
ในยุคโบราณกาล เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญเพียรเพื่อตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ทรงอุบัติเป็นพระฤๅษีนามว่า มหานารทดาบส อาศัยอยู่ในอาศรมอันสงบเงียบ กลางป่าหิมพานต์ อาศรมของท่านเต็มไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด มีผลไม้รสเลิศ และสมุนไพรนานาประการ เป็นที่พึ่งของสัตว์ป่าทั้งหลาย
มหานารทดาบส ทรงเป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยปัญญา มีจิตใจที่บริสุทธิ์ยิ่งนัก ทรงถือพรตอย่างเคร่งครัด บำเพ็ญเพียรภาวนา และหมั่นศึกษาพระธรรมคำสั่งสอน
วันหนึ่ง ขณะที่ท่านกำลังนั่งสมาธิอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ทันใดนั้นเอง เสียงร้องโหยหวนอันน่าเวทนา ก็ดังแว่วมาแต่ไกล
“โอ๊ย! เจ็บเหลือเกิน! ใครก็ได้ช่วยด้วย!”
เสียงนั้นดังมาจากทิศตะวันออก มหานารทดาบส ลืมตาขึ้นด้วยความสงสัย และรีบเดินทางไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียง
เมื่อไปถึงบริเวณใกล้เคียง ท่านก็พบกับภาพอันน่าสลดใจ
บนพื้นดิน มีงูเห่าตัวใหญ่ตัวหนึ่ง กำลังนอนขดตัวด้วยความเจ็บปวด ลำตัวของมันมีรอยถูกตีด้วยท่อนไม้ และมีเลือดไหลซึมออกมา
มหานารทดาบส รู้ได้ทันทีว่านี่คือผลจากการกระทำของมนุษย์ผู้โหดร้าย
“ท่านงูผู้เจริญ” มหานารทดาบส กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เหตุใดท่านจึงได้รับบาดเจ็บถึงเพียงนี้?”
งูเห่าพยายามจะเลื้อยเข้ามาใกล้ “ท่านฤๅษีผู้ทรงศีล ข้าถูกมนุษย์ป่าเถื่อนทำร้าย ข้ากำลังจะตาย!”
มหานารทดาบส รู้สึกสงสารงูเห่าเป็นอย่างยิ่ง จึงรีบเข้าไปช่วยเหลือ
“ใจเย็นๆ ท่าน” ท่านกล่าว “ข้าจะช่วยรักษาบาดแผลให้ท่าน”
มหานารทดาบส รีบไปเก็บสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการห้ามเลือด และสมานแผล มาบดให้ละเอียด แล้วค่อยๆ พอกลงบนบาดแผลของงูเห่า
ขณะที่ท่านกำลังทำแผลให้ งูเห่าก็พยายามจะกัดท่านด้วยความเจ็บปวด แต่ มหานารทดาบส ก็ไม่แสดงอาการหวาดกลัวแต่อย่างใด
“อย่ายอมแพ้ต่อความเจ็บปวด” ท่านกล่าว “จงอดทนไว้เถิด”
เมื่อทำการรักษาเสร็จ มหานารทดาบส ก็ได้ป้อนน้ำสมุนไพรให้งูเห่าดื่ม
งูเห่าค่อยๆ รู้สึกดีขึ้น อาการเจ็บปวดเริ่มทุเลาลง มันมองดู มหานารทดาบส ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
“ข้าพระพุทธเจ้า ขอขอบคุณท่านฤๅษีผู้ใจดี” งูเห่ากล่าว “ท่านได้ช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าจะไม่มีวันลืมบุญคุณนี้”
“ไม่มีสิ่งใดต้องขอบคุณ” มหานารทดาบส กล่าว “การช่วยเหลือสรรพสัตว์เป็นหน้าที่ของข้า”
หลังจากนั้น มหานารทดาบส ก็ได้พางูเห่ากลับไปที่อาศรมของท่าน และดูแลมันอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งงูเห่าหายดี
เมื่อหายดีแล้ว งูเห่าก็กล่าวลา มหานารทดาบส และเลื้อยกลับไปยังที่อยู่ของมัน
แต่เรื่องราวไม่ได้จบเพียงเท่านี้
ต่อมาไม่นาน พระเจ้ากรุงโกศล ได้ทรงออกล่าสัตว์ในป่าหิมพานต์ และได้ทรงพลัดหลงเข้าไปในอาศรมของ มหานารทดาบส
เมื่อพระเจ้ากรุงโกศล ทรงเห็น มหานารทดาบส ก็ทรงเกิดความเลื่อมใสในปฏิปทาอันงดงามของท่าน จึงได้ตรัสถามถึงธรรมะ
มหานารทดาบส จึงได้แสดงธรรมเกี่ยวกับเรื่องการไม่เบียดเบียนสรรพสัตว์ และการมีเมตตาต่อทุกชีวิต
ในขณะที่กำลังสนทนาธรรมกันอยู่นั้น ทันใดนั้นเอง งูเห่าตัวที่ มหานารทดาบส เคยช่วยเหลือไว้ ก็เลื้อยเข้ามา
มันจำ มหานารทดาบส ได้ จึงเข้าไปเลื้อยวนเวียนอยู่รอบๆ ท่านด้วยความเคารพ
พระเจ้ากรุงโกศล ทรงเห็นดังนั้น ก็ทรงตกพระทัยเป็นอย่างยิ่ง “ท่านฤๅษี! เหตุใดท่านจึงให้งูร้ายมาอยู่ใกล้ตัวเช่นนี้! มันอาจจะฉกท่านได้!”
มหานารทดาบส ทรงยิ้มอย่างสงบ “ขอถวายพระพร มหาบพิตร อย่าได้ทรงกังวลไปเลย งูตัวนี้ ข้าเคยช่วยเหลือชีวิตมันไว้ มันจึงมีความผูกพันและเคารพข้า”
พระเจ้ากรุงโกศล ทรงประหลาดพระทัยในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงเล็งเห็นถึงความดีงาม และอานุภาพแห่งเมตตาธรรมของ มหานารทดาบส
พระองค์จึงทรงเลิกพระทัยจากการล่าสัตว์ และหันมาปฏิบัติธรรม
หลังจากนั้น พระเจ้ากรุงโกศล ก็ทรงสั่งห้ามการล่าสัตว์ในป่าหิมพานต์ และทรงส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของ มหานารทดาบส
มหานารทดาบส ทรงดำรงตนอยู่ในพรตอันบริสุทธิ์ และเผยแผ่ธรรมะให้แก่ผู้คนทั้งหลาย จนกระทั่งท่านละสังขารไป
— In-Article Ad —
การมีเมตตาต่อสรรพสัตว์ ย่อมได้รับผลตอบแทนที่ดีงาม และการไม่เบียดเบียนผู้อื่นคือหนทางแห่งความสงบสุข
บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตาบารมี
— Ad Space (728x90) —
220ทุกนิบาตกุมภทาสชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ เมืองพาราณสีอันรุ่งเรือง จอมกษัตริย์พระนามว่าพรหมทัต ปกครองแ...
💡 ความสุขที่แท้จริงมิได้เกิดจากทรัพย์สินเงินทอง หรือตำแหน่งที่สูงส่ง แต่เกิดจากความพอใจในสิ่งที่ตนเองมี การมีจิตใจที่สงบ และการได้ช่วยเหลือผู้อื่น
63เอกนิบาตสุปารักขิตชาดก ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรืองในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นกษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราช...
💡 การใช้สติปัญญาและคุณธรรมในการแก้ไขปัญหา ย่อมมีพลังมากกว่ากำลังหรืออาวุธ
86เอกนิบาตมหาวังคธรรมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ...
💡 อย่าหลงเชื่อคำประจบสอพลอ และอย่าประมาทต่อภัยอันตราย จงมีสติปัญญาในการพิจารณาไตร่ตรอง และตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมเสมอ
124เอกนิบาตอุทายิชาดก ครั้งเมื่อครั้งพุทธกาล พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน มหาวิหาร เมื...
💡 การมีเมตตาจิตและไม่หวาดกลัวต่อภัยอันตราย ย่อมนำมาซึ่งผลดี และสามารถเปลี่ยนแปลงผู้อื่นให้ดีขึ้นได้ แม้แต่ผู้ที่เคยทำความผิดก็สามารถกลับตัวกลับใจได้หากได้รับคำชี้แนะที่ดี
327จตุกกนิบาตสิริมาลชาดก ในสมัยพุทธกาล เมื่อครั้งที่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันมหาวิหาร กรุง...
💡 สิริมาลชาดก สอนให้เราเห็นถึงผลของกรรมที่ส่งผลต่อชีวิต การประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ จะนำมาซึ่งความดีงามและความเจริญรุ่งเรือง การรู้จักต่อสู้ดิ้นรน อดทน และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เป็นคุณสมบัติอันล้ำค่าที่จะช่วยให้เราผ่านพ้นทุกข์ยากไปได้ นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการช่วยเหลือผู้อื่น เมื่อเรามีกำลังหรือบุญบารมีเพียงพอ
287ติกนิบาตมหาปาลชาดก ในอดีตกาล เมื่อครั้งพระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายตายเกิดเป็นพระอินทร์ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นดาวดึง...
💡 การใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาประเสริฐกว่าการใช้กำลัง และความซื่อสัตย์สุจริตเป็นคุณธรรมของผู้ปกครอง
— Multiplex Ad —