ข้ามไปเนื้อหาหลัก
มหาโควินทชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
536

มหาโควินทชาดก

Buddha24มหานิบาต
ฟังเนื้อหา

มหาโควินทชาดก

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระเจ้าพรหมทัตทรงครองราชสมบัติกรุงพาราณสี ประเทศอินเดีย มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า ‘กัญจนะ’ เป็นผู้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดรอบรู้ เป็นที่ปรึกษาคู่พระทัยของพระราชา แม้จะฉลาดหลักแหลมเพียงใด กัญจนะก็ยังมีครอบครัวที่ต้องดูแล มีภรรยาชื่อ ‘สุมังคลา’ และบุตรชายสองคน ‘โกวิลละ’ และ ‘โควินทะ’

วันหนึ่ง ขณะที่กัญจนะกำลังสนทนากับพระราชาเรื่องการปกครองบ้านเมือง พระองค์ทรงเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัยว่า “ท่านกัญจนะ เมื่อเราสิ้นชีวิตไปแล้ว ใครเล่าจะสามารถมาแทนที่ตำแหน่งที่ปรึกษาของข้าพเจ้าได้?”

กัญจนะกราบทูลอย่างมั่นใจว่า “ขอเดชะพระพุทธเจ้า หากพระองค์ทรงประสงค์จะมีที่ปรึกษาที่ดีเลิศเช่นข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอแนะนำบุตรชายคนโตของข้าพเจ้า ‘โกวิลละ’ ผู้มีสติปัญญาเฉียบคมยิ่งนัก”

พระราชาทรงเห็นชอบจึงรับสั่งให้ ‘โกวิลละ’ เข้ามาถวายตัวเป็นที่ปรึกษาแทนบิดา ‘โกวิลละ’ ได้รับความไว้วางใจจากพระราชาเป็นอย่างดี เป็นที่ปรึกษาที่ฉลาดรอบคอบ แก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้อย่างชาญฉลาด สมกับที่บิดาได้กล่าวไว้

เวลาผ่านไป ‘กัญจนะ’ เริ่มชราลง เขาจึงสอนวิชาความรู้ต่างๆ ให้แก่ ‘โควินทะ’ บุตรชายคนรอง โดยเฉพาะวิชาโหราศาสตร์ การอ่านดวงดาว และการทำนายต่างๆ ‘โควินทะ’ เป็นผู้ใฝ่รู้ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างจริงจัง จนมีความรู้ความสามารถทัดเทียมบิดา

เมื่อ ‘กัญจนะ’ สิ้นชีวิตลง ‘โกวิลละ’ ยังคงทำหน้าที่ที่ปรึกษาของพระราชาต่อไป แต่แล้ววันหนึ่ง ‘โกวิลละ’ เกิดเบื่อหน่ายในชีวิตทางโลก เขาจึงตัดสินใจออกบวชเป็นฤาษี

เมื่อพระราชาทรงทราบข่าว ก็ทรงเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ทรงมีรับสั่งให้ ‘โควินทะ’ ซึ่งเป็นน้องชาย เข้ามารับตำแหน่งที่ปรึกษาแทนพี่ชาย

‘โควินทะ’ แม้จะยังไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมืองมาก่อน แต่ด้วยสติปัญญาอันเฉียบแหลมที่ได้ร่ำเรียนมาจากบิดา และความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ ทำให้ ‘โควินทะ’ สามารถทำหน้าที่ที่ปรึกษาได้อย่างดีเยี่ยม สามารถแนะนำพระราชาในการบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างถูกต้องแม่นยำ พระราชาทรงพอพระทัยในความสามารถของ ‘โควินทะ’ เป็นอย่างมาก

แต่แล้ว ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอีก เมื่อ ‘โควินทะ’ ได้พบกับ ‘สุเทวะ’ ซึ่งเป็นพราหมณ์ผู้มีจิตใจดีงาม อาศัยอยู่ในป่า ‘สุเทวะ’ ได้สอนธรรมะอันลึกซึ้งแก่ ‘โควินทะ’ ทำให้ ‘โควินทะ’ เกิดความเบื่อหน่ายในชีวิตทางโลกเช่นเดียวกับพี่ชาย เขาจึงตัดสินใจสละตำแหน่งที่ปรึกษา ออกบวชเป็นฤาษี

เมื่อพระราชาทรงทราบอีกครั้ง ก็ทรงตกพระทัยเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงเรียกประชุมเหล่าเสนาบดี และข้าราชบริพาร เพื่อปรึกษาหารือว่าจะทำอย่างไรดี ใครเล่าจะสามารถมารับตำแหน่งสำคัญนี้ได้

เหล่าเสนาบดีต่างก็กล่าวว่า “ขอเดชะพระพุทธเจ้า หากจะหาผู้ที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดเทียบเท่า ‘กัญจนะ’ ‘โกวิลละ’ และ ‘โควินทะ’ นั้นหาได้ยากยิ่งนัก”

พระราชาทรงตรัสถามว่า “แล้วมีใครอีกเล่าที่จะสามารถทำหน้าที่นี้ได้?”

เสนาบดีทั้งหลายทูลว่า “หากพระองค์ทรงประสงค์จะหาผู้ที่มีความรู้ความสามารถมาแทนที่ ‘โควินทะ’ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอแนะนำ ‘อาตมานะ’ ซึ่งเป็นบุตรชายของ ‘โควินทะ’ ผู้นี้

‘อาตมานะ’ เป็นผู้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ได้รับการอบรมสั่งสอนจากบิดา และยังได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาการต่างๆ จนมีความรู้ความสามารถเป็นเลิศ”

พระราชาจึงมีรับสั่งให้ ‘อาตมานะ’ เข้ามาถวายตัวเป็นที่ปรึกษา

‘อาตมานะ’ ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับบิดาและลุงของเขา เขาสามารถให้คำปรึกษาแก่พระราชาได้อย่างรอบด้าน และช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างชาญฉลาด

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ‘อาตมานะ’ ก็เกิดความเบื่อหน่ายในชีวิตทางโลกเช่นกัน เขาจึงตัดสินใจออกบวชเป็นฤาษี

เมื่อพระราชาทรงทราบเรื่อง ก็ทรงเหนื่อยพระทัยเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงใคร่ครวญว่า “ที่ปรึกษาของเราทั้งสามคน ได้แก่ ‘โกวิลละ’ ‘โควินทะ’ และ ‘อาตมานะ’ ล้วนแต่เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะออกบวชทั้งสิ้น เราควรจะหาที่ปรึกษาคนใหม่ได้อย่างไร?”

ขณะที่พระราชาทรงกลุ้มพระทัยอยู่นั้น ‘อาตมานะ’ ซึ่งได้ออกบวชเป็นฤาษีแล้ว ได้เดินทางกลับมาพบพระราชา

‘อาตมานะ’ กราบทูลว่า “ขอเดชะพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าเข้าใจถึงความกังวลของพระองค์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นไปตามธรรมดาของชีวิต เมื่อบุคคลใดได้สัมผัสกับสัจธรรมแห่งชีวิต ย่อมเกิดความเบื่อหน่ายในกามคุณ และปรารถนาจะแสวงหาความสงบอันแท้จริง”

พระราชาทรงถามว่า “แล้วเราควรจะทำอย่างไรเล่า เพื่อให้ได้ที่ปรึกษาที่ดี และสามารถอยู่รับใช้เราได้นาน?”

‘อาตมานะ’ กราบทูลว่า “หากพระองค์ทรงประสงค์จะให้ข้าพเจ้าสามารถรับใช้พระองค์ได้อย่างต่อเนื่อง และยังคงมีคุณธรรมอันดีงามอยู่ ข้าพระพุทธเจ้าขอเสนอว่า ให้พระองค์ทรงสนับสนุนการปฏิบัติธรรม และส่งเสริมให้ข้าพเจ้าและเหล่าฤาษีทั้งหลาย ได้มีโอกาสเผยแพร่ธรรมะอันเป็นเครื่องชี้ทางแห่งปัญญา

หากทุกคนได้เข้าถึงความสงบภายใน และเข้าใจในธรรมชาติของชีวิตแล้ว ความปรารถนาในทางโลกก็จะค่อยๆ ลดน้อยลง และจะสามารถทุ่มเทกำลังกายกำลังใจเพื่อประโยชน์สุขของบ้านเมืองได้อย่างแท้จริง

แต่หากมัวแต่ยึดติดในลาภ ยศ สรรเสริญ และอำนาจ ความทุกข์ก็ย่อมบังเกิด”

พระราชาทรงรับฟังคำแนะนำของ ‘อาตมานะ’ ด้วยความเข้าใจ พระองค์ทรงเห็นด้วยที่จะสนับสนุนการปฏิบัติธรรม และให้โอกาสแก่ผู้ที่ปรารถนาจะแสวงหาความหลุดพ้น

หลังจากนั้น ‘อาตมานะ’ ก็ได้กลับไปบำเพ็ญเพียรของตนต่อไป พระราชาทรงปกครองบ้านเมืองด้วยทศพิธราชธรรม และทรงสนับสนุนการเผยแผ่ธรรมะในอาณาจักร ซึ่งทำให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ผู้ที่มีปัญญาย่อมเห็นถึงโทษของกามคุณและยึดมั่นในธรรมะ ย่อมนำพาไปสู่ความสงบและความหลุดพ้น การส่งเสริมธรรมะในสังคมนำมาซึ่งความสงบสุขที่แท้จริง

บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

เมฆิยชาดก (ว่าด้วยการไม่ยินดีในลาภสักการะ)
120เอกนิบาต

เมฆิยชาดก (ว่าด้วยการไม่ยินดีในลาภสักการะ)

เมฆิยชาดกกาลครั้งหนึ่ง ณ กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ มีภิกษุรูปหนึ่งนามว่า พระเมฆิยะ ท่านเป็นภิกษุที่เพิ่งบ...

💡 การยินดีในลาภสักการะเป็นกิเลสที่ทำให้หลงผิดจากเป้าหมายสูงสุดแห่งชีวิต ควรตั้งมั่นในการปฏิบัติธรรม.

สุริยโชตรชาดก
217ทุกนิบาต

สุริยโชตรชาดก

สุริยโชตรชาดก ณ กรุงพาราณสี อันเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นกาสี นครที่รุ่งเรืองด้วยการค้าขาย ประชาชนล้วน...

💡 การมีปัญญาญาณอันประเสริฐ การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตา และการยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุขที่ยั่งยืน. การทุจริตคดโกงและการโกหกย่อมนำมาซึ่งความวิบัติฉิบหาย.

สักกปัญหชาดก
81เอกนิบาต

สักกปัญหชาดก

สักกปัญหชาดก ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงราชคฤห์อันรุ่งเรือง แคว้นมคธ มีเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์เกิดขึ้น เป็...

💡 ความสุขและความทุกข์ล้วนเกิดจากจิตใจของตนเอง การยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ย่อมนำมาซึ่งทุกข์ การละวางซึ่งตัณหา และการดำเนินชีวิตตามอริยมรรคมีองค์ 8 คือหนทางสู่การดับทุกข์โดยแท้

อัมพชาดก
20เอกนิบาต

อัมพชาดก

อัมพชาดก ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชพรรณธัญญาหารอันงอกงาม ท่ามกลางป่าอันเขียวชอุ่ม มีต้น...

💡 การกระทำที่เห็นแก่ตัว โลภโมโทสัน และไม่รู้จักประมาณตน ย่อมนำมาซึ่งหายนะและเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น การมีสติ รู้จักแบ่งปัน และการอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี คือหนทางสู่ความสงบสุขที่ยั่งยืน

ทีฆาวุชาดก
56เอกนิบาต

ทีฆาวุชาดก

ยาพิษแห่งความโกรธณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชาพระองค์หนึ่งนามว่า โกรัพย...

💡 ความโกรธคือยาพิษที่ทำลายตนเอง จงฝึกฝนจิตใจให้เปี่ยมด้วยเมตตา และให้อภัย.

สัมปารชชนชาดก (Sampārachana Jātaka)
103เอกนิบาต

สัมปารชชนชาดก (Sampārachana Jātaka)

สัมปารชชนชาดกในสมัยพุทธกาลอันรุ่งเรือง ณ แคว้นมคธ มีเมืองใหญ่แห่งหนึ่งนามว่า “ราชคฤห์” เป็นเมืองที่เ...

💡 การทำความดี ย่อมได้รับผลตอบแทนที่ดีเสมอ แม้จะไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังในตอนแรกก็ตาม การเบียดเบียนผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งผลกรรมอันเลวร้าย

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว