ข้ามไปเนื้อหาหลัก
มหาโสมชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
138

มหาโสมชาดก

Buddha24เอกนิบาต
ฟังเนื้อหา

มหาโสมชาดก

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง มีพระราชาผู้ทรงธรรมนามว่า ‘พระเจ้าพรหมทัต’ ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยความยุติธรรมและเปี่ยมด้วยพระเมตตา แต่ถึงแม้พระองค์จะทรงเป็นกษัตริย์ที่สมบูรณ์แบบเพียงใด ก็ยังทรงมีพระราชประสงค์ที่จะแสวงหาปัญญา และความรู้ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม

ในขณะเดียวกัน ณ ชนบทอันห่างไกล มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า ‘โสม’ เป็นผู้มีความรู้ในศาสตร์ต่างๆ อย่างแตกฉาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้เกี่ยวกับยา และสมุนไพร แต่ถึงแม้จะมีความรู้เพียงใด เขาก็ยังคงมีความยากจนขัดสนอยู่เป็นนิจ

วันหนึ่ง พระราชาพรหมทัตทรงสุบินนิมิตว่า ทรงได้ยินเสียงกระซิบจากสวรรค์ บอกว่า “หากพระองค์ทรงปรารถนาจะได้รับปัญญาอันล้ำเลิศ จงไปตามหาพราหมณ์นามว่า ‘โสม’ ผู้มีปัญญาลึกล้ำยิ่งกว่าดวงจันทร์”

เมื่อทรงตื่นบรรทม พระราชาทรงครุ่นคิดถึงความฝันนั้น และทรงตัดสินพระทัยที่จะออกตามหาพราหมณ์โสมให้พบ พระองค์ทรงแต่งเครื่องทรงอย่างเรียบง่าย และออกเดินทางพร้อมกับข้าราชบริพารเพียงไม่กี่คน

การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก พวกเขาต้องผ่านป่าทึบ แม่น้ำเชี่ยว และภูเขาสูงชัน แต่พระราชาพรหมทัตก็ไม่ย่อท้อ พระองค์ทรงตั้งมั่นในพระปณิธานที่จะค้นหาพราหมณ์โสม

หลายวันผ่านไป ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง และได้พบกับพราหมณ์โสม พราหมณ์โสมมีรูปกายผ่ายผอม ใบหน้าอิดโรย แต่แววตาของเขาฉายประกายแห่งปัญญา

พระราชาทรงเข้าไปทักทาย และเล่าถึงความฝันของพระองค์ให้พราหมณ์โสมฟัง พราหมณ์โสมเมื่อได้ยินดังนั้น ก็ประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง

“ข้าแต่พระราชาผู้ทรงธรรม” พราหมณ์โสมกล่าว “ข้าเป็นเพียงพราหมณ์บ้านนอกผู้ยากจน จะมีปัญญาอันใดเล่า ที่จะสมควรแก่พระองค์ได้”

“ท่านโสม” พระราชาตรัส “ความรู้ของท่านนั้น ยิ่งใหญ่กว่าที่ท่านคิด ข้าเชื่อว่าท่านคือผู้ที่สวรรค์ประทานมาให้ข้า”

พระราชาทรงอ้อนวอนให้พราหมณ์โสมตามเสด็จกลับกรุงพาราณสี เพื่อแบ่งปันปัญญาแก่พระองค์และเหล่าอาณาประชาราษฎร์ ในตอนแรก พราหมณ์โสมลังเล เพราะเขาไม่คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในเมืองหลวง และเกรงว่าตนเองจะไม่มีความสามารถพอ

แต่เมื่อพระราชาทรงยืนยัน และให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลเขาอย่างดี พราหมณ์โสมจึงตัดสินใจยอมตามเสด็จ

เมื่อมาถึงกรุงพาราณสี พระราชาทรงให้ที่พักอันโอ่อ่าแก่พราหมณ์โสม และทรงเชื้อเชิญให้เขามาสนทนาธรรม และแลกเปลี่ยนความรู้กับพระองค์ทุกวัน

พราหมณ์โสมได้ถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ที่เขามีให้แก่พระราชา ทั้งเรื่องยา สมุนไพร การปกครอง และปรัชญาชีวิต พระราชาทรงสดับตรับฟังด้วยความตั้งใจ และทรงนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ในการปกครอง ทำให้กรุงพาราณสีเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นกว่าเดิม

แต่แล้ว วันหนึ่ง พระราชาทรงมีพระราชดำริว่า “หากเรามีพราหมณ์โสม ผู้เป็นยอดแห่งปัญญาอยู่แล้ว เหตุใดเราจึงไม่ลองทดสอบปัญญาของเขาดูเล่า”

พระราชาจึงทรงมีรับสั่งให้เหล่าข้าราชบริพารไปหา ‘ดวงจันทร์’ มาให้พระองค์

เหล่าข้าราชบริพารต่างงุนงง และไม่เข้าใจในพระราชดำริ “ดวงจันทร์นั้นอยู่บนฟ้า จะนำมาได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”

แต่เมื่อพระราชาทรงยืนยัน พวกเขาจึงต้องออกไปสืบเสาะหา

เมื่อพราหมณ์โสมทราบเรื่อง ก็ยิ้มอย่างรู้ทัน

“ข้าแต่พระราชา” พราหมณ์โสมกล่าว “ข้าพระองค์มิอาจนำดวงจันทร์จากฟ้ามาถวายพระองค์ได้ แต่ข้าพระองค์จะสามารถทำให้พระองค์ได้เห็น ‘ดวงจันทร์’ ได้”

พราหมณ์โสมจึงทำพิธีบางอย่าง และนำพราหมณ์อีกคนหนึ่ง ซึ่งมีรูปกายคล้ายคลึงกับพระราชา และแต่งกายให้เหมือนพระราชาทุกประการ นำมาถวายพระราชา

“นี่คือ ‘ดวงจันทร์’ ที่ข้าพระองค์นำมาถวายพระองค์พ่ะย่ะค่ะ” พราหมณ์โสมกล่าว

พระราชาทรงมองดูพราหมณ์คนนั้น และทรงเข้าใจในทันที ว่าพราหมณ์โสมกำลังจะสื่ออะไร

“อ๋อ!” พระราชาทรงอุทาน “ท่านกำลังจะบอกว่า ‘ดวงจันทร์’ คือ ‘คนอื่น’ ที่มีรูปร่างคล้ายเรานั่นเอง”

พราหมณ์โสมพยักหน้า “ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ การที่พระองค์ทรงสุบินนิมิตว่าทรงได้ยินเสียงกระซิบจากสวรรค์นั้น แท้จริงแล้ว อาจเป็นเพียงเสียงของสิ่งอื่นที่คล้ายคลึงกับพระองค์ หรืออาจเป็นเพียงจิตใจของพระองค์เองที่ต้องการแสวงหาปัญญา”

พระราชาทรงประจักษ์ในปัญญาอันล้ำลึกของพราหมณ์โสม พระองค์ทรงตระหนักว่า การตีความสิ่งต่างๆ นั้น ต้องพิจารณาให้รอบคอบ และอย่าด่วนสรุป

ตั้งแต่นั้นมา พระราชาพรหมทัตก็ทรงให้ความเคารพพราหมณ์โสมยิ่งขึ้นไปอีก และทรงใช้ปัญญาของพราหมณ์โสมในการบริหารบ้านเมือง ทำให้กรุงพาราณสีเป็นเมืองที่สงบสุข และร่มเย็นตลอดไป

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

การแสวงหาปัญญามีหลายรูปแบบ อย่าด่วนสรุปจากการตีความสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงผิวเผิน

บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี, สัจจบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

กุกกุรชาดก
215ทุกนิบาต

กุกกุรชาดก

กุกกุรชาดก ณ แคว้นมคธ อันเป็นแผ่นดินที่รุ่งเรืองด้วยพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในสมัยพุทธกา...

💡 การทำความดีนั้น ย่อมมีอุปสรรคเข้ามาขัดขวางเสมอ แต่ผู้ที่มีจิตใจมั่นคง ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ย่อมสามารถก้าวข้ามผ่านไปได้ และผลแห่งความดีนั้น จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญที่แท้จริง

กษัตริย์ผู้ทรงเสียสละเพื่อพสกนิกร
31เอกนิบาต

กษัตริย์ผู้ทรงเสียสละเพื่อพสกนิกร

กษัตริย์ผู้ทรงเสียสละเพื่อพสกนิกรณ อาณาจักรมหาวัน อันเป็นอาณาจักรที่กว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์ แต่กลับต...

💡 การเสียสละเพื่อส่วนรวมย่อมเป็นที่จดจำและเป็นมหากุศล

อัคคิทสชาดก
364ปัญจกนิบาต

อัคคิทสชาดก

อัคคิทสชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายตายเกิดเป็นพราหมณ์ผู้มีปัญญ...

💡 การดับไฟที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การดับไฟที่ลุกไหม้ภายนอก แต่คือการดับไฟแห่งกิเลสตัณหาในใจตนเอง การไม่เติมเชื้อเพลิงให้แก่ความขัดแย้ง จะช่วยให้ปัญหาคลี่คลายลงได้

คชชาดก
239ทุกนิบาต

คชชาดก

คชชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าหิมพานต์อันสงบงาม แผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณนานา มีลำธารใส...

💡 ปัญญาย่อมเหนือกว่ากำลังกาย และการใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหา ย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีงามกว่าการใช้กำลัง

สารัททชาดก
109เอกนิบาต

สารัททชาดก

สารัททชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่พระพุทธเจ้ายังทรงดำรงอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร กรุงสาวัตถี...

💡 ความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณธรรมอันสูงส่ง การทำความดีและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว ย่อมส่งผลบุญไปถึงพวกเขา ช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมาน และเป็นเครื่องเตือนใจให้เราหมั่นทำความดีอยู่เสมอ

มหาปังกาฬิกชาดก (Maha-Pangalikajataka)
96เอกนิบาต

มหาปังกาฬิกชาดก (Maha-Pangalikajataka)

มหาปังกาฬิกชาดกณ เมืองสาวัตถี อันเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ครั้งนั้น พระองค์ทรงปรารภถึงพระราชาผู้ท...

💡 การมีจิตคิดพยาบาทอาฆาต แม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจนำมาซึ่งผลกรรมอันเลวร้ายได้ ควรหมั่นเจริญเมตตาจิตอยู่เสมอ

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว