
ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง มีเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่นามว่า ราชคฤห์ พระราชาผู้ทรงทศพิธราชธรรมปกครองแผ่นดินด้วยความผาสุก ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขทั่วหน้า แต่แล้ววันหนึ่ง ความสุขสงบนั้นก็ถูกท้าทายด้วยภัยพิบัติอันร้ายกาจ
เกิดความแห้งแล้งอย่างรุนแรงทั่วทั้งแคว้น แม่น้ำลำคลองเหือดแห้ง ท้องทุ่งไร่นาแตกระแหง ผู้คนอดอยากยากแค้น พืชพันธุ์ไม้ยืนต้นตายเสียเป็นส่วนใหญ่ สัตว์ป่าล้มตายเป็นจำนวนมาก เสียงร้องคร่ำครวญของชาวเมืองดังระงมไปทั่ว
พระราชาทรงกังวลพระทัยเป็นอย่างยิ่ง เสด็จออกเยี่ยมเยียนราษฎรด้วยพระองค์เอง ทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ยากของประชาชน พระองค์ก็ทรงรู้สึกปวดร้าวพระทัยยิ่งนัก ทรงตรัสถามเสนาบดีถึงสาเหตุของภัยพิบัติ แต่ไม่มีผู้ใดสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้
วันหนึ่ง มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า "กัจจาน" เป็นพราหมณ์ผู้ทรงศีล ทรงภูมิปัญญา และเป็นที่เคารพของคนทั้งปวง ได้เดินทางมาเข้าเฝ้าพระราชา กัจจานพราหมณ์ถวายบังคมลา แล้วกราบทูลว่า
"ข้าแต่มหาราชเจ้า ข้าพระองค์ได้พิจารณาเห็นแล้วว่า ภัยพิบัติที่กำลังบังเกิดแก่แคว้นมคธนี้ มิใช่สิ่งอื่นใด นอกเสียจากผลแห่งกรรมที่พระองค์และข้าราชบริพารได้กระทำไว้ในอดีตกาล"
พระราชาทรงตกพระทัย ทรงสดับคำของกัจจานพราหมณ์ด้วยความฉงนพระทัย ทรงตรัสถาม
"ท่านพราหมณ์ผู้เจริญ เหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนั้น? ข้าพเจ้าได้พยายามปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรมมาโดยตลอด เหตุใดจึงยังต้องประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้เล่า?"
กัจจานพราหมณ์ค่อยๆ เล่าเรื่องราวในอดีตชาติของพระราชาให้ทรงสดับฟัง
"ข้าแต่มหาราชเจ้า ในอดีตกาลอันไกลโพ้น พระองค์ได้เคยเกิดเป็นพระราชาในแคว้นนี้เช่นกัน แต่ในครั้งนั้น พระองค์ทรงหลงใหลในอำนาจ และทรงประพฤติทุจริต ทรงเบียดเบียนราษฎรอย่างแสนสาหัส ทรงรีดนาทาเร้นภาษีอากรจนประชาชนสิ้นเนื้อประดาตัว ทรงกดขี่ข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่า และที่ร้ายแรงที่สุด คือ พระองค์ทรงสั่งให้สร้างกำแพงเมืองที่สูงใหญ่ถึง 3 โยชน์ เพื่อกักขังผู้คนไว้ภายใน กำแพงนั้นสูงตระหง่านเสียจนแสงตะวันส่องไม่ถึงพื้นดิน ประชาชนที่ถูกกักขังก็พากันอดอยากล้มตายเป็นจำนวนมาก"
พระราชาทรงสดับเรื่องราวในอดีตชาติของพระองค์ด้วยความรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้ง ทรงระลึกได้ถึงบาปกรรมที่เคยได้กระทำไว้
"โอ้... ข้าพเจ้าช่างโง่เขลาเหลือเกิน! มิได้ตระหนักถึงผลแห่งกรรมที่ตนเองได้ก่อไว้"
กัจจานพราหมณ์กล่าวต่อไป
"กำแพงเมืองอันสูงใหญ่นั้น ย่อมเป็นเสมือนเครื่องพันธนาการที่กักขังชีวิตผู้คนไว้ฉันใด ผลแห่งกรรมที่ทรงสร้างไว้ ก็ย่อมเป็นเครื่องพันธนาการที่ทำให้พระองค์ต้องประสบทุกข์ในชาตินี้ฉันนั้น ภัยแล้งที่เกิดขึ้นนี้ ก็เป็นเพราะบุญบารมีที่ทรงเคยสั่งสมไว้แต่ชาติก่อนกำลังอ่อนกำลังลง"
พระราชาทรงก้มกราบลงแทบเบื้องบาทของกัจจานพราหมณ์
"ท่านพราหมณ์ผู้ประเสริฐ โปรดชี้แนะหนทางที่จะแก้ไขบาปกรรมอันใหญ่หลวงนี้ด้วยเถิด ข้าพเจ้าพร้อมที่จะชดใช้บาปกรรม และจะบำเพ็ญบุญกุศลให้ถึงพร้อม"
กัจจานพราหมณ์เมตตาชี้แนะ
"สิ่งแรกที่พระองค์พึงกระทำ คือ การรื้อถอนกำแพงเมืองที่ทรงสร้างไว้แต่ในอดีตชาติ หากทรงรื้อถอนได้สำเร็จ กำแพงนั้นจะกลับกลายเป็นสายน้ำหล่อเลี้ยงแผ่นดิน และทำให้ผู้คนพ้นจากความอดอยาก"
พระราชาทรงรับฟังคำแนะนำด้วยความตั้งใจแน่วแน่ ทรงมีรับสั่งให้เหล่าเสนาบดีและประชาชนทั้งหลาย เตรียมเครื่องมือช่างเพื่อจะทำการรื้อถอนกำแพงเมือง
ประชาชนต่างพากันสงสัยและหวาดกลัว พวกเขาไม่เข้าใจว่ากำแพงเมืองที่มองไม่เห็น จะสามารถรื้อถอนได้อย่างไร แต่เมื่อเห็นความมุ่งมั่นของพระราชา พวกเขาก็จำใจต้องปฏิบัติตาม
พระราชาทรงนำหน้า พร้อมด้วยเหล่าเสนาบดีและประชาชน ทรงถือขวาน จอบ เสียม และเครื่องมือต่างๆ เดินทางไปยังบริเวณที่กัจจานพราหมณ์ได้บอกว่าคือกำแพงเมืองเก่า เมื่อไปถึง ทุกคนก็ยังคงมองไม่เห็นสิ่งใด
แต่เมื่อพระราชาทรงเปล่งพระวาจา ด้วยความตั้งใจอันบริสุทธิ์ และทรงเริ่มฟันลงไปในอากาศ ราวกับว่าทรงกำลังฟันต้นไม้ใหญ่ ก้อนหินขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นในอากาศ และแตกสลายออกไป
เหล่าประชาชนต่างตกตะลึงในปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้น เมื่อพระราชาทรงฟันลงไปอีก กำแพงหินที่มองไม่เห็นก็ปรากฏขึ้น และถูกทำลายลงทีละส่วน ทีละส่วน
เมื่อกำแพงเมืองโบราณถูกทำลายลงจนสิ้น เสียงอื้ออึงดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับเสียงน้ำตกขนาดใหญ่ ก็พลันดังขึ้น และสายน้ำอันใสสะอาดบริสุทธิ์ก็หลั่งไหลออกมาจากพื้นดิน ท่วมท้นไปทั่วทั้งแผ่นดิน
เหล่าประชาชนโห่ร้องด้วยความยินดีปรีดา สายน้ำนั้นได้หล่อเลี้ยงผืนแผ่นดินที่แตกระแหง ทำให้พืชพันธุ์ต่างๆ กลับมามีชีวิตชีวา ท้องทุ่งไร่นาก็อุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ความอดอยากยากแค้นก็สิ้นสุดลง
พระราชาทรงมีรับสั่งให้สร้างบ่อน้ำ สระน้ำ และคลองชลประทานกระจายไปทั่วแคว้น เพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำใช้ตลอดปี ทรงประกาศยกเลิกภาษีอากรที่ไม่เป็นธรรม และทรงปกครองประชาชนด้วยความเมตตาธรรม
กัจจานพราหมณ์ได้เข้าเฝ้าพระราชาอีกครั้ง
"ข้าแต่มหาราชเจ้า บัดนี้ แคว้นมคธได้พ้นจากภัยพิบัติแล้ว สมกับที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญบารมีอันใหญ่หลวง"
พระราชาทรงตรัสตอบ
"ข้าพเจ้าขอกราบขอบพระคุณท่านพราหมณ์เป็นอย่างสูง ที่ได้โปรดชี้แนะทางสว่างให้แก่ข้าพเจ้า หากปราศจากท่าน ข้าพเจ้าคงจะจมปลักอยู่กับบาปกรรมตลอดไป"
หลังจากนั้นมา พระราชาแห่งแคว้นมคธ ก็ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยความยุติธรรมและเมตตาธรรม ทรงบำเพ็ญบุญกุศลต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ทรงสั่งสอนให้ประชาชนรู้จักละเว้นความชั่ว และบำเพ็ญความดี
เรื่องราวของกัจจานพราหมณ์ และพระราชาแห่งแคว้นมคธ ได้เล่าขานสืบต่อกันมา เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้คนได้ตระหนักถึงผลแห่งกรรม และการบำเพ็ญบุญกุศล
การกระทำใดๆ ที่เกิดจากความโลภ โกรธ หลง ย่อมนำมาซึ่งทุกข์โทษ และผลร้ายแก่ตนเองและผู้อื่น การละเว้นความชั่ว บำเพ็ญความดี และการสำนึกผิดในบาปกรรมที่เคยได้กระทำไว้ ย่อมนำมาซึ่งความสุขสวัสดี และความเจริญรุ่งเรือง
การบำเพ็ญบารมีอันใหญ่หลวง คือ การละเว้นจากทุจริตธรรมทั้งปวง การน้อมรับคำชี้แนะจากผู้ทรงภูมิปัญญา การชดใช้บาปกรรม และการบำเพ็ญกุศลเพื่อประโยชน์สุขแห่งสรรพสัตว์
— In-Article Ad —
การกระทำใดๆ ที่เกิดจากความโลภ โกรธ หลง ย่อมนำมาซึ่งทุกข์โทษ และผลร้ายแก่ตนเองและผู้อื่น การละเว้นความชั่ว บำเพ็ญความดี และการสำนึกผิดในบาปกรรมที่เคยได้กระทำไว้ ย่อมนำมาซึ่งความสุขสวัสดี และความเจริญรุ่งเรือง
บารมีที่บำเพ็ญ: การบำเพ็ญบารมีอันใหญ่หลวง คือ การละเว้นจากทุจริตธรรมทั้งปวง การน้อมรับคำชี้แนะจากผู้ทรงภูมิปัญญา การชดใช้บาปกรรม และการบำเพ็ญกุศลเพื่อประโยชน์สุขแห่งสรรพสัตว์
— Ad Space (728x90) —
394ฉักกนิบาตสัฏฐิปาลชาดกณ เมืองพาราณสี อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นกาสี ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี และคว...
💡 การสั่งสมความดี คือยาอายุวัฒนะที่แท้จริง ที่จะนำมาซึ่งความสุขและความยืนยาว.
72เอกนิบาตพระโพธิสัตว์ในรูปช้างเผือกผู้ซื่อสัตย์ ณ ดินแดนอันสงบสุขแห่งหนึ่ง ซึ่งมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำใส...
💡 ความซื่อสัตย์และการเสียสละเพื่อปกป้องผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐ
153ทุกนิบาตสิริวิชยชาดกณ เมืองพาราณสี มีเศรษฐีผู้หนึ่งร่ำรวยมหาศาล มีทรัพย์สินเงินทองมากมายจนนับไม่ถ้วน แต่ถึงแ...
💡 ความร่ำรวยที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ปริมาณทรัพย์สิน แต่อยู่ที่จิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การช่วยเหลือผู้อื่นคือการสร้างบุญกุศลที่ยั่งยืน
144เอกนิบาตปัญจปาณชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายอยู่ในภพภูมิต่างๆ เพื่อบำเพ็ญบารมี...
💡 การมีอำนาจและฤทธิ์เดชที่ยิ่งใหญ่ อาจไม่เท่ากับการมีคุณธรรมอันประเสริฐ การเสียสละ การให้ การช่วยเหลือผู้อื่น และการมีเมตตาจิตต่อสรรพสัตว์ คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน
180ทุกนิบาตในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าหิมพานต์ อันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณนานาชนิด และเป็นที่อาศัยของเหล่าสรรพ...
💡 การยอมรับผิดและสำนึกผิดเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ ที่นำไปสู่การให้อภัยและการเติบโต
182ทุกนิบาตมหาอุตตระชาดก ในสมัยพุทธกาล ณ แคว้นกาสี มีนครชื่อว่า โกสัมพี เมืองแห่งความเจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่ง ...
💡 ความบริสุทธิ์แห่งจิตใจและศรัทธา นำมาซึ่งการปลดปล่อยและผลบุญ
— Multiplex Ad —