
ณ เมืองสุมังคลนคร อันเป็นเมืองที่สงบสุขและอุดมสมบูรณ์ มีบุตรของเศรษฐีคนหนึ่ง นามว่า สุชาตะ เขาเป็นผู้มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชอบช่วยเหลือผู้ตกยากอยู่เสมอ สุชาตะเติบโตมาในครอบครัวที่มั่งคั่ง แต่เขากลับไม่เคยหลงระเริงในทรัพย์สมบัติ เขายังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และให้ความสำคัญกับคุณธรรมมากกว่าสิ่งอื่นใด
วันหนึ่ง เกิดโรคระบาดร้ายแรงขึ้นในเมือง ทำให้ผู้คนล้มป่วยและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ข้าวปลาอาหารขาดแคลน ผู้คนอดอยากยากจน
สุชาตะเห็นความทุกข์ยากของผู้คนแล้ว รู้สึกสงสารเป็นอย่างยิ่ง เขาจึงตัดสินใจที่จะช่วยเหลือ
“พ่อครับ ลูกเห็นประชาชนอดอยาก ลูกทนไม่ไหว ลูกอยากจะนำทรัพย์สินของพ่อไปช่วยเหลือพวกเขา” สุชาตะกล่าวกับบิดา
เศรษฐีผู้เป็นบิดา มองดูบุตรด้วยความรัก “ลูกรัก พ่อเข้าใจความปรารถนาดีของเจ้า แต่ทรัพย์สมบัติของเราก็มีจำกัด หากเรานำไปแจกจ่ายทั้งหมด เราก็จะไม่มีอะไรเหลือ”
“แต่พ่อครับ หากเราไม่ช่วยเหลือพวกเขาในยามนี้ แล้วใครเล่าจะช่วยเหลือ? ลูกเชื่อว่าการให้ย่อมได้รับผลบุญตอบแทน” สุชาตะกล่าว
เศรษฐีเห็นความเด็ดเดี่ยวและจิตใจอันดีงามของบุตร จึงยอมให้สุชาตะนำทรัพย์สินจำนวนมากออกไปช่วยเหลือผู้คน
สุชาตะนำข้าวปลาอาหาร ยารักษาโรค และเครื่องนุ่งห่ม ไปแจกจ่ายให้กับผู้ที่เดือดร้อน เขาทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย คอยปลอบประโลมและให้กำลังใจผู้ป่วย
“อย่าสิ้นหวังนะ พวกเจ้าจะต้องหายจากโรคภัยไข้เจ็บในเร็ววัน” สุชาตะกล่าว
“ขอบคุณท่านมากนะ ท่านสุชาตะ ท่านช่างมีน้ำใจเหลือเกิน” ผู้คนกล่าว
สุชาตะแบ่งปันทรัพย์สินของตนจนเกือบหมด แต่เขาก็ยังไม่หยุด เขาเริ่มนำทรัพย์สินของตนเองออกไปขาย เพื่อนำเงินมาช่วยเหลือผู้คนต่อไป
“พ่อครับ ลูกตัดสินใจแล้วว่า ลูกจะขายสมบัติทั้งหมดที่มี เพื่อช่วยเหลือประชาชน” สุชาตะกล่าว
เศรษฐีได้แต่มองบุตรด้วยความภาคภูมิใจ
“ลูกพ่อ เจ้าช่างเป็นบุตรที่ดีงามยิ่งนัก พ่อสนับสนุนการกระทำของเจ้า”
สุชาตะขายบ้าน ขายทรัพย์สินทุกอย่าง จนกระทั่งตนเองเหลือเพียงเสื้อผ้าที่สวมใส่
ในขณะที่กำลังจะหมดหนทาง สุชาตะก็ได้พบกับพระพุทธเจ้า
“ท่านผู้เจริญ ท่านมีทุกข์อันใด” พระพุทธเจ้าตรัสถาม
“ข้าพระพุทธเจ้าได้นำทรัพย์สินทั้งหมดไปช่วยเหลือผู้คนจนหมดสิ้นแล้ว บัดนี้ ข้าพระพุทธเจ้าไม่เหลือสิ่งใดอีกแล้ว” สุชาตะตอบ
“ดีแล้ว ท่านได้ทำบุญกุศลอันใหญ่หลวง” พระพุทธเจ้าตรัส “แต่หากท่านต้องการช่วยเหลือผู้คนอย่างแท้จริง ท่านต้องรู้จักเสียสละแม้กระทั่งชีวิตของตนเอง”
สุชาตะได้ยินดังนั้น ก็ยิ่งเกิดความปีติใจ เขารู้ว่าตนเองได้พบกับหนทางแห่งการหลุดพ้นแล้ว
“ข้าพระพุทธเจ้าพร้อมที่จะเสียสละชีวิต เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น” สุชาตะกล่าว
พระพุทธเจ้าทรงพยักหน้า และทรงแสดงธรรมเทศนาเกี่ยวกับความเสียสละอันยิ่งใหญ่
สุชาตะได้ฟังธรรมเทศนา ก็เกิดดวงตาเห็นธรรม และบรรลุอรหัตผล
เมื่อสุชาตะได้บรรลุอรหัตผลแล้ว เขาก็สามารถช่วยเหลือผู้คนได้อย่างแท้จริง ด้วยการนำพาพวกเขาไปสู่การหลุดพ้นจากทุกข์
ชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การเสียสละเพื่อผู้อื่น แม้กระทั่งชีวิตของตนเอง คือการกระทำอันประเสริฐที่สุด
— In-Article Ad —
การเสียสละเพื่อผู้อื่นเป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่สุด ซึ่งสามารถนำไปสู่การหลุดพ้นจากทุกข์ได้
บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี, วิริยบารมี, สัจจบารมี
— Ad Space (728x90) —
287ติกนิบาตมหาปาลชาดก ในอดีตกาล เมื่อครั้งพระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายตายเกิดเป็นพระอินทร์ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นดาวดึง...
💡 การใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาประเสริฐกว่าการใช้กำลัง และความซื่อสัตย์สุจริตเป็นคุณธรรมของผู้ปกครอง
138เอกนิบาตมหาโสมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง มีพระราชาผู้ทรงธรรมนามว่า ‘พระเจ้าพรหมทัต...
💡 การแสวงหาปัญญามีหลายรูปแบบ อย่าด่วนสรุปจากการตีความสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงผิวเผิน
275ติกนิบาตอัคคิชาดก เรื่องย่อ กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว สมัยที่โลกยังเต็มไปด้วยควา...
182ทุกนิบาตมหาอุตตระชาดก ในสมัยพุทธกาล ณ แคว้นกาสี มีนครชื่อว่า โกสัมพี เมืองแห่งความเจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่ง ...
💡 ความบริสุทธิ์แห่งจิตใจและศรัทธา นำมาซึ่งการปลดปล่อยและผลบุญ
176ทุกนิบาตมหิโลมชาดก (เรื่องแมว) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศล ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองของนครสาวัตถี ม...
💡 ความตระหนี่เป็นเหมือนโซ่ตรวนที่พันธนาการจิตใจ ไม่ให้พบกับความสุขที่แท้จริง การรู้จักแบ่งปันและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุขที่ยั่งยืน
146เอกนิบาตอังคารชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า โสณกะ เขาเป็นผู้มีทรัพย์สินเงินท...
💡 กรรมใดใครทำ กรรมนั้นย่อมส่งผลเสมอ แม้แต่ผลไม้ที่เคยให้คุณ ก็สามารถให้โทษได้หากถูกปรุงแต่งด้วยเจตนาร้าย
— Multiplex Ad —