
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี มีพระโพธิสัตว์ชาติหนึ่งได้เสวยพระชาติเป็นพระมหาปทุมกุมาร โอรสของพระเจ้ากรุงพาราณสี ทรงเป็นผู้มีพระทัยประกอบด้วยเมตตากรุณา ทรงบำเพ็ญศีลบริสุทธิ์มาตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงมีพระขนิษฐาองค์หนึ่งนามว่า อุณฑฏกุมารี ซึ่งเป็นที่รักยิ่งของพระองค์
วันหนึ่งขณะที่พระมหาปทุมกุมารทรงประทับอยู่ในสระบัวหลวงอันงดงาม ทรงสังเกตเห็นฝูงปทุมชาติ (ดอกบัว) กำลังแย้มกลีบรับแสงอรุณ ทรงรำพึงในพระทัยว่า “ดอกบัวนี้งามยิ่งนัก แต่สุดท้ายก็ต้องร่วงโรยไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับชีวิตของเราทุกคน” พระองค์ทรงรำลึกถึงความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง จึงทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะบำเพ็ญเพียรเพื่อหลุดพ้นจากกองทุกข์ทั้งปวง
ขณะนั้นเอง มียักษ์ตนหนึ่งชื่อว่า กาลยักษ์ ได้แปลงกายเป็นมนุษย์รูปงาม เข้ามาทักทายพระมหาปทุมกุมาร “โอ้ กุมารน้อย เหตุไฉนท่านจึงทรงมีพระพักตร์เศร้าหมองเช่นนี้” พระมหาปทุมกุมารทรงเล่าถึงความรำพึงในพระทัยเกี่ยวกับความไม่เที่ยงของชีวิตให้ยักษ์ฟัง กาลยักษ์ได้ฟังดังนั้น จึงแสร้งทำเป็นเลื่อมใส “ท่านกุมารช่างมีปัญญาเฉลียวฉลาดนัก ข้าพเจ้าขอถวายบังคมท่าน”
เมื่อพระมหาปทุมกุมารเสด็จกลับพระราชวัง กาลยักษ์ก็แอบตามเสด็จไป และได้โอกาสเมื่อพระมหาปทุมกุมารเสด็จไปสรงน้ำที่สระบัวอีกครั้ง กาลยักษ์ได้วางแผนร้าย โดยการลวงเอาดอกบัวที่งดงามที่สุดไปถวายพระมหาปทุมกุมาร เมื่อพระองค์ทรงรับดอกบัวนั้น กาลยักษ์ก็ชักดาบออกมาหมายจะปลงพระชนม์
พระมหาปทุมกุมารทรงตกพระทัยยิ่งนัก แต่ก็ทรงพยายามตั้งสติ “เจ้าเป็นใคร เหตุไฉนจึงคิดทำร้ายเราเช่นนี้” กาลยักษ์หัวเราะเสียงดัง “ข้าคือยักษ์ กาลยักษ์ ผู้มีฤทธิ์มาก ข้าจะเอาชีวิตของเจ้าไปสังเวยบูชาเจ้าแม่ของข้า!”
ทันใดนั้นเอง อุณฑฏกุมารี พระขนิษฐาของพระมหาปทุมกุมาร ทรงทราบข่าวร้ายจากทหารรักษาพระองค์ จึงรีบเสด็จมายังสระบัว ทรงเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี จึงทรงเปล่งเสียงร้อง “พี่มหาปทุม! พี่มหาปทุม!”
กาลยักษ์ตกใจเสียงร้องของอุณฑฏกุมารี จึงชะงักไป พระมหาปทุมกุมารทรงฉวยโอกาสนั้น วิ่งหนีเข้าป่าไป กาลยักษ์โกรธแค้นมาก ไล่ตามไปทันที อุณฑฏกุมารีทรงไม่หวั่นเกรงอันตราย ทรงวิ่งตามพี่ชายไปด้วย
ตลอดการเดินทาง พระมหาปทุมกุมารทรงบำเพ็ญทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา ส่วนอุณฑฏกุมารี ทรงคอยปรนนิบัติพัดวีพี่ชายอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทั้งสองพระองค์ทรงผจญภัยในป่าลึก พบเจอกับสัตว์ป่าดุร้าย และอุปสรรคนานัปการ แต่ด้วยพระบารมีและพระสติอันมั่นคง ทำให้รอดพ้นจากภยันตรายทั้งปวง
ในที่สุด ทั้งสองพระองค์ก็ได้พบกับฤาษีตนหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ในป่า ฤาษีได้เห็นถึงบุญบารมีของทั้งสองพระองค์ จึงได้ชี้แนะหนทางสู่ความพ้นทุกข์ และสอนธรรมะอันลึกซึ้งให้
หลังจากนั้น พระมหาปทุมกุมารได้ทรงบำเพ็ญเพียรจนบรรลุธรรม และได้โปรดสรรพสัตว์ทั้งหลาย ส่วนอุณฑฏกุมารี ก็ได้บำเพ็ญบุญกุศล จนได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต
เรื่องราวของมหาปทุมชาดกสอนให้เรารู้ว่า แม้ในยามที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคและความยากลำบากเพียงใด หากเรามีความเพียร มีสติ มีคุณธรรม และยึดมั่นในความดีงาม เราก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้ และบรรลุถึงความสุขที่แท้จริง
— In-Article Ad —
ความเพียร สติ และคุณธรรม นำพาไปสู่ความพ้นทุกข์
บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี, ศีลบารมี, เนกขัมมบารมี, ปัญญาบารมี, วิริยบารมี, ขันติบารมี, สัจจบารมี, อธิษฐานบารมี, เมตตาบารมี, อุเบกขาบารมี
— Ad Space (728x90) —
227ทุกนิบาตมุสิกชาดก (Musika Jataka)ในยุคโบราณกาล ณ ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ ที่ซึ่งมีนาข้าวเขียวขจีเหลืองอร่าม เป็...
💡 การเตรียมพร้อมล่วงหน้า และการทำงานร่วมกันเป็นทีม จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปได้
403สัตตกนิบาตกุฏุสีหชาดกในอดีตกาลอันไกลโพ้น ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ กษัตริย์พระองค์หนึ่งนามว่า พระเจ้ารุจิระ ทรง...
💡 ความไม่รู้จักพอเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ การมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของผู้อื่นและความพอเพียงนำมาซึ่งความสุขที่ยั่งยืน
409สัตตกนิบาตอัคคิสาสชาดกณ อาณาจักรโกศลอันกว้างใหญ่ไพศาล ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น “พระเจ้าราชา” ผ...
💡 ความรักที่แท้จริงย่อมมาพร้อมกับการเสียสละ การไม่เห็นแก่ตัวเพื่อคนที่รัก เป็นคุณธรรมอันประเสริฐ
285ติกนิบาตอัชชุคชาดกณ แคว้นมคธ เมืองหลวงที่รุ่งเรือง มีนักปราชญ์ผู้หนึ่งเป็นที่เคารพนับถือของคนทั้งปวง เขาเป็น...
💡 ใจเป็นสิ่งที่รวดเร็วที่สุดเมื่อปราศจากกิเลส แต่เป็นสิ่งที่ช้าที่สุดเมื่อถูกกิเลสครอบงำ
284ติกนิบาตมหากปปิชาดกณ แคว้นโกศล เมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรือง มีพระราชาผู้ทรงทศพิธราชธรรมปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้...
💡 การหลอกลวงผู้อื่น อาจให้ผลประโยชน์ชั่วคราว แต่สุดท้ายจะนำมาซึ่งความเสียหาย
466ทวาทสกนิบาตมหาอุสสทชาดกในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร มีพระราชาผู้ทรงทศพิธราช...
💡 ความโลภนำมาซึ่งความฉิบหาย ความซื่อสัตย์สุจริตนำมาซึ่งความเจริญ
— Multiplex Ad —