที่มืดได้สร้างสมมา พระเจ้าสุรเสนจึงทรงเลื่อนตำแหน่งให้มืดได้ดูแลโรงช้างหลวง
"เจ้าสมควรได้รับโอกาสนี้"
มืดรู้สึกปลาบปลื้มใจยิ่งนัก
"ข้าจะรักษาหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดพ่ะย่ะค่ะ!"
ข่าวคราวความเมตตาของพระเจ้าสุรเสนได้แพร่สะพัดไปทั่วอาณาจักร ทำให้เหล่าผู้ที่เคยกระทำผิดต่างพากันกลับตัวกลับใจ
ในที่สุด มืดก็ได้กลายเป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์และเป็นที่รักของประชาชน
— In-Article Ad —
ความเมตตาและการให้โอกาสย่อมนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี
บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตาบารมี, ขันติบารมี
— Ad Space (728x90) —
107เอกนิบาตสิริมานทกชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง พระเจ้าพรหมทัตทรงครองราชสมบัติด้วย...
💡 ความเย่อหยิ่งและความดูหมิ่นผู้อื่นเป็นกิเลสที่อันตราย สามารถนำพาไปสู่ความตกต่ำได้ หากไม่หมั่นพิจารณาตนเองและปรับปรุงแก้ไข
114เอกนิบาตสุปัตตชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันเป็นที่ตั้งแห่งมหานครราชคฤห์ อันรุ่งเรือง สมเด็จพระ...
💡 การทำความดี แม้เพียงเล็กน้อย ก็ย่อมส่งผลดีกลับคืนมาในภายภาคหน้าได้เสมอ ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี
125เอกนิบาตนฬิรีชาดกในอดีตกาล ณ อาณาจักรแห่งหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ และมีป่าไม้เขียวขจีเป็นจำนวนมาก...
💡 ความเมตตาและการแบ่งปัน คือสิ่งที่สำคัญที่สุด การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญที่แท้จริง
154ทุกนิบาตสุโพธชาดกในอดีตกาล ณ กรุงราชคฤห์ มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าพรหมทัต พระองค์ทรงมีพระรา...
💡 ปัญญาคือผลไม้สวรรค์ที่แท้จริง การแสวงหาความรู้และใช้ปัญญาในการดำเนินชีวิต จะนำมาซึ่งความสุขที่ยั่งยืน
231ทุกนิบาตกุรุงคัมพชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าอันเขียวชอุ่ม สุดไพศาล ซึ่งมีต้นกุรุงคัมพะ (ต้นไม้ชนิดหนึ่ง...
💡 ความสุขที่เกิดจากการเบียดเบียนผู้อื่นนั้นไม่ยั่งยืน การใช้สติปัญญาและความเมตตาในการดำรงชีวิต ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน
147เอกนิบาตมหิงสชาดกณ เมืองพาราณสี ในสมัยที่พระเจ้าพรหมทัตครองราชย์ มีบุรุษผู้หนึ่งนามว่า มหิงสะ เป็นบุตรของคนข...
💡 ความกล้าหาญที่แท้จริงคือการยืนหยัดต่อสู้เพื่อความถูกต้อง แม้จะต้องเผชิญหน้ากับอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่า
— Multiplex Ad —