
ณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชาพระองค์หนึ่งนามว่า โกรัพยะ พระองค์ทรงมีพระราชโอรสรูปงามนามว่า ทีฆาวุ ซึ่งทรงเป็นที่รักยิ่งของพระองค์ ทว่า ทีฆาวุกลับมีอุปนิสัยที่ร้ายกาจ พระองค์เต็มไปด้วยความโกรธแค้น และมักจะใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาเสมอ
วันหนึ่ง ขณะที่พระทีฆาวุกำลังทรงสำรวจป่าใกล้พระราชวัง พระองค์ได้พบกับชายชราผู้หนึ่งกำลังปีนต้นไม้เพื่อเก็บผลไม้ ชายชรานั้นปีนป่ายอย่างยากลำบาก และพลัดตกลงมาบาดเจ็บเล็กน้อย เมื่อพระทีฆาวุเห็นเช่นนั้น แทนที่จะทรงให้ความช่วยเหลือ พระองค์กลับทรงหัวเราะเยาะและตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดว่า “เหตุใดเจ้าจึงได้อ่อนแอเช่นนี้! แค่ปีนต้นไม้ก็ยังทำไม่ได้!”
ชายชราผู้นั้นสะดุ้งตกใจ และพยายามลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล “ขออภัยเพคะ… ข้าเพียงแต่… พลัดตกไปเล็กน้อย”
“เล็กน้อยรึ? ฮ่าๆๆ! เจ้ามันคนไร้ประโยชน์! ข้าไม่เคยเห็นใครที่น่าสมเพชเท่าเจ้ามาก่อน!” พระทีฆาวุตรัสพลางเดินจากไป ทิ้งให้ชายชราผู้นั้นนอนเจ็บปวดอยู่ตามลำพัง
เมื่อข่าวการกระทำของพระทีฆาวุไปถึงพระกรรณของพระราชา พระองค์ทรงเสียพระทัยเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงทราบดีว่าความโกรธแค้นของโอรสนี้ หากไม่ได้รับการแก้ไข จะนำพามาซึ่งหายนะ
พระราชาจึงมีรับสั่งให้หาหมอหลวงมารักษาพระทีฆาวุ ซึ่งทรงประชวรด้วยโรคที่ไม่ทราบสาเหตุ หมอหลวงได้ตรวจดูอาการอย่างละเอียดแล้ว ก็ไม่สามารถหาสาเหตุแห่งโรคได้
พระราชาจึงทรงปรึกษากับปุโรหิตหลวง ปุโรหิตหลวงได้กราบทูลว่า “ข้าแต่พระมหากษัตริย์ พระโอรสทรงประชวรด้วยพิษแห่งความโกรธ ซึ่งเป็นพิษที่มองไม่เห็น แต่ทำลายล้างได้รุนแรงยิ่งกว่าพิษใดๆ”
พระราชาทรงตกพระทัย และทรงถามถึงวิธีรักษา ปุโรหิตหลวงจึงทูลว่า “การจะรักษาพิษนี้ได้ ต้องให้ผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ และเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม มาโปรดประทานโอวาท และให้พระโอรสทรงเจริญสติปัญญา เพื่อละวางความโกรธแค้น”
พระราชาจึงทรงมีรับสั่งให้ตามหาบุคคลดังกล่าว จนกระทั่งได้พบกับพระพุทธเจ้า ซึ่งทรงประทับอยู่ ณ วัดเวฬุวัน
พระพุทธเจ้าได้เสด็จมายังพระราชวัง และได้พบกับพระทีฆาวุที่กำลังทรงประชวรหนัก เมื่อพระพุทธเจ้าทรงเห็นสภาพของพระทีฆาวุ ก็ทรงทราบถึงต้นเหตุแห่งโรค
พระพุทธเจ้าทรงตรัสด้วยพระสุรเสียงอันอ่อนโยนว่า “ดูก่อนทีฆาวุ เหตุใดเจ้าจึงทำร้ายตนเองเช่นนี้?”
พระทีฆาวุทรงพยายามที่จะโต้ตอบ แต่ก็ไม่มีแรง พระพุทธเจ้าจึงทรงเล่าเรื่องราวของชายชราที่พระองค์ได้พบก่อนหน้านี้ “เจ้าได้หัวเราะเยาะและทอดทิ้งชายชราผู้หนึ่ง ซึ่งตกจากต้นไม้ เจ้าคิดว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้เจ้ารู้สึกดีขึ้นหรือไม่?”
พระทีฆาวุทรงนิ่งอึ้ง เขาเริ่มรู้สึกถึงความผิดบาปที่ตนเองได้กระทำ
พระพุทธเจ้าทรงตรัสต่อไปว่า “ความโกรธเปรียบเสมือนยาพิษที่ทำลายสุขภาพกายและใจของเรา มันทำให้เรามองไม่เห็นความจริง และกระทำการอันโหดร้ายต่อผู้อื่น เมื่อเจ้าโกรธ เจ้ากำลังดื่มยาพิษด้วยตนเอง”
“แล้วข้าควรทำอย่างไรเล่าพะยะค่ะ?” พระทีฆาวุทูลถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“จงละทิ้งความโกรธเสีย จงฝึกเจริญเมตตาภาวนา จงเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และจงรู้ว่าทุกชีวิตนั้นล้วนต้องการความเข้าใจและการให้อภัย” พระพุทธเจ้าตรัส
พระทีฆาวุได้ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เขากลั้นใจรับประทานยาที่พระองค์ประทานให้ และเริ่มฝึกเจริญสติปัญญา เขาค่อยๆ ละวางความโกรธ และหันมาใช้ชีวิตด้วยความเมตตา เมื่อเวลาผ่านไป อาการประชวรของพระองค์ก็ดีขึ้นตามลำดับ พระองค์ทรงกลายเป็นพระราชาผู้ทรงธรรม เปี่ยมด้วยพระเมตตา และเป็นที่รักของประชาชน
— In-Article Ad —
ความโกรธคือยาพิษที่ทำลายตนเอง จงฝึกฝนจิตใจให้เปี่ยมด้วยเมตตา และให้อภัย.
บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตาบารมี
— Ad Space (728x90) —
77เอกนิบาตกุมภทาสชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง กษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรมปกครองแผ่น...
💡 ความตายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้สำหรับทุกชีวิต แต่การดำรงชีวิตอยู่ด้วยคุณธรรม การทำความดี การเสียสละเพื่อผู้อื่น คือสิ่งที่สามารถสร้างความสุขและความหมายที่แท้จริงให้กับชีวิตได้ ผลบุญจากการทำความดี ย่อมส่งผลให้จิตใจสงบ และนำไปสู่สุคติในภพหน้า
536มหานิบาตมหาโควินทชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระเจ้าพรหมทัตทรงครองราชสมบัติกรุงพาราณสี ประเทศอินเดี...
💡 ผู้ที่มีปัญญาย่อมเห็นถึงโทษของกามคุณและยึดมั่นในธรรมะ ย่อมนำพาไปสู่ความสงบและความหลุดพ้น การส่งเสริมธรรมะในสังคมนำมาซึ่งความสงบสุขที่แท้จริง
321จตุกกนิบาตกัจจานชาดก ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง มีเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่นามว่า ราชคฤห์ พระราชาผู้ทรงทศพิธราชธรรมปกค...
💡 การกระทำใดๆ ที่เกิดจากความโลภ โกรธ หลง ย่อมนำมาซึ่งทุกข์โทษ และผลร้ายแก่ตนเองและผู้อื่น การละเว้นความชั่ว บำเพ็ญความดี และการสำนึกผิดในบาปกรรมที่เคยได้กระทำไว้ ย่อมนำมาซึ่งความสุขสวัสดี และความเจริญรุ่งเรือง
330จตุกกนิบาตกุมภชาดกในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นบุตรของกษัตริย์แห่งเมืองสาวัตถี ทรงพระนามว่า เจ้าชายสารภั...
💡 การมีทรัพยากรอย่างอุดมสมบูรณ์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากปราศจากจิตสำนึกที่ดีและความสามัคคี การรู้คุณค่าของสิ่งที่มี และการรู้จักแบ่งปัน คือหนทางสู่ความสุขที่ยั่งยืน
339จตุกกนิบาตเสียงเพรียกแห่งความยุติธรรมณ นครอันไพศาลนามว่า กุรุมพะ เมืองแห่งการค้าขายที่รุ่งเรือง มีพระราชาผู้ทร...
💡 ความยุติธรรมต้องอาศัยปัญญาในการสืบค้น ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใครก็ตาม
315จตุกกนิบาตสุชาดาชาดก ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงดำรงพระชนม์ชีพเป็นพระเวสสันดรราชกุมาร ...
💡 การเสียสละอันยิ่งใหญ่ ย่อมนำมาซึ่งผลอันประเสริฐ การบำเพ็ญทานบารมีนั้น ย่อมนำพาไปสู่การหลุดพ้นจากกองทุกข์
— Multiplex Ad —