ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ปัฏฐกชาดก (ครั้งที่ 5)
ชาดก 547 เรื่อง
263

ปัฏฐกชาดก (ครั้งที่ 5)

Buddha24 AIติกนิบาต
ฟังเนื้อหา

ปัฏฐกชาดก (ครั้งที่ 5)

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมีเป็นพระยาช้างเผือกคู่บารมีแห่งพระเจ้าพรหมทัตกษัตริย์แห่งเมืองพาราณสี พระองค์มีพระนามว่า "ปัฏฐกะ" เป็นช้างเผือกผู้ทรงพระปรีชาสามารถ งามสง่า น่าเกรงขาม มีกำลังวังชาสมเป็นยอดแห่งช้างทั้งปวง ผิวพรรณผุดผ่องเป็นสีดอกจำปา ลำตัวสูงใหญ่สง่างาม ยิ่งเมื่อแผลงฤทธิ์ก็ยากจะหาใครเทียบเทียม

พระเจ้าพรหมทัตทรงรักและเอ็นดูพระยาปัฏฐกะเป็นอย่างยิ่ง ทรงโปรดให้ดูแลอย่างดีที่สุด ประดุจดั่งราชโอรสองค์หนึ่ง พระยาปัฏฐกะเองก็ภักดีต่อพระเจ้าพรหมทัตเสมอมา ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองราชอาณาจักรอย่างแข็งขัน

แต่แล้ว โชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อพระเจ้าพรหมทัตทรงประชวรหนัก หมอหลวงรักษาอย่างไรก็ไม่หาย ทรงอ่อนแอลงทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่พระองค์ทรงระลึกถึงความดีงามและสัจจะที่ทรงเคยทำมา ก็มีพระดำรัสออกมาว่า "หากเราตั้งมั่นในสัจจะ ว่าเราไม่เคยทำบาปกรรมใดๆ ขอให้พระยาปัฏฐกะจงหายจากอาการประชวรนี้ด้วยเถิด" ทันใดนั้นเอง อาการประชวรของพระเจ้าพรหมทัตก็พลันหายเป็นปลิดทิ้ง ราวกับมีมนต์วิเศษ

ข่าวการหายจากอาการประชวรของพระเจ้าพรหมทัตแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมือง ประชาชนต่างแซ่ซ้องสรรเสริญในสัจจานุภาพของพระองค์ และยิ่งเลื่องลือถึงความจงรักภักดีของพระยาปัฏฐกะ

แต่ในเรื่องราวอันงดงามนี้ ยังมีอีกด้านหนึ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ ณ ชายแดนของแคว้นกาสี มีเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งชื่อว่า "เมืองสาเกต" ปกครองโดยพระเจ้าสาเกต กษัตริย์ผู้ละโมบและกระหายในอำนาจ พระองค์ทรงทราบถึงพระเดชานุภาพและความสามารถของพระยาปัฏฐกะดี จึงเกิดความริษยาและอยากได้พระยาปัฏฐกะมาเป็นของตน

พระเจ้าสาเกตจึงทรงวางแผนการร้าย ทรงส่งทหารหาญที่เก่งกาจที่สุดจำนวนมาก ลอบเข้ามาในเขตแดนของเมืองพาราณสีในยามวิกาล โดยมีเป้าหมายคือพระยาปัฏฐกะ

ในคืนนั้น พระยาปัฏฐกะกำลังพักผ่อนอยู่ในโรงช้างที่ได้รับการตกแต่งอย่างดี ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าและเสียงดาบกระทบกันก็ดังขึ้น พระยาปัฏฐกะทรงตื่นขึ้นด้วยความตกใจ สัญชาตญาณของสัตว์ผู้ปกป้องทำให้พระองค์ทรงตื่นตัว

“เกิดอะไรขึ้น?” พระยาปัฏฐกะทรงคำรามด้วยความสงสัย

นายควาญช้างซึ่งเป็นคนสนิทของพระยาปัฏฐกะ รีบวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

“ท่านพระยา! พวกทหารของเมืองสาเกตบุกเข้ามา! พวกเขาตั้งใจจะจับท่านไป!”

พระยาปัฏฐกะทรงทราบทันทีว่านี่คือแผนการร้ายของพระเจ้าสาเกต พระองค์ไม่ทรงลังเลแม้แต่น้อย ทรงคิดถึงหน้าที่และความจงรักภักดีต่อพระเจ้าพรหมทัต

“ไม่ต้องห่วง ข้าจะจัดการเอง” พระยาปัฏฐกะทรงประกาศก้อง

พระองค์ทรงพังประตูโรงช้างออกมาด้วยกำลังอันมหาศาล ฝีเท้าอันหนักหน่วงของพระองค์ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน ทหารเมืองสาเกตที่กำลังล้อมกรอบอยู่ ต่างตกใจและเสียขวัญ

“ช้างเผือก! ช้างเผือกมาแล้ว!” เสียงตะโกนดังระงม

พระยาปัฏฐกะทรงไม่รอช้า ทรงพุ่งเข้าใส่เหล่าทหารอย่างไม่ย่อท้อ งาอันแหลมคมของพระองค์ฟาดฟันไปมาอย่างรวดเร็ว ทหารบางนายถูกเหวี่ยงกระเด็นไปไกล บางนายถูกงาแทงจนสิ้นชีวิต

แต่พวกทหารของเมืองสาเกตก็มีจำนวนมาก และพวกเขามีอาวุธที่แหลมคมเช่นกัน พวกเขาพยายามล้อมกรอบพระยาปัฏฐกะ ใช้หอกและดาบฟันเข้าใส่

พระยาปัฏฐกะทรงได้รับบาดเจ็บ แต่กำลังใจของพระองค์ไม่เคยหวั่นไหว พระองค์ทรงนึกถึงพระเจ้าพรหมทัต และความปลอดภัยของเมืองพาราณสี

“ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าเข้ามาทำร้ายบ้านเมืองของเรา!” พระยาปัฏฐกะทรงประกาศก้อง

ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือด พระยาปัฏฐกะทรงใช้สติปัญญาและพละกำลังที่มีอยู่ พยายามที่จะหลบหนีออกมาจากวงล้อม

แต่เมื่อพระองค์ทรงเห็นทหารเมืองสาเกตกำลังจะเข้ามาถึงพระราชวัง พระองค์ก็ทรงตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับพวกมัน

พระยาปัฏฐกะทรงใช้กำลังเฮือกสุดท้าย ทรงพุ่งเข้าใส่กลุ่มทหารที่แข็งแกร่งที่สุด พยายามที่จะทำลายแนวป้องกันของพวกมัน

ในช่วงเวลาคับขันนั้นเอง เสียงแตรศึกก็ดังขึ้นจากเชิงเทือกเขา เสียงฝีเท้าม้าที่คุ้นเคยดังมาแต่ไกล เป็นกองทัพของพระเจ้าพรหมทัตที่ทรงทราบข่าวและรีบยกกำลังมาช่วย

เมื่อทหารเมืองสาเกตเห็นกองทัพพระเจ้าพรหมทัต ก็เกิดความตื่นตระหนก พวกเขารู้ว่าไม่สามารถต่อกรได้อีกต่อไป ต่างรีบพากันหนีตาย

พระเจ้าพรหมทัตทรงทอดพระเนตรเห็นสภาพของพระยาปัฏฐกะที่กำลังบาดเจ็บจากการต่อสู้ ก็ทรงเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง

“ปัฏฐกะ! เจ้าบาดเจ็บมากหรือไม่?” พระเจ้าพรหมทัตทรงตรัสถามด้วยความเป็นห่วง

พระยาปัฏฐกะทรงพยายามลุกขึ้นยืน

“บ่าวขอทูลลา พ่ะย่ะค่ะ” พระยาปัฏฐกะทรงตอบด้วยเสียงอันอ่อนแรง

“ไม่! เจ้าอย่าเพิ่งไป! เจ้ายังต้องพักผ่อน รักษาตัว” พระเจ้าพรหมทัตทรงรีบตรัส

“บ่าวได้ทำหน้าที่ของบ่าวอย่างเต็มที่แล้ว พ่ะย่ะค่ะ” พระยาปัฏฐกะกล่าว

“แต่... ข้าไม่สามารถรักษาเจ้าได้” พระเจ้าพรหมทัตทรงตรัสด้วยความรู้สึกผิด

พระยาปัฏฐกะทรงนึกถึงสัจจะของพระองค์อีกครั้ง

“พ่ะย่ะค่ะ หากบ่าวได้บำเพ็ญสัจจะในการไม่เบียดเบียนผู้อื่น และการทำความดีมาตลอด ขอให้สัจจะนี้ จงรักษาบาดแผลของบ่าวให้หายพลัน”

ทันใดนั้นเอง แสงสว่างวาบหนึ่งก็เกิดขึ้นรอบตัวพระยาปัฏฐกะ บาดแผลที่เคยมีก็ค่อยๆ สมานตัวจนหายสนิท

พระเจ้าพรหมทัตทรงประหลาดพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ทรงก้มลงกราบพระยาปัฏฐกะ

“โอ้ ปัฏฐกะ! เจ้าช่างเป็นสัตว์ประเสริฐเสียจริง! ข้าขอบคุณเจ้ามาก เจ้าได้ช่วยชีวิตข้าและบ้านเมืองของเราไว้”

หลังจากเหตุการณ์นั้น พระเจ้าพรหมทัตก็ทรงกวดขันการป้องกันเมืองให้เข้มงวดขึ้น และทรงดูแลพระยาปัฏฐกะเป็นอย่างดี

ส่วนพระเจ้าสาเกต เมื่อทราบข่าวว่าแผนการของตนล้มเหลวและพระยาปัฏฐกะยังคงแข็งแกร่ง ก็เกิดความกลัวและไม่กล้าที่จะยุ่งเกี่ยวกับเมืองพาราณสีอีก

พระยาปัฏฐกะได้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ ความจงรักภักดี และพละกำลังอันยิ่งใหญ่ที่มาพร้อมกับสัจจะอันบริสุทธิ์

เรื่องราวของพระยาปัฏฐกะจึงถูกเล่าขานสืบต่อไป เป็นแบบอย่างให้ชนทั้งหลายได้ระลึกถึงคุณธรรมและความดีงาม

คติธรรม

การมีสัจจะอันบริสุทธิ์และการตั้งมั่นในความดี ย่อมนำมาซึ่งชัยชนะและคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายทั้งปวง

บารมีที่บำเพ็ญ

พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญ สัจจบารมี และ เมตตาบารมี

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

การมีสัจจะอันบริสุทธิ์และการตั้งมั่นในความดี ย่อมนำมาซึ่งชัยชนะและคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายทั้งปวง

บารมีที่บำเพ็ญ: พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญ สัจจบารมี และ เมตตาบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

อัชชุคชาดก
285ติกนิบาต

อัชชุคชาดก

อัชชุคชาดกณ แคว้นมคธ เมืองหลวงที่รุ่งเรือง มีนักปราชญ์ผู้หนึ่งเป็นที่เคารพนับถือของคนทั้งปวง เขาเป็น...

💡 ใจเป็นสิ่งที่รวดเร็วที่สุดเมื่อปราศจากกิเลส แต่เป็นสิ่งที่ช้าที่สุดเมื่อถูกกิเลสครอบงำ

มหาอุตตรชาดก
4เอกนิบาต

มหาอุตตรชาดก

ณ กรุงพาราณสี อันรุ่งเรืองด้วยพระบารมีของพระโพธิสัตว์ที่เสวยพระชาติเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม มีเร...

💡 ความผิดพลาดในอดีตไม่ได้ตัดสินคุณค่าของคนในปัจจุบัน การให้อภัยและการให้โอกาสสามารถนำพาผู้คนไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ และความสำเร็จที่แท้จริงนั้นเกิดจากการกระทำที่สุจริตและเปี่ยมด้วยคุณธรรม

คันธสูตรชาดก
218ทุกนิบาต

คันธสูตรชาดก

คันธสูตรชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง ด้วยพระบรมโพธิสมภารของพระเจ้าพิมพิสาร ...

💡 ความโลภและความเห็นแก่ตัวเป็นอุปสรรคต่อความสุขที่แท้จริง ความสุขที่ยั่งยืนนั้นเกิดจากการรู้จักแบ่งปัน การเสียสละ และการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น การยอมรับความผิดและเปลี่ยนแปลงตนเองคือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดีกว่า

ปัฏฐกชาดก (ครั้งที่ 4)
259ติกนิบาต

ปัฏฐกชาดก (ครั้งที่ 4)

ปัฏฐกชาดก (ครั้งที่ 4) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นกษัตริย์แห่งเมืองกลิงคร...

💡 การให้ทานด้วยความเสียสละอันบริสุทธิ์ ย่อมนำมาซึ่งประโยชน์สุขแก่ตนเองและผู้อื่น และเป็นหนทางสู่การหลุดพ้น

คิรินทกชาดก (Kirinda Jataka)
162ทุกนิบาต

คิรินทกชาดก (Kirinda Jataka)

คิรินทกชาดกนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ ในป่าอันเขียวชอุ่มแห่งหนึ่ง พระโพธิสัตว์ทรงประสูติเป็น...

💡 การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น การขจัดความอดอยาก และการให้โอกาสแก่ผู้ยากไร้ ย่อมดีกว่าการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ การปล่อยให้ความโลภเข้าครอบงำ นำมาซึ่งหายนะ

สาสนทชาดก
110เอกนิบาต

สาสนทชาดก

สาสนทชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพราหมณ์ผ...

💡 ความเมตตาต่อสรรพสัตว์ย่อมนำมาซึ่งความดีงาม ความภักดีและความกล้าหาญสามารถปรากฏได้ในทุกสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ การตัดสินผู้อื่นจากภายนอกย่อมเป็นสิ่งที่ผิด การกระทำที่แท้จริงคือสิ่งที่บ่งบอกถึงคุณค่าของบุคคล

— Multiplex Ad —