
ณ เมืองสาวัตถี ขณะที่พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวันมหาวิหาร ทรงมีพระพุทธดำรัสถึงเรื่องราวของพญานกสาริกา ที่มีความเฉลียวฉลาดและซื่อสัตย์ต่อพระราชา อันเป็นเรื่องราวในอดีตชาติของพระองค์
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอดีตกาล เมื่อครั้งพระโพธิสัตว์ทรงเป็นพญานกสาริกา (นกสาลิกา) อาศัยอยู่ในป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีขนสีขาวผ่องราวกับปุยเมฆ ท่าทีสง่างาม และมีเสียงร้องที่ไพเราะจับใจ พญานกสาริกาตัวนี้มีความฉลาดเฉลียวเป็นเลิศ และมีความจงรักภักดีต่อพระราชาแห่งเมืองพาราณสีเป็นอย่างยิ่ง
พระราชาแห่งเมืองพาราณสี ทรงโปรดปรานพญานกสาริกาเป็นอย่างมาก ทรงเลี้ยงดูอย่างดีราวกับเป็นพระสหายคู่พระทัย ทรงไว้วางพระทัยให้พญานกสาริกาเป็นผู้ช่วยในการบริหารราชการแผ่นดินในบางครา
วันหนึ่ง ขณะที่พระราชาประทับอยู่บนพระราชบัลลังก์ ทรงมีพระราชดำริว่า “เราได้ครองราชย์มานาน ประชาชนก็อยู่เย็นเป็นสุข แต่เราก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปตรวจเยี่ยมราษฎรในชนบทเสียที”
เมื่อตรัสเสร็จ พระองค์ก็ทรงมีรับสั่งให้เหล่าข้าราชบริพารเตรียมการเสด็จประพาสป่า เพื่อจะได้มีโอกาสพบปะกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามชนบท
พญานกสาริกาได้ยินดังนั้น ก็รีบเข้ามาทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นที่รักแห่งข้าพเจ้า หากพระองค์จะเสด็จประพาสป่า โปรดให้ข้าพเจ้าได้ร่วมเดินทางไปด้วยเถิด ข้าพเจ้าจะคอยดูแลมิให้พระองค์ทรงหลงทาง หรือตกอยู่ในอันตรายใดๆ”
พระราชาทรงยิ้มรับ “แน่นอนสหายรัก เราจะขาดเจ้าไปได้อย่างไร”
เมื่อถึงวันเดินทาง พระราชาพร้อมด้วยพญานกสาริกา และเหล่าข้าราชบริพาร ก็ออกเดินทางเข้าป่าใหญ่
ขณะที่เดินทางไปเรื่อยๆ พญานกสาริกาที่บินอยู่สูงกว่า ก็สังเกตเห็นความผิดปกติบนพื้นดิน
“ข้าแต่พระองค์! โปรดหยุดก่อน!” พญานกสาริกาทรงร้องเตือน
พระราชาทรงหยุดทัพ และถามด้วยความสงสัย “เกิดอันใดขึ้นเล่า สหายรัก”
“เบื้องหน้าของพระองค์ มีหลุมพรางขนาดใหญ่ที่พวกโจรป่าได้ขุดเตรียมไว้เพื่อดักจับสัตว์ป่า และอาจจะดักจับพระองค์ด้วย หากพระองค์ไม่หยุดเสียก่อน ก็คงจะตกหลุมพรางนั้นแล้ว” พญานกสาริกากล่าว
พระราชาทรงตกพระทัย เมื่อทรงทราบถึงอันตรายที่ทรงเกือบจะประสบ พระองค์ทรงขอบพระทัยพญานกสาริกาเป็นอย่างยิ่ง
“ขอบใจเจ้ามาก สหายรัก เจ้าช่วยชีวิตเราไว้ได้”
พวกเขาเดินทางต่อไปอีกสักพัก พญานกสาริกาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากพุ่มไม้
“ข้าแต่พระองค์! โปรดระวัง! ในพุ่มไม้นั้น มีพวกโจรซุ่มซ่อนอยู่ กำลังรอจังหวะที่จะเข้าโจมตี”
พระราชาทรงรีบสั่งให้เหล่าทหารเตรียมพร้อม และสามารถป้องกันการโจมตีจากพวกโจรได้อย่างปลอดภัย
การเดินทางครั้งนั้น พระราชาทรงรอดพ้นจากอันตรายต่างๆ นานัปการ ด้วยความเฉลียวฉลาดและความจงรักภักดีของพญานกสาริกา
เมื่อเสด็จกลับถึงพระราชวังแล้ว พระราชาทรงมีพระราชดำริว่า “พญานกสาริกาตัวนี้ ช่างมีความเฉลียวฉลาดและซื่อสัตย์เป็นยิ่งนัก เราควรจะให้รางวัลแก่เขา”
พระองค์ทรงมีรับสั่งให้หาผลไม้ที่อร่อยที่สุดในป่า นำมาถวายแด่พญานกสาริกา
แต่พญานกสาริกากลับปฏิเสธ “ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นที่รักแห่งข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามิได้ต้องการสิ่งใดตอบแทน เพียงแค่ได้ช่วยพระองค์ให้ปลอดภัย ก็เป็นความสุขของข้าพเจ้าแล้ว”
พระราชาทรงประทับใจในความซื่อสัตย์และไม่เห็นแก่ตัวของพญานกสาริกาเป็นอย่างยิ่ง
วันหนึ่ง มีพราหมณ์ผู้หนึ่ง เดินทางมาถึงเมืองพาราณสี พราหมณ์ผู้นี้มีจิตใจที่ใฝ่หาความรู้ แต่ก็มีนิสัยที่ชอบสอดแนมเรื่องราวของผู้อื่น
พราหมณ์ผู้นี้ได้ยินกิตติศัพท์ของพญานกสาริกา ว่ามีความฉลาดเฉลียว และเป็นที่รักของพระราชา จึงเกิดความสงสัยใคร่รู้ จึงแอบไปสืบดู
ขณะที่พญานกสาริกา กำลังสนทนากับพระราชาอย่างออกรส พราหมณ์ผู้นี้ก็ได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง
“สหายรัก” พระราชาตรัส “เจ้าเคยไปเห็นสิ่งใดที่น่าพิศวงในโลกนี้มาบ้างหรือไม่”
พญานกสาริกาตอบ “ข้าแต่พระองค์ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าได้เห็นต้นไม้ต้นหนึ่ง ที่ออกผลเป็นทองคำทั้งต้น! นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ยิ่งนัก”
พราหมณ์ผู้นี้เมื่อได้ยินดังนั้น ก็เกิดความโลภขึ้นในใจ เขาคิดว่า หากตนเองได้ต้นไม้นั้นมา คงจะร่ำรวยมหาศาล จึงแอบจดจำสถานที่ที่พญานกสาริกาบอกไว้
หลังจากนั้น พราหมณ์ผู้นี้ก็รีบเดินทางไปยังสถานที่นั้นทันที เขาใช้เวลาหลายวันในการค้นหา จนในที่สุดก็พบต้นไม้ต้นนั้น
ด้วยความตื่นเต้น พราหมณ์ผู้นี้ก็รีบใช้ขวานฟันต้นไม้ทองคำนั้นทันที แต่เมื่อเขาลงมือตัด ต้นไม้ทองคำก็กลับกลายเป็นต้นไม้ธรรมดา และผลทองคำที่เคยเห็นก็หายไป
พราหมณ์ผู้นี้เสียใจเป็นอย่างมาก เขาจึงกลับไปหาพญานกสาริกา เพื่อจะตำหนิ
“เจ้าหลอกลวงข้า!” พราหมณ์ตะโกน “ต้นไม้ที่เจ้าว่าออกผลเป็นทองคำ มันกลับกลายเป็นต้นไม้ธรรมดา!”
พญานกสาริกาตอบอย่างใจเย็น “ข้ามิได้หลอกลวงท่าน ข้าเพียงแต่เล่าสิ่งที่ข้าเคยเห็น แต่ต้นไม้นั้น จะออกผลเป็นทองคำได้ ก็ต่อเมื่อมีบุคคลผู้มีจิตใจบริสุทธิ์และซื่อสัตย์เท่านั้น
ท่านไม่มีจิตใจเช่นนั้น ท่านจึงไม่เห็นผลทองคำ”
พราหมณ์ผู้นี้เมื่อได้ฟังดังนั้น ก็ละอายใจในความโลภของตนเอง เขาจึงยอมรับผิด และได้ขอโทษพญานกสาริกา
พระพุทธองค์ทรงสรุปเรื่องนี้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในกาลครั้งนั้น เราเป็นพญานกสาริกา มีความเฉลียวฉลาดและซื่อสัตย์ต่อพระราชา
ส่วนพราหมณ์ผู้นั้น เป็นผู้ที่ถูกความโลภครอบงำ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่ดีงามได้
ดังนั้น พึงหมั่นรักษาจิตใจให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ ความดี ความซื่อสัตย์ จะนำพาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ชีวิต”
— In-Article Ad —
ความเฉลียวฉลาดและความซื่อสัตย์เป็นคุณธรรมที่ประเสริฐ การกระทำด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ย่อมนำมาซึ่งสิ่งดีงาม
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี, สัจจบารมี
— Ad Space (728x90) —
111เอกนิบาตอุทายิชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงสาวัตถี อันเป็นเมืองหลวงที่รุ่งเรืองยิ่งนัก ประดับประดาไป...
💡 วาจาสุภาพอ่อนหวาน ย่อมนำมาซึ่งความรัก ความเมตตา และความเป็นมิตร หากแต่ให้มีปัญญาประกอบด้วย
281ติกนิบาตกุฏิกาชาดกครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในแคว้นมคธ ณ เชตวันมหาวิหาร มีพระภิกษุรูปหนึ่งเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ วา...
💡 กิเลสเป็นสิ่งยั่วยวนให้หลงผิด หากจิตใจไม่เข้มแข็ง อาจพ่ายแพ้ต่อกิเลสได้ง่าย
366ปัญจกนิบาตมหาปทุมชาดกณ แคว้นอันรุ่งเรืองแห่งหนึ่ง นามว่า มคธ มีพระราชาผู้ทรงปรีชาสามารถนามว่า พระมหาปทุม พระอง...
💡 ความอาฆาตแค้นนำมาซึ่งความเดือดร้อน การให้อภัยและให้โอกาสในการกลับตัวกลับใจเป็นหนทางสู่ความสงบสุข
318จตุกกนิบาตสุมังคลชาดกณ เมืองพาราณสี ในสมัยโบราณ เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงดำรงชีวิตอยู่ ทรงได้อุบัติเป็น 'พร...
💡 การให้และการแบ่งปัน นำมาซึ่งความสุขและความเจริญรุ่งเรือง
504ปกิณณกนิบาตนิทานชาดกที่ 504: พระโพธิสัตว์เป็นพญาอินทรีผู้มีอุเบกขา ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ท้องทุ่งอันกว้าง...
💡 ความโกรธและความริษยาเป็นเหมือนเพลิงที่เผาผลาญจิตใจตนเอง การมีอุเบกขาต่อสรรพสิ่งและต่ออารมณ์ของตนเอง จะนำมาซึ่งความสงบสุขที่แท้จริง
284ติกนิบาตมหากปปิชาดกณ แคว้นโกศล เมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรือง มีพระราชาผู้ทรงทศพิธราชธรรมปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้...
💡 การหลอกลวงผู้อื่น อาจให้ผลประโยชน์ชั่วคราว แต่สุดท้ายจะนำมาซึ่งความเสียหาย
— Multiplex Ad —