
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ อาณาจักรอันรุ่งเรือง ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเป็นพระเวสสันดร บำเพ็ญทานบารมีอย่างไม่ขาดสาย อาณาจักรแห่งนี้ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล
ครั้งหนึ่ง พระเวสสันดรทรงมีพระราชประสงค์จะพระราชทานทานแก่เหล่าพสกนิกร จึงทรงตั้งโรงทานขึ้นริมฝั่งมหาสมุทร ทรงพระราชทานทรัพย์สมบัติ ข้าวปลาอาหาร และสิ่งของต่างๆ แก่ผู้ที่มาขอ
เหล่าผู้คนจากทั่วสารทิศต่างหลั่งไหลกันมาเพื่อรับทาน บางคนก็มาด้วยความศรัทธาเลื่อมใส บางคนก็มาด้วยความโลภ
อยู่มาวันหนึ่ง มีชายผู้หนึ่งซึ่งมีจิตใจอันดำมืดและคดโกง ได้เดินทางมายังโรงทานแห่งนั้น เขาเป็นคนไม่รู้จักพอ และมักจะคิดหาวิธีเอาเปรียบผู้อื่นเสมอ
เมื่อเขามาถึงโรงทาน ก็เห็นความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งต่างๆ ที่พระเวสสันดรทรงพระราชทาน เขาเกิดความโลภอย่างแรงกล้า
“โอ้โห! ทานมากมายถึงเพียงนี้ ถ้าข้าได้ทั้งหมดนี้ไปคงจะร่ำรวยไปตลอดชีวิต!” ชายผู้นั้นคิด
เขาจึงวางแผนการอันแยบยล
เขาเดินเข้าไปหาพระเวสสันดร แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอันอ่อนน้อม “ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของปวงประชา ข้าพเจ้าเป็นชาวประมงผู้ยากไร้ อาศัยอยู่ริมฝั่งมหาสมุทรอันห่างไกล ไม่มีสิ่งใดจะนำไปเลี้ยงชีพได้เลย”
พระเวสสันดรทรงมีพระทัยเมตตา ทรงถามว่า “เจ้าต้องการสิ่งใดเล่า จงบอกมาเถิด”
ชายผู้นั้นแสร้งทำเป็นลังเล แล้วกล่าวว่า “ข้าพเจ้าต้องการเพียงเรือลำเล็กๆ หนึ่งลำ และอวนจับปลาอย่างดี สักผืนหนึ่ง แล้วข้าจะออกทะเลไปหาปลามาเลี้ยงชีพ”
พระเวสสันดรทรงทราบว่าชายผู้นี้ต้องการเพียงเพื่อยังชีพ จึงทรงพระราชทานเรือและอวนให้ตามที่ขอ
เมื่อได้เรือและอวนแล้ว ชายผู้นั้นก็ไม่ได้ไปหาปลาตามที่กล่าว แต่กลับแอบนำเรือและอวนนั้น ไปยังจุดที่น้ำขึ้นสูง และรอจนน้ำทะเลเริ่มลดลง
เมื่อน้ำทะเลลดลง ก็ปรากฏให้เห็นว่า ที่บริเวณนั้นมีสมบัติมากมายที่ถูกคลื่นซัดมาทับถมอยู่ ทั้งทองคำ เพชรพลอย และสิ่งของมีค่าต่างๆ
ชายผู้นั้นดีใจมาก รีบนำสมบัติทั้งหมดขึ้นเรือ แล้วพายเรือกลับไปยังเมืองของตน
ข่าวการค้นพบสมบัติแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างพากันมายังบริเวณนั้น หวังจะพบสมบัติเช่นเดียวกัน
แต่ทว่า ชายผู้นั้นได้นำเอาสมบัติทั้งหมดไปหมดแล้ว เหลือเพียงโคลนตมและเศษซาก
ผู้คนต่างผิดหวัง และเริ่มสงสัยว่าชายผู้นั้นได้นำสมบัติไปทั้งหมด
ชาวเมืองจึงพากันไปฟ้องพระเวสสันดร
“ข้าแต่พระองค์! ชายผู้นั้นได้หลอกลวงท่าน! เขาไม่ได้นำเรือและอวนไปหาปลา แต่กลับนำไปลักลอบนำสมบัติที่อยู่ริมฝั่งมหาสมุทรไปทั้งหมด!”
พระเวสสันดรทรงทราบความจริง ก็ทรงมีพระทัยเศร้าสลด แต่ก็มิได้ทรงตำหนิชายผู้นั้น
“เมื่อเราให้ทานไปแล้ว เราก็ไม่ควรหวังสิ่งใดตอบแทน” พระองค์ตรัส
แต่ทว่า ชายผู้นั้นเมื่อได้สมบัติมาแล้ว ก็มิได้มีความสุข เขากลับกลัวว่าจะมีคนมาขโมยสมบัติของตน จึงเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่กล้าออกไปไหน
อีกทั้ง เมื่อเขานำสมบัติไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย สมบัติเหล่านั้นก็หมดสิ้นไปอย่างรวดเร็ว
ในที่สุด ชายผู้นั้นก็กลับมาตกยากอีกครั้ง
เขานึกถึงพระเวสสันดร และสำนึกผิดในสิ่งที่ตนเองได้ทำลงไป
เขาจึงกลับไปขออภัยโทษจากพระเวสสันดร
“ข้าแต่พระองค์ ข้าพเจ้าได้หลอกลวงท่าน และได้นำสมบัติไปอย่างไม่รู้จักพอ บัดนี้ข้าพเจ้าได้สิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว ข้าพเจ้ามาเพื่อขออภัยโทษจากพระองค์”
พระเวสสันดรทรงให้อภัยเขา และสอนให้เขาได้รู้จักคุณค่าของการให้และการไม่เบียดเบียนผู้อื่น
ชายผู้นั้นได้เรียนรู้บทเรียนอันล้ำค่า และตั้งใจจะกลับตัวกลับใจ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การให้ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง ความโลภและความไม่รู้จักพอกลับนำมาซึ่งความทุกข์ การให้อภัยเป็นสิ่งประเสริฐ และการสำนึกผิดคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง
— In-Article Ad —
การให้ย่อมนำความสุขที่แท้จริง ความโลภนำมาซึ่งความทุกข์ การให้อภัยเป็นสิ่งประเสริฐ.
บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี
— Ad Space (728x90) —
540มหานิบาตอามคันธชาดก: ความบริสุทธิ์ของจิตณ แคว้นโกศลอันรุ่งเรือง สมัยหนึ่ง พระเจ้าปายาสิ ทรงเป็นกษัตริย์ที่ฉล...
💡 ความบริสุทธิ์แห่งจิตใจนั้น ย่อมเป็นที่ประจักษ์แก่ตนเอง และเป็นสิ่งประเสริฐที่สุด ที่จะนำพามาซึ่งความสุขที่แท้จริง
181ทุกนิบาตปาสูริยชาดก (เรื่องนก) ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายตายเกิดเป็นนกกาเหว่าผู้ป...
💡 ความเห็นแก่ตัวและความโลภย่อมนำมาซึ่งภัยพิบัติ
65เอกนิบาตมหาวานรชาดก ณ กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงจุติเป็นพระเวสสันดร สัมมาสัมพุทธเจ้าข...
💡 มหาวานรชาดกสอนให้เราเห็นถึงคุณธรรมอันสูงส่งของการเสียสละและความเมตตา การมีจิตใจที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่น แม้จะต้องแลกมาด้วยชีวิตของตนเอง เป็นการกระทำที่ประเสริฐยิ่ง. การเสียสละเพื่อส่วนรวม หรือเพื่อผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยากนั้น เป็นการกระทำที่ควรแก่การยกย่องและจดจำ.
49เอกนิบาตมหาสุบินชาดก ในครั้งพุทธกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงเล่าเรื่องมหาสุบินช...
💡 การมีปัญญาหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ย่อมทำให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และสามารถนำพาตนเองและผู้อื่นไปสู่หนทางแห่งความดีงามได้. การตระหนักถึงความเสื่อมโทรมของโลก เป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาหนทางแห่งการพ้นทุกข์.
176ทุกนิบาตมหิโลมชาดก (เรื่องแมว) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศล ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองของนครสาวัตถี ม...
💡 ความตระหนี่เป็นเหมือนโซ่ตรวนที่พันธนาการจิตใจ ไม่ให้พบกับความสุขที่แท้จริง การรู้จักแบ่งปันและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุขที่ยั่งยืน
136เอกนิบาตอุทายิชาดก ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี อันเป็นเมืองหลวงอันรุ่งเรืองของแคว้นมคธ มีคณะภิกษุสงฆ์หมู่ให...
💡 วาจาที่สุภาพอ่อนโยน ประกอบด้วยเมตตา ย่อมนำมาซึ่งความสงบสุข และเป็นที่รักของผู้คน
— Multiplex Ad —