
ณ เมืองพาราณสีในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็น “พระเจ้ามหาสารัทธะ” กษัตริย์ผู้เปี่ยมด้วยศรัทธาอันแรงกล้า
พระเจ้ามหาสารัทธะ ทรงศรัทธาในเรื่องการทำบุญและการบำเพ็ญทานเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงมีพระราชดำริว่า การทำทานย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
วันหนึ่ง พระเจ้ามหาสารัทธะ ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะทรงบำเพ็ญมหาทานครั้งยิ่งใหญ่ พระองค์จึงทรงประกาศให้พสกนิกรทั้งหลายทราบ
“เราจะจัดงานมหาทานครั้งยิ่งใหญ่ ณ ลานพระราชวังของเราในวันเพ็ญเดือน 12 นี้ ขอให้ประชาชนทุกคนจงมาร่วมงานของเรา!” พระองค์ตรัส
เมื่อถึงวันงาน ประชาชนทั้งหลายต่างพากันหลั่งไหลมาร่วมงานมหาทานตามที่พระเจ้ามหาสารัทธะทรงประกาศไว้
พระองค์ทรงตั้งโรงทานขนาดใหญ่ ทรงจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของต่างๆ มากมาย เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ที่มาร่วมงาน
แต่ทว่า ท่ามกลางผู้คนที่มาร่วมงานนั้น มีชายคนหนึ่งซึ่งเป็นคนรับใช้ใกล้ชิดของพระองค์ชื่อว่า “อัคคิทัตตะ” เขามีนิสัยโลภมาก และไม่เคยรู้จักพอ
อัคคิทัตตะ เห็นผู้คนมากมายมารับทานอาหาร และสิ่งของต่างๆ เขาก็เกิดความโลภขึ้นมา เขาจึงคิดอุบายที่จะฉวยโอกาสนี้ในการกอบโกยทรัพย์สิน
“เราจะแกล้งทำเป็นว่าเราเป็นผู้ที่มาขอทาน แล้วเราก็จะเข้าไปในโรงทาน เพื่อขโมยอาหาร และสิ่งของที่เหลือ!” อัคคิทัตตะ คิด
เมื่ออัคคิทัตตะ ได้เข้าไปในโรงทาน เขาก็เริ่มขโมยอาหาร และสิ่งของต่างๆ ไปซ่อนไว้
แต่ทว่า พระเจ้ามหาสารัทธะ ทรงมีญาณทัศนะอันแก่กล้า พระองค์ทรงทราบถึงพฤติกรรมของอัคคิทัตตะ
พระองค์จึงเสด็จเข้าไปหาอัคคิทัตตะ พร้อมกับตรัสถามด้วยน้ำเสียงอันสงบ
“อัคคิทัตตะ ท่านกำลังทำสิ่งใดอยู่?”
อัคคิทัตตะ ตกใจเมื่อเห็นพระเจ้ามหาสารัทธะ จึงรีบซ่อนสิ่งของที่ขโมยมาไว้ และกล่าวตอบอย่างตะกุกตะกัก
“ข้าแต่พระมหากษัตริย์ ข้าพเจ้า… ข้าพเจ้ากำลัง… ตรวจสอบความเรียบร้อยของโรงทานขอรับ”
พระเจ้ามหาสารัทธะ ทรงทราบดีว่าอัคคิทัตตะกำลังโกหก แต่พระองค์ก็มิได้ทรงพิโรธแต่อย่างใด
“อัคคิทัตตะ ท่านรู้หรือไม่ว่า การทำทานนั้น เป็นการบำเพ็ญบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่
“การกระทำของท่าน เป็นการทำลายบุญกุศลของผู้อื่น และยังเป็นการทำลายบุญกุศลของตัวท่านเองอีกด้วย”
“ท่านจงจำไว้ว่า ความโลภ เป็นเหมือนไฟที่เผาผลาญจิตใจ หากเราไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ เราก็จะพบแต่ความทุกข์”
อัคคิทัตตะ ได้ฟังดังนั้น ก็รู้สึกละอายใจเป็นอย่างยิ่ง เขาก้มลงกราบพระบาทพระเจ้ามหาสารัทธะ และกล่าวขอโทษ
“ข้าแต่พระมหากษัตริย์ ข้าพเจ้าผิดไปแล้ว ข้าพเจ้าขออภัยในความโลภของข้าพเจ้าด้วย”
พระเจ้ามหาสารัทธะ ทรงให้อภัยอัคคิทัตตะ และทรงสอนเขาให้รู้จักการละความโลภ และหันมาทำความดี
“บัดนี้ ท่านจงเลิกทำสิ่งผิดๆ และหันมาช่วยเหลือเราในการแจกจ่ายทานเถิด” พระองค์ตรัส
อัคคิทัตตะ ได้ปฏิบัติตามคำสอนของพระเจ้ามหาสารัทธะ เขาได้เลิกนิสัยโลภมาก และหันมาช่วยเหลือในการแจกจ่ายทาน
เมื่อสิ้นสุดงานมหาทาน พระเจ้ามหาสารัทธะ ทรงมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นผู้คนได้รับความสุข และได้เห็นอัคคิทัตตะกลับใจ
พระพุทธองค์ตรัสสอนว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มหาสารัทธชาดกนี้ สอนให้เราเห็นถึงความสำคัญของความศรัทธา และการบำเพ็ญทาน
“การทำทาน ย่อมนำมาซึ่งบุญกุศลและความสุขที่แท้จริง
“แต่หากจิตใจของเรายังเต็มไปด้วยความโลภ เราก็ไม่อาจได้รับบุญกุศลนั้นได้อย่างเต็มที่
“จงละความโลภ และหันมาบำเพ็ญทานด้วยจิตที่บริสุทธิ์ แล้วท่านจะพบกับความสุขและความเจริญที่ยั่งยืน”
— In-Article Ad —
ความศรัทธาและการบำเพ็ญทาน ย่อมนำมาซึ่งบุญกุศลและความสุขที่แท้จริง การละความโลภ และการมีจิตใจที่บริสุทธิ์ในการทำบุญ คือหนทางสู่ความเจริญที่ยั่งยืน
บารมีที่บำเพ็ญ: ศรัทธาบารมี
— Ad Space (728x90) —
122เอกนิบาตสารัททชาดก ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร ป่าเขียวขจี และสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิต...
💡 ความเมตตาเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด สามารถเอาชนะความโกรธ ความเกลียดชัง และความอาฆาตแค้นได้ การให้อภัยและการเสียสละ ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง
111เอกนิบาตอุทายิชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงสาวัตถี อันเป็นเมืองหลวงที่รุ่งเรืองยิ่งนัก ประดับประดาไป...
💡 วาจาสุภาพอ่อนหวาน ย่อมนำมาซึ่งความรัก ความเมตตา และความเป็นมิตร หากแต่ให้มีปัญญาประกอบด้วย
85เอกนิบาตมหาอุตรชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันเป็นปึกแผ่นและร่มเย็นภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพร...
💡 ความเมตตา กรุณา และการเสียสละ คือสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิต การช่วยเหลือผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตใดก็ตาม ย่อมเป็นการบำเพ็ญบารมีที่ประเสริฐ และนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง
86เอกนิบาตมหาวังคธรรมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ...
💡 อย่าหลงเชื่อคำประจบสอพลอ และอย่าประมาทต่อภัยอันตราย จงมีสติปัญญาในการพิจารณาไตร่ตรอง และตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมเสมอ
217ทุกนิบาตสุริยโชตรชาดก ณ กรุงพาราณสี อันเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นกาสี นครที่รุ่งเรืองด้วยการค้าขาย ประชาชนล้วน...
💡 การมีปัญญาญาณอันประเสริฐ การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตา และการยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุขที่ยั่งยืน. การทุจริตคดโกงและการโกหกย่อมนำมาซึ่งความวิบัติฉิบหาย.
124เอกนิบาตอุทายิชาดก ครั้งเมื่อครั้งพุทธกาล พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน มหาวิหาร เมื...
💡 การมีเมตตาจิตและไม่หวาดกลัวต่อภัยอันตราย ย่อมนำมาซึ่งผลดี และสามารถเปลี่ยนแปลงผู้อื่นให้ดีขึ้นได้ แม้แต่ผู้ที่เคยทำความผิดก็สามารถกลับตัวกลับใจได้หากได้รับคำชี้แนะที่ดี
— Multiplex Ad —