ข้ามไปเนื้อหาหลัก
มหาอุบารเสนชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
446

มหาอุบารเสนชาดก

Buddha24ทสกนิบาต
ฟังเนื้อหา

มหาอุบารเสนชาดก

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในนครชื่อว่าอุชเชนี อันเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นอวันตี มีพระราชาผู้ทรงทศพิธราชธรรมนามว่า พระเจ้าจัณฑปาละ ปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข แต่กระนั้นก็ตาม พระองค์ก็ทรงมีพระราชบุตรองค์หนึ่ง นามว่า พระอุบาลเสน ผู้ซึ่งมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า และใฝ่ในธรรมอันประเสริฐ

ในวันหนึ่ง ขณะที่พระอุบาลเสนกำลังทรงเจริญสมาธิภาวนาอยู่ในพระราชอุทยานอันร่มรื่น ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงร้องโหยหวนดังมาจากเบื้องบน ทรงสดับเสียงนั้นก็ทรงผินพระพักตร์ขึ้นไปดู ก็เห็นนกแร้งฝูงใหญ่กำลังจิกตีกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

“โอ้โห! ดูนกพวกนี้สิ ช่างมัวเมาในอำนาจและการต่อสู้ ไม่รู้จักความสงบสุขเลย” พระอุบาลเสนทรงรำพึงในพระทัย

แต่แล้ว เมื่อทรงเพ่งพิจารณาลงไปอีกครั้งหนึ่ง ก็ทรงเห็นว่า ที่แท้จริงแล้ว นกแร้งเหล่านั้นกำลังแย่งชิงซากศพอันเน่าเปื่อยอยู่

“อ้อ! ที่แท้ก็เพราะความโลภในเนื้อหนังอันสกปรกนี่เอง ที่ทำให้นกเหล่านั้นต้องเบียดเบียนซึ่งกันและกัน” ทรงตรัสด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

ด้วยเหตุนี้เอง พระอุบาลเสนจึงทรงเกิดความสังเวชใจในสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่ต้องตกอยู่ในห้วงแห่งกิเลสตัณหา ไม่รู้จักพอ

ในขณะเดียวกัน ณ ป่าหิมพานต์อันไกลโพ้น ที่ตั้งของสระโบกขรณีอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่อาศัยของเหล่าพญานาคราชผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ นามว่า พญามุจลินทนาคราช ทรงเป็นนาคาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่ ปกครองเหล่านาคบริวารทั้งปวง

วันหนึ่ง ขณะที่พญามุจลินทนาคราชกำลังทรงเสด็จแปรพระทักษ์ไปตามลำธารอันใสสะอาด ก็ทรงทอดพระเนตรเห็นก้อนหินก้อนหนึ่งนอนขวางทางอยู่

“เฮ้ย! ก้อนหินอะไรมาขวางทางเราอยู่!” ทรงกริ้วดุจพายุ

เหล่านาคบริวารรีบเข้ามากราบทูลว่า “ข้าแต่มหาราชเจ้า ก้อนหินนี้เป็นของมนุษย์ปุถุชนผู้หนึ่งนำมาทิ้งไว้ พวกเราพยายามจะยกออกแล้ว แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะก้อนหินนั้นใหญ่เกินกำลัง”

พญามุจลินทนาคราชทรงพิโรธหนักขึ้น “อะไรกัน! หินก้อนเดียวก็ยกไม่ไหว แล้วเราจะไปถืออะไรได้!”

ทรงดำริว่า “เราต้องหาทางกำจัดก้อนหินนี้ให้ได้”

วันแล้ววันเล่า พญามุจลินทนาคราชก็ทรงพยายามทุกวิถีทางที่จะยกก้อนหินนั้นออก แต่ก็ไม่สำเร็จ จนพระวรกายเริ่มอ่อนล้า

ในขณะนั้นเอง พระโพธิสัตว์เจ้า (ซึ่งก็คือพระอุบาลเสนในอดีตชาติ) ได้เสด็จมาถึง

“ท่านนาคาธิบดี มีเรื่องอันใดจึงได้ทรงมีพระพักตร์หมองเศร้า?” พระโพธิสัตว์เจ้าตรัสถาม

พญามุจลินทนาคราชทรงเล่าเรื่องก้อนหินที่ขวางทางให้ฟัง

พระโพธิสัตว์เจ้าทรงยิ้มอย่างอ่อนโยน “ท่านนาคาธิบดี เหตุไฉนท่านจึงมัวแต่ทรงใช้กำลังเพียงอย่างเดียวเล่า? ลองใช้วิธีอื่นดูสิ”

“วิธีอื่น? ท่านหมายถึงวิธีใด?” พญามุจลินทนาคราชทรงถามด้วยความสงสัย

“ท่านลองใช้กำลังของเหล่าบริวารทั้งหมด ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ใช้เวลาหน่อย แต่รับรองว่าสำเร็จแน่นอน” พระโพธิสัตว์เจ้าตรัส

พญามุจลินทนาคราชทรงทำตามคำแนะนำของพระโพธิสัตว์เจ้า ทรงสั่งให้เหล่านาคบริวารทุกตัว ช่วยกันออกแรงงัดแงะก้อนหินนั้น

ในที่สุด ด้วยกำลังของเหล่านาคทั้งหลาย ก้อนหินก้อนนั้นก็ค่อยๆ ขยับและถูกยกออกไปได้สำเร็จ

พญามุจลินทนาคราชทรงชื่นชมพระโพธิสัตว์เจ้าเป็นอันมาก “ท่านช่างมีปัญญาเฉลียวฉลาดนัก! หากไม่ได้ท่าน ข้าพเจ้าคงต้องเดือดร้อนอีกนาน”

พระโพธิสัตว์เจ้าตรัสว่า “ความสำเร็จมิได้ขึ้นอยู่กับกำลังเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องอาศัยปัญญาและการร่วมมือกันด้วย”

เมื่อพระโพธิสัตว์เจ้าทรงแสดงธรรมจบแล้ว พญามุจลินทนาคราชก็ทรงเลื่อมใสในพระโพธิสัตว์เจ้าเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อเรื่องราวของพระอุบาลเสนและพญามุจลินทนาคราชแผ่ขยายออกไป ก็มีผู้คนมากมายมาขอคำปรึกษา และได้รับคำแนะนำอันเป็นประโยชน์จากพระอุบาลเสน

พระอุบาลเสนทรงสั่งสอนผู้คนให้รู้จักละเว้นความโลภ ความโกรธ ความหลง และให้ตั้งมั่นอยู่ในทาน ศีล ภาวนา

ด้วยเหตุนี้เอง พระอุบาลเสนจึงทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีปัญญาอันประเสริฐ และทรงเป็นที่รักของสรรพสัตว์ทั้งหลาย

นี่คือเรื่องราวของมหาอุบารเสนชาดก ที่สอนให้เราเห็นถึงโทษของความประมาท และคุณของปัญญาและการร่วมมือกัน

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความสำเร็จไม่ได้มาจากกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยปัญญาและการร่วมมือกัน.

บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

พระโพธิสัตว์เป็นลิงผู้มีปัญญา
506ปกิณณกนิบาต

พระโพธิสัตว์เป็นลิงผู้มีปัญญา

พระโพธิสัตว์เป็นลิงผู้มีปัญญา ณ แคว้นมคธ อันเป็นที่ตั้งแห่งราชธานีอันรุ่งเรือง มีป่าหิมพานต์อันอุดม...

💡 ปัญญาประเสริฐกว่ากำลังกาย การช่วยเหลือผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งความสุขและความปลอดภัย การให้อภัยและการให้อภัยย่อมสร้างมิตรภาพที่ยั่งยืน

โภชชาดก
47เอกนิบาต

โภชชาดก

โภชชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสี มีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าพรหมทัต ทรง...

💡 ความไม่รู้จักพอในกามคุณ ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น การรู้จักประมาณตน การมีเมตตาธรรม และการแบ่งปัน คือหนทางสู่ความสุขที่แท้จริง

สัตตบุรุษชาดก
101เอกนิบาต

สัตตบุรุษชาดก

สัตตบุรุษชาดก ในสมัยโบราณกาล ณ กรุงพาราณสี อันเป็นราชธานีอันรุ่งเรืองแห่งแคว้นกาสี พระโพธิสัตว์เจ้า...

💡 การเป็น "สัตบุรุษ" หรือผู้ประเสริฐ คือการมีคุณธรรม 7 ประการ ได้แก่ การให้ทาน, การรักษาศีล, ความเพียร, ปัญญา, สัจจะ, เมตตา, และการไม่พยาบาท เมื่อเราประพฤติตนเป็นสัตบุรุษ เราจะไม่เพียงแต่หลุดพ้นจากความทุกข์ แต่ยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ และนำพามาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่สังคมโดยรวมได้

สิริปาละชาดก
105เอกนิบาต

สิริปาละชาดก

สิริปาละชาดก ในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสี อันเป็นเมืองที่รุ่งเรืองและเปี่ยมด้วยผู้คนนานาชนิด พระเจ้าพรหม...

💡 ความมีเมตตา การแบ่งปัน และการเสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น คือทรัพย์สมบัติอันแท้จริงที่ไม่มีวันสูญสิ้น

กุมภทาสชาดก
220ทุกนิบาต

กุมภทาสชาดก

กุมภทาสชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ เมืองพาราณสีอันรุ่งเรือง จอมกษัตริย์พระนามว่าพรหมทัต ปกครองแ...

💡 ความสุขที่แท้จริงมิได้เกิดจากทรัพย์สินเงินทอง หรือตำแหน่งที่สูงส่ง แต่เกิดจากความพอใจในสิ่งที่ตนเองมี การมีจิตใจที่สงบ และการได้ช่วยเหลือผู้อื่น

มหาปังกาฬิกชาดก (Maha-Pangalikajataka)
96เอกนิบาต

มหาปังกาฬิกชาดก (Maha-Pangalikajataka)

มหาปังกาฬิกชาดกณ เมืองสาวัตถี อันเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ครั้งนั้น พระองค์ทรงปรารภถึงพระราชาผู้ท...

💡 การมีจิตคิดพยาบาทอาฆาต แม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจนำมาซึ่งผลกรรมอันเลวร้ายได้ ควรหมั่นเจริญเมตตาจิตอยู่เสมอ

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว