
ในป่าหิมพานต์อันศักดิ์สิทธิ์ ณ โคนต้นสาละใหญ่ มีหงส์ทองคู่หนึ่งอาศัยอยู่ หงส์ทั้งสองมีขนสีทองอร่าม ส่องประกายงดงามราวกับทองคำแท้ ทั้งคู่เป็นที่รักใคร่ของสรรพสัตว์ทั้งปวง
วันหนึ่ง ขณะที่หงส์ทองทั้งสองกำลังพักผ่อนอยู่ใต้ร่มเงาของต้นสาละใหญ่ จู่ๆ ก็มีนายพรานผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขาเป็นชายร่างใหญ่ ใบหน้าดุดัน สวมเสื้อผ้าที่ทำจากหนังสัตว์
นายพรานเห็นหงส์ทองเข้า ก็เกิดความละโมบโลภมาก เขาคิดจะจับหงส์ทองทั้งสองไปขายเพื่อนำเงินมาเลี้ยงชีพ
“เฮ้ย เจ้าหงส์ทอง! เจ้าจะหนีข้าไปไหนพ้น!” นายพรานตะโกนก้อง
หงส์ทองทั้งสองตกใจ พยายามจะบินหนีไป แต่ด้วยความที่นายพรานนั้นว่องไวและมีประสบการณ์ เขาได้ยิงธนูอาบยาพิษออกไปอย่างแม่นยำ ธนูดอกนั้นพุ่งตรงไปยังหงส์ทองตัวผู้เพียงตัวเดียว
“อ๊าก!” หงส์ทองตัวผู้ร้องด้วยความเจ็บปวด ธนูอาบยาพิษปักคาอกของมัน
หงส์ทองตัวเมียเห็นดังนั้น ก็เสียใจเป็นที่สุด นางพยายามประคองสามีที่กำลังจะสิ้นใจ
“ท่านที่รัก! อย่าเพิ่งไปนะ!” หงส์ทองตัวเมียร่ำไห้
“อย่าเสียใจเลยที่รัก” หงส์ทองตัวผู้กล่าวเสียงแผ่ว “ข้าต้องจากท่านไปแล้ว แต่ขอท่านจงอย่าได้สิ้นหวัง ข้าจะขอพรสุดท้ายต่อเทพยดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ ให้ข้าได้เกิดใหม่เป็นมนุษย์ที่ฉลาดปราดเปรื่อง และจะกลับมาเพื่อแก้แค้นให้นาง”
เมื่อกล่าวจบ หงส์ทองตัวผู้ก็สิ้นใจลง
หงส์ทองตัวเมียเสียใจมาก นางเฝ้าร่ำไห้คร่ำครวญอยู่ที่โคนต้นสาละใหญ่ จนกระทั่งวันหนึ่ง นางได้พบกับพญานกยูงผู้มีปัญญา
“แม่หงส์ทอง เหตุใดจึงเศร้าโศกถึงเพียงนี้?” พญานกยูงถาม
หงส์ทองตัวเมียเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้นกยูงฟัง
“อย่าเสียใจไปเลยแม่หงส์ทอง” พญานกยูงปลอบ “ความตายเป็นเรื่องธรรมดาของทุกชีวิต ข้าจะช่วยท่านเอง”
พญานกยูงได้ใช้ปัญญาอันล้ำเลิศของตน คิดหาวิธีที่จะทำให้หงส์ทองตัวผู้ได้กลับมาเกิดใหม่ตามที่ปรารถนา
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน หงส์ทองตัวผู้ได้กลับมาเกิดเป็นโอรสของพระราชาแห่งแคว้นกาสี ทรงพระนามว่า เจ้าชายโมรราช
เมื่อเจ้าชายโมรราชเจริญเติบโตขึ้น พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถเหนือใคร ทรงเชี่ยวชาญในศิลปะการต่อสู้ การปกครอง และศิลปะแขนงต่างๆ
วันหนึ่ง เจ้าชายโมรราชได้ทรงทราบเรื่องราวในอดีตชาติของพระองค์ จากการบอกเล่าของเทพยดา
“เราต้องกลับไปแก้แค้นให้นาง!” เจ้าชายโมรราชทรงตั้งปณิธาน
พระองค์ทรงเดินทางไปยังป่าหิมพานต์อีกครั้ง และได้พบกับหงส์ทองตัวเมีย ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นพญานกยูงผู้สง่างาม
“ท่านคือสามีของข้าเอง!” พญานกยูงกล่าวด้วยความยินดี
เจ้าชายโมรราชทรงได้พบกับนายพรานผู้นั้นอีกครั้ง แต่นายพรานผู้นี้ บัดนี้ได้กลายเป็นคนแก่ชรา
“เจ้าคือหงส์ทองที่ข้าเคยยิง!” นายพรานจำเจ้าชายได้
“ใช่แล้ว” เจ้าชายโมรราชตรัส “ข้ากลับมาเพื่อทวงแค้น”
แต่แทนที่จะลงมือสังหาร นายพราน เจ้าชายโมรราชทรงเลือกที่จะแสดงความเมตตา
“เราจะปล่อยเจ้าไป” เจ้าชายโมรราชตรัส “แต่ขอให้เจ้าจงจำไว้ว่า การเบียดเบียนผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อนแก่ตนเอง”
นายพรานได้ฟังดังนั้น ก็รู้สึกละอายใจเป็นอย่างยิ่ง เขาสำนึกผิด และขอขมาเจ้าชายโมรราช
เจ้าชายโมรราชทรงนำหงส์ทองตัวเมีย (พญานกยูง) กลับสู่นครพาราณสี และทั้งสองก็อยู่ครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดไป
— In-Article Ad —
ความเมตตาและการให้อภัย ย่อมประเสริฐกว่าการแก้แค้น การใช้ปัญญาและความอดทน ย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีกว่า.
บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตาบารมี (ความรัก ความปรารถนาดี), ปัญญาบารมี (ปัญญา)
— Ad Space (728x90) —
512วีสตินิบาตพระโพธิสัตว์เป็นมนุษย์ผู้มีเมตตา ในอดีตกาลอันไกลโพ้น ณ แคว้นมคธ อันเป็นแดนอุดมสมบูรณ์ ปกครองโดยพระเ...
💡 ความเมตตาคือแสงสว่างที่สามารถนำพาเราให้พ้นจากความมืดมิด และความทุกข์ยาก การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน คือการบำเพ็ญบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่
205ทุกนิบาตมหาสุมังคลสูตรณ เมืองพาราณสี อันเป็นเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรืองแห่งหนึ่ง มีพระราชาผู้ทรงธรรมนามว่า 'ม...
💡 การมีจิตใจเมตตาต่อสรรพสัตว์ ย่อมนำมาซึ่งผลบุญอันยิ่งใหญ่ การใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อนและความเสื่อมเสีย
22เอกนิบาตอติจาณกชาดกณ เมืองสาวัตถี อันเป็นเมืองที่รุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนา มีพระภิกษุรูปหนึ่งนามว่า "พระอติจ...
💡 ความตะกละเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ควรบริโภคอาหารแต่พอดี รู้จักประมาณตน เพื่อสุขภาพกายและใจที่ดี
243ทุกนิบาตพิลักขชาดกครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ เมืองสาวัตถี มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อว่า พิลักขะ ซึ่งหมายถึง 'ผู้มีขนดก...
💡 ความตระหนี่เป็นกิเลสที่นำไปสู่อบายภูมิ การทำบุญให้ทานด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์และเลื่อมใส ย่อมได้รับผลบุญอันยิ่งใหญ่ และสามารถช่วยบรรเทาโทษจากกรรมเก่าได้
42เอกนิบาตมหาปัญญชาดก ครั้งหนึ่งนานแสนนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศลอันรุ่งเรือง พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงครองราชย์ด้วยทศพิ...
💡 ปัญญาที่แท้จริงย่อมปราศจากอคติ และไม่ถูกจำกัดด้วยชาติกำเนิด
144เอกนิบาตปัญจปาณชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายอยู่ในภพภูมิต่างๆ เพื่อบำเพ็ญบารมี...
💡 การมีอำนาจและฤทธิ์เดชที่ยิ่งใหญ่ อาจไม่เท่ากับการมีคุณธรรมอันประเสริฐ การเสียสละ การให้ การช่วยเหลือผู้อื่น และการมีเมตตาจิตต่อสรรพสัตว์ คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน
— Multiplex Ad —