ข้ามไปเนื้อหาหลัก
อัคคิทัตตชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
310

อัคคิทัตตชาดก

Buddha24 AIจตุกกนิบาต
ฟังเนื้อหา

อัคคิทัตตชาดก

ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งพระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญเพียรเพื่อเป็นพระพุทธเจ้าในภพชาติต่อมา พระองค์ได้อุบัติเป็นพราหมณ์ผู้มีปัญญาสูงส่ง นามว่า "อัคคิทัตตะ" ท่านเป็นผู้มีรูปงามสง่า ผิวพรรณผ่องใสราวทองคำ มีทรัพย์สมบัติมากมายเหลือคณาอาศัยอยู่ในกรุงพาราณสี ท่านเป็นที่รักใคร่และเคารพนับถือของคนทั้งปวง ด้วยความมีเมตตาธรรมและปัญญาอันเฉลียวฉลาด

วันหนึ่ง ขณะที่อัคคิทัตตะกำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนระเบียงอันร่มรื่นของคฤหาสน์อันโอ่อ่าของตน สายตาของท่านพลันเหลือบไปเห็นกลุ่มคนกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ที่เชิงสะพานใหญ่ริมแม่น้ำยมุนา ความสงสัยใคร่รู้จึงบังเกิด อัคคิทัตตะจึงลุกขึ้นเดินตรงเข้าไปดู เมื่อเข้าไปใกล้จึงได้เห็นเหตุการณ์อันน่าเวทนา กลุ่มคนเหล่านั้นกำลังรุมล้อมชายคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในสภาพอิดโรย สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ใบหน้าซูบผอม ดวงตาเหม่อลอย

อัคคิทัตตะเข้าไปสอบถามด้วยความห่วงใย "ท่านผู้เจริญ เหตุไฉนจึงมาอยู่ในสภาพเช่นนี้เล่า มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นหรือ?"

"โอ้ ท่านผู้มีเกียรติ ข้าพเจ้าเป็นนักเดินทางที่เดินทางมาจากแดนไกล หวังจะมาค้าขายในกรุงพาราณสี แต่ระหว่างทาง ข้าพเจ้าได้พบเจอโจรร้าย ดักปล้นทรัพย์สินของข้าพเจ้าไปจนหมดสิ้น แม้แต่ข้าวปลาอาหารก็ไม่มีเหลือติดตัว ข้าพเจ้าจึงต้องอดอยาก และอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่ไหวแล้ว" ชายผู้นั้นตอบเสียงแผ่วเบา

เมื่อได้ฟังดังนั้น อัคคิทัตตะก็บังเกิดความสังเวชใจเป็นยิ่งนัก ท่านเห็นถึงความทุกข์ยากของชายผู้นั้น ราวกับเป็นความทุกข์ของตนเอง ท่านจึงไม่รอช้า รีบสั่งให้คนรับใช้รีบพาชายผู้นั้นไปยังคฤหาสน์ของตน

"จงรีบพาชายผู้นี้ไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย จัดหาเสื้อผ้าใหม่ให้ และนำอาหารอันโอชะมาเลี้ยงดูเขาให้มีกำลังวังชาโดยเร็วที่สุด" อัคคิทัตตะสั่งด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา

เมื่อชายผู้นั้นได้รับการดูแลอย่างดี ได้อาบน้ำ ทานอาหารจนอิ่มหนำสำราญ ร่างกายก็เริ่มกลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง สีหน้าก็ดูสดใสขึ้น

"ข้าพเจ้าขอขอบคุณท่านอย่างสูงยิ่ง ท่านคือผู้มีบุญคุณอันใหญ่หลวงต่อข้าพเจ้า หากไม่ได้ท่าน ข้าพเจ้าคงต้องตายลงด้วยความอดอยากแน่" ชายผู้นั้นกล่าวด้วยความซาบซึ้ง

อัคคิทัตตะยิ้มรับ "ท่านไม่ต้องขอบคุณข้าพเจ้า เราต่างก็เป็นมนุษย์ด้วยกัน ยามเมื่อผู้ใดตกทุกข์ได้ยาก เราก็ควรช่วยเหลือกันตามกำลัง อย่างน้อยที่สุดก็ขอให้ท่านได้มีกำลังวังชาเพื่อกลับไปสู่บ้านเมืองของท่าน" ท่านกล่าวพร้อมกับมอบทรัพย์สินจำนวนหนึ่งให้ชายผู้นั้น

"นำทรัพย์สินเหล่านี้ไปใช้เป็นทุนในการเดินทาง และเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อท่านถึงบ้านเมืองแล้ว ขอให้ท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ" อัคคิทัตตะกล่าว

ชายผู้นั้นรับทรัพย์สินด้วยความปลาบปลื้มใจ เขาโค้งคำนับอัคคิทัตตะอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวลาและออกเดินทางกลับบ้าน

หลายวันผ่านไป เรื่องราวความมีเมตตาของอัคคิทัตตะก็เล่าลือไปทั่วกรุงพาราณสี และขยายวงออกไปนอกเมือง จนกระทั่งไปถึงพระกรรณของพระเจ้ากรุงพาราณสี

พระเจ้ากรุงพาราณสีทรงประทับนั่งบนบัลลังก์อันสูงส่ง ทอดพระเนตรไปยังข้าราชบริพารที่กำลังทูลรายงานเรื่องราวต่างๆ ทรงมีพระทัยยินดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้สดับเรื่องราวของอัคคิทัตตะ

"อัคคิทัตตะ พราหมณ์ผู้นี้ช่างเป็นผู้มีจิตใจสูงส่งยิ่งนัก สมกับเป็นพลเมืองของอาณาจักรเรา" พระเจ้ากรุงพาราณสีตรัสชมเชย

พระองค์ทรงมีพระประสงค์จะทดสอบปัญญาและจิตใจอันเอื้อเฟื้อของอัคคิทัตตะให้มากยิ่งขึ้น จึงทรงมีรับสั่งให้เหล่าข้าราชบริพารไปเชิญอัคคิทัตตะเข้าเฝ้า

เมื่ออัคคิทัตตะได้รับคำเชิญก็รีบไปยังพระราชวังด้วยความเคารพ เมื่อเข้าเฝ้าพระเจ้ากรุงพาราณสี พระองค์ก็ทรงมีพระดำรัสถาม

"อัคคิทัตตะ เราได้ทราบถึงกิตติศัพท์ความดีของท่านแล้ว ท่านเป็นผู้มีจิตใจอันเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ยามเมื่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก ท่านก็มิได้นิ่งดูดาย ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อเรื่องนี้?"

อัคคิทัตตะกราบทูลด้วยความนอบน้อม

"ข้าแต่พระพุทธเจ้าผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากนั้นเป็นหน้าที่ของมนุษย์ทุกคน ยิ่งผู้ใดมีกำลังทรัพย์และปัญญามาก ก็ยิ่งควรที่จะแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่นให้มากยิ่งขึ้น เปรียบเสมือนน้ำในบ่อ ย่อมไหลไปยังที่ต่ำ เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตให้ดำรงอยู่ได้ หากน้ำขังอยู่นาน ย่อมเน่าเสียฉันใด จิตใจของผู้ที่มีทรัพย์สินมาก แต่ไม่แบ่งปัน ย่อมไม่เป็นสุขฉันนั้น" อัคคิทัตตะกราบทูล

พระเจ้ากรุงพาราณสีทรงพอพระทัยในคำกราบทูลของอัคคิทัตตะเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงมีพระประสงค์จะมอบตำแหน่งหน้าที่สำคัญให้แก่อัคคิทัตตะ

"อัคคิทัตตะ เราประสงค์จะมอบตำแหน่งเสนาบดีคลัง ให้แก่ท่าน เพื่อให้ท่านได้บริหารจัดการทรัพย์สินของอาณาจักร และช่วยเหลือเหล่าราษฎรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ท่านจะรับตำแหน่งนี้หรือไม่?"

อัคคิทัตตะได้ยินดังนั้นก็ตกใจเล็กน้อย แต่ด้วยความที่ท่านเป็นผู้มีปัญญา ท่านทราบดีว่าการได้รับตำแหน่งนี้คือโอกาสอันดีที่จะได้ช่วยเหลือประชาชนให้พ้นทุกข์

"ข้าแต่พระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าเป็นเพียงพราหมณ์ธรรมดา จะขอรับใช้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทอย่างเต็มกำลังความสามารถ" อัคคิทัตตะกราบทูลรับตำแหน่ง

นับแต่นั้นมา อัคคิทัตตะก็ดำรงตำแหน่งเสนาบดีคลังด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ท่านบริหารจัดการทรัพย์สินของแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เคยคดโกงหรือยักยอกทรัพย์แต่อย่างใด ท่านได้นำทรัพย์สินส่วนหนึ่งของแผ่นดินมาช่วยเหลือผู้ที่ยากไร้ กำพร้า หรือประสบภัยพิบัติต่างๆ ทำให้เหล่าราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เกิดความสงบสุขทั่วทั้งอาณาจักร

วันหนึ่ง ขณะที่อัคคิทัตตะกำลังตรวจตราดูแลความเรียบร้อยของบ้านเมืองอยู่ ท่านก็ได้พบกับชายขอทานชราคนหนึ่ง นั่งขอทานอยู่ที่มุมถนน ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา ดวงตาเศร้าหมอง

อัคคิทัตตะรู้สึกคุ้นตาเป็นอย่างยิ่ง ท่านจึงเข้าไปสอบถาม

"ท่านผู้เจริญ ท่านเคยพบเห็นข้าพเจ้ามาก่อนหรือไม่?"

ชายชราเงยหน้าขึ้นมองอัคคิทัตตะ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

"ท่าน...ท่านคืออัคคิทัตตะกระนั้นหรือ?"

อัคคิทัตตะพยักหน้า

"ใช่แล้ว ท่านจดจำข้าพเจ้าได้?"

ชายชราค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล

"โอ้ ท่านอัคคิทัตตะ ข้าพเจ้าคือชายที่ท่านได้เคยช่วยเหลือไว้เมื่อครั้งก่อน ข้าพเจ้าเดินทางกลับถึงบ้านเมืองแล้ว แต่ทว่า... ด้วยความประมาท ข้าพเจ้าได้นำทรัพย์สินที่ท่านให้ไป ลงทุนผิดพลาดจนหมดสิ้น แถมยังไปติดหนี้สินเพิ่มอีก ทำให้ชีวิตของข้าพเจ้าตกต่ำยิ่งกว่าเดิม ถึงขั้นต้องมานั่งขอทานเช่นนี้" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียใจ

อัคคิทัตตะได้ฟังดังนั้น ก็ไม่ได้แสดงความโกรธเคืองแต่อย่างใด ท่านยังคงมีจิตใจที่เมตตาเหมือนเดิม

"ท่านไม่ต้องเสียใจไปหรอก วันนั้นข้าพเจ้าช่วยเหลือท่านด้วยความบริสุทธิ์ใจ และวันนี้ข้าพเจ้าก็จะช่วยเหลือท่านอีกครั้ง" อัคคิทัตตะกล่าว

อัคคิทัตตะได้มอบทรัพย์สินจำนวนหนึ่งให้กับชายชราอีกครั้ง พร้อมทั้งสอนให้เขารู้จักการบริหารจัดการเงินอย่างรอบคอบ และให้คำแนะนำในการประกอบอาชีพที่สุจริต

"จงนำทรัพย์สินเหล่านี้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ และจงจำไว้ว่า การทำงานอย่างขยันขันแข็ง และการใช้จ่ายอย่างมีสติ คือกุญแจสำคัญของความสำเร็จ" อัคคิทัตตะกล่าว

ชายชราซาบซึ้งในความเมตตาของอัคคิทัตตะเป็นอย่างยิ่ง เขาโค้งคำนับขอบคุณอย่างสุดซึ้ง และจากไปเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

เมื่อเวลาผ่านไปนานหลายปี อัคคิทัตตะก็ยังคงทำหน้าที่เสนาบดีคลังอย่างดีเยี่ยม ท่านได้สร้างคุณูปการมากมายให้กับอาณาจักร จนเป็นที่รักใคร่ของพระมหากษัตริย์และเหล่าราษฎร

วันหนึ่ง ขณะที่อัคคิทัตตะกำลังจะสิ้นอายุขัย ท่านก็ได้ระลึกถึงเรื่องราวในอดีตทั้งหมด ท่านรู้สึกอิ่มเอมใจที่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า และได้ช่วยเหลือผู้อื่นมาโดยตลอด

คติธรรม

การช่วยเหลือผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยากด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์นั้น เป็นการบำเพ็ญบารมีที่ประเสริฐ และจะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญรุ่งเรืองแก่ตนเองและผู้อื่น

บารมีที่บำเพ็ญ

ในชาตินี้ พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมีในด้าน ทานบารมี (การให้) และ เมตตาบารมี (ความรัก ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น) อย่างสมบูรณ์

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

การให้ทานเป็นการฝึกฝนจิตใจให้ละวางความตระหนี่ และนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง

บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี, วิริยบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

อุเทนสูตร
204ทุกนิบาต

อุเทนสูตร

อุเทนสูตรณ แคว้นโกศล อันเป็นแคว้นที่รุ่งเรืองและเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา มีพระราชาผู้ทรงธรรมนามว...

💡 ความหมายที่แท้จริงของชีวิต คือการเรียนรู้ การพัฒนาจิตใจ การปล่อยวาง การช่วยเหลือผู้อื่น และการใช้ชีวิตอย่างมีปัญญาและเมตตา

สารัททชาดก
109เอกนิบาต

สารัททชาดก

สารัททชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่พระพุทธเจ้ายังทรงดำรงอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร กรุงสาวัตถี...

💡 ความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณธรรมอันสูงส่ง การทำความดีและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว ย่อมส่งผลบุญไปถึงพวกเขา ช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมาน และเป็นเครื่องเตือนใจให้เราหมั่นทำความดีอยู่เสมอ

มหาอุตตรชาดก
546มหานิบาต

มหาอุตตรชาดก

มหาอุตตรชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศลอันไพบูลย์ มีพระราชาผู้ทรงทศพิธราชธรรมปกครองอาณาประชา...

💡 ความรอบคอบในการใช้จ่ายทรัพย์สินเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความผาสุกของส่วนรวม

กุรุงคชาดก
70เอกนิบาต

กุรุงคชาดก

กุรุงคชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระพุทธเจ้าของเรายังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ เมื่อครั้งที่พระ...

💡 แม้จะอยู่ในสถานการณ์อันตราย ก็ไม่ควรละทิ้งความเมตตาต่อผู้อื่น และการเสียสละเพื่อผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งผลดีในที่สุด

มหาธรรมปาลชาดก
67เอกนิบาต

มหาธรรมปาลชาดก

ผู้มีจิตเมตตาต่อศัตรูณ กรุงราชคฤห์ อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่อาณาจ...

💡 การมีเมตตาต่อศัตรูนั้น ย่อมนำมาซึ่งการให้อภัย และความสงบสุข.

มหาสีลัพชาดก
43เอกนิบาต

มหาสีลัพชาดก

มหาสีลพชาดก ณ เมืองสาวัตถี แคว้นโกศล อันเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ครั้งนั้น พระองค์ทรงปรารภถึงเหต...

💡 ศีลเป็นเครื่องคุ้มครองชีวิต นำมาซึ่งความสุข ความเจริญ และเป็นพื้นฐานของการทำความดีทั้งปวง ผู้มีศีลย่อมเป็นที่รักของมวลมนุษย์และเทวดา

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว