
ณ แคว้นกาสี ที่ร่มรื่นไปด้วยป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์ เมื่อครั้งอดีตกาล พระโพธิสัตว์ทรงบังเกิดเป็นนกยูงผู้สง่างาม มีขนสีทองอร่ามเป็นประกายยามต้องแสงแดด ปลายขนแต่ละเส้นประดับด้วยดวงตาหลากสีสัน งดงามเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยายได้ นกยูงองค์นี้ได้อาศัยอยู่ในป่าลึก เป็นที่รักใคร่ของสรรพสัตว์ทั้งหลาย เพราะนอกจากความงามแล้ว เขายังมีจิตใจที่อ่อนโยน ชอบช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ
วันหนึ่ง ขณะที่นกยูงทองกำลังร่อนลงมาหากินอยู่ริมลำธารใส เขาพลันได้ยินเสียงร้องคร่ำครวญดังมาจากพุ่มไม้ใหญ่ เมื่อเข้าไปใกล้ ก็พบกับนายพรานผู้หนึ่งที่กำลังติดบ่วงแร้วที่เขาขึงไว้
นายพรานเห็นนกยูงทองก็ตกใจ แต่ก็แอบดีใจ “โอ้! นกยูงทอง! ช่างเป็นของล้ำค่าที่สวรรค์ส่งมาให้ข้า!” เขาพยายามดิ้นรนเพื่อจะจับนกยูง แต่ก็ยิ่งติดบ่วงมากขึ้น
นกยูงทองเห็นดังนั้น ด้วยความสงสาร จึงเอ่ยถาม “ท่านนายพราน ท่านกำลังเดือดร้อนอันใดอยู่?”
นายพรานเห็นว่านกยูงสามารถพูดได้ก็ยิ่งประหลาดใจ แต่ก็รีบตอบ “ข้าติดบ่วงของข้าเอง ช่วยข้าด้วยเถิด! ถ้าข้าหลุดพ้นไปได้ ข้าจะให้สิ่งตอบแทนที่ท่านต้องการ”
นกยูงทองครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ท่านจะให้สิ่งตอบแทนอันใดแก่ข้าเล่า? ข้าไม่ต้องการสิ่งใดจากท่าน นอกเสียจากท่านจะปล่อยข้าไป”
นายพรานรีบกล่าว “ได้! ได้! ข้าจะปล่อยท่านไป!”
ด้วยความเห็นอกเห็นใจ นกยูงทองจึงค่อยๆ ใช้ปากของเขาค่อยๆ แกะบ่วงที่รัดขานายพรานออกอย่างระมัดระวัง เมื่อนายพรานหลุดพ้นจากบ่วง เขาก็ลุกขึ้นยืนด้วยความโล่งอก
“ขอบคุณท่านนกยูงทอง! ข้าจะจดจำบุญคุณนี้ตลอดไป” นายพรานกล่าวพลางมองดูนกยูงด้วยสายตาละโมบ
แต่ทว่า ทันทีที่นกยูงทองเดินห่างออกมาได้ไม่ไกล นายพรานก็ชักศรอาบยาพิษขึ้นมาเล็งไปที่นกยูงทันที “ข้าจะจับเจ้าไปขาย ได้เงินทองมากมาย!”
นกยูงทองได้ยินเสียงลมหวีดหวิวของลูกศร จึงหันกลับมาเห็น จึงกล่าวเตือน “ท่านนายพราน! ท่านสัญญาแล้วว่าจะไม่ทำอันตรายข้า!”
แต่ด้วยความโลภ นายพรานไม่ฟังเสียง เขาเหนี่ยวไกยิงลูกศรออกไป ลูกศรปักเข้าที่ปีกของนกยูงทอง นกยูงทองเสียหลักร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน
เมื่อเห็นนกยูงทองบาดเจ็บ นายพรานก็รีบตรงเข้ามาหมายจะจับกุม แต่แล้ว จู่ๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน ฝนตกลงมาอย่างหนัก และเกิดฟ้าผ่าลงมายังบริเวณที่นายพรานยืนอยู่
นายพรานตกใจกลัว รีบวิ่งหนีไป ทิ้งนกยูงทองไว้เพียงลำพัง
ในขณะที่นกยูงทองกำลังจะสิ้นใจ เทพธิดาแห่งป่าก็ปรากฏกายขึ้น “นกยูงทองผู้มีจิตใจเมตตา ท่านไม่สมควรต้องมาประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้” เทพธิดาได้ใช้พลังวิเศษรักษาบาดแผลของนกยูงทองให้หายเป็นปลิดทิ้ง
นกยูงทองฟื้นขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์ และได้รำลึกถึงคุณธรรมของตน ที่ถึงแม้จะถูกทรยศหักหลัง แต่ก็ยังคงมีจิตใจที่เมตตา
พระพุทธองค์เมื่อทรงเล่าถึงชาดกนี้ ทรงตรัสว่า ในอดีตชาติ พระองค์ทรงเป็นนกยูงทอง ผู้บำเพ็ญเมตตาธรรม และความอดทนต่อความโหดร้ายของผู้อื่น แม้จะถูกเบียดเบียนก็ไม่เคยอาฆาตพยาบาท ความเพียรในการบำเพ็ญเมตตาบารมีนี้เอง ที่ทำให้พระองค์ได้ทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
— In-Article Ad —
การทำความดี ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม ย่อมได้รับผลตอบแทนอันประเสริฐเสมอ แม้จะถูกเบียดเบียน ก็ไม่ควรละทิ้งคุณธรรม
บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตาบารมี, ขันติบารมี
— Ad Space (728x90) —
96เอกนิบาตมหาปังกาฬิกชาดกณ เมืองสาวัตถี อันเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ครั้งนั้น พระองค์ทรงปรารภถึงพระราชาผู้ท...
💡 การมีจิตคิดพยาบาทอาฆาต แม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจนำมาซึ่งผลกรรมอันเลวร้ายได้ ควรหมั่นเจริญเมตตาจิตอยู่เสมอ
180ทุกนิบาตในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าหิมพานต์ อันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณนานาชนิด และเป็นที่อาศัยของเหล่าสรรพ...
💡 การยอมรับผิดและสำนึกผิดเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ ที่นำไปสู่การให้อภัยและการเติบโต
52เอกนิบาตมหาปิงคลชาดกณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร และมีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก กาลครั้...
💡 ความเพียรพยายามและสติปัญญา แก้ไขโชคร้ายได้ดีกว่าการเชื่อเรื่องงมงาย
36เอกนิบาตอัสสโพตกชาดก ในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเป็นพราหมณ์หนุ่มผู้มีปัญญา...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้เห็นถึงความสำคัญของการเสียสละและการให้ทาน การให้ที่แท้จริงคือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และการให้แม้ในสิ่งที่ตนเองรักและหวงแหนที่สุด จะนำมาซึ่งผลบุญอันยิ่งใหญ่ และความสุขที่ยั่งยืน
539มหานิบาตมหาปิงคลชาดก: ผู้เฒ่าผู้ประเสริฐณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ สมัยหนึ่ง พระเจ้าพรหมทัตทรงเป็นกษัตริย์ปกคร...
💡 ความเมตตาที่แท้จริงนั้น ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง และการพิจารณาคุณธรรมอย่างถ่องแท้ จะนำพามาซึ่งผู้ปกครองที่ดียิ่ง
43เอกนิบาตมหาสีลพชาดก ณ เมืองสาวัตถี แคว้นโกศล อันเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ครั้งนั้น พระองค์ทรงปรารภถึงเหต...
💡 ศีลเป็นเครื่องคุ้มครองชีวิต นำมาซึ่งความสุข ความเจริญ และเป็นพื้นฐานของการทำความดีทั้งปวง ผู้มีศีลย่อมเป็นที่รักของมวลมนุษย์และเทวดา
— Multiplex Ad —