
ณ แคว้นอวันตีอันไพบูลย์ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่อาณาจักรยังคงเต็มไปด้วยความเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติ มีเมืองหนึ่งซึ่งปกครองโดยกษัตริย์ผู้ทรงปรีชา แต่ในเมืองนั้นมีนักบวชผู้หนึ่งนามว่า สัมภวะ เขาเป็นผู้ที่เผยแพร่ความเชื่อที่ผิดเพี้ยน และชักนำให้ผู้คนหลงผิด
สัมภวะเชื่อว่า การบูชายัญสิ่งมีชีวิตต่างๆ จะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความอุดมสมบูรณ์ เขาได้ชักชวนให้ชาวเมืองนำสัตว์ต่างๆ มาสังเวยบูชาแก่เทพเจ้า
“หากพวกเจ้าต้องการให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ ฝนตกต้องตามฤดูกาล และไร้ซึ่งโรคภัยไข้เจ็บ จงนำสัตว์เหล่านั้นมาสังเวยข้า!” สัมภวะกล่าวอย่างเคร่งขรึมต่อหน้าชาวเมืองที่มารวมตัวกัน
“หากเราไม่สังเวย ท่านจะเกิดอะไรขึ้น?” ชาวเมืองคนหนึ่งถาม
“พวกเจ้าจะพบกับความอดอยาก โรคระบาด และภัยพิบัติต่างๆ นานา!” สัมภวะขู่
ด้วยความกลัว ชาวเมืองจึงปฏิบัติตามคำสอนของสัมภวะ พวกเขานำสัตว์เลี้ยงต่างๆ มาบูชายัญอย่างไม่ขาดสาย
แต่ถึงแม้จะบูชายัญเท่าไรก็ตาม ภัยพิบัติต่างๆ ก็ยังคงเกิดขึ้น เกษตรกรยังคงประสบปัญหาพืชผลเสียหาย ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล และโรคภัยไข้เจ็บก็ยังคงระบาด
กษัตริย์ผู้ทรงปรีชาทรงเห็นความเดือดร้อนของประชาชน จึงทรงเรียกสัมภวะเข้ามาพบ
“สัมภวะ เหตุใดเจ้าจึงหลอกลวงประชาชนของเราเช่นนี้? การสังเวยสัตว์เหล่านั้นไม่ได้นำมาซึ่งความสุข แต่กลับยิ่งทำให้พวกเขาทุกข์ยากยิ่งขึ้น” กษัตริย์ตรัส
“ข้าไม่ได้หลอกลวงเพคะ! หากแต่พวกเจ้านั่นแหละ ที่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสอนของข้าอย่างเคร่งครัด” สัมภวะแก้ตัว
กษัตริย์ทรงทราบดีว่าสัมภวะกำลังโกหก แต่ก็ยังทรงไม่สามารถหาทางแก้ไขได้อย่างเด็ดขาด
ในขณะนั้นเอง พระพุทธเจ้าซึ่งประทับอยู่ ณ วัดเชตวัน ได้ทรงทราบเรื่องราวทั้งหมด พระองค์จึงเสด็จมายังเมืองนั้น
พระพุทธเจ้าได้ทรงพบกับกษัตริย์ และได้ทรงแสดงธรรมโปรด
“ดูก่อนมหาราช หากท่านต้องการให้แผ่นดินของท่านอุดมสมบูรณ์ และประชาชนมีความสุข ท่านไม่ควรบูชายัญด้วยชีวิต แต่จงส่งเสริมการทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา” พระพุทธเจ้าตรัส
“แต่สัมภวะกล่าวว่า การสังเวยสัตว์นั้นสำคัญยิ่งนัก” กษัตริย์ทูล
“นั่นคือความเห็นผิด” พระพุทธเจ้าตรัส “ความเห็นผิดนั้นเปรียบเสมือนหนามแหลมที่ทิ่มแทงจิตใจ และนำพาไปสู่หายนะ”
พระพุทธเจ้าทรงอธิบายถึงโทษของการเบียดเบียนชีวิต และอานิสงส์ของการบำเพ็ญกุศล
กษัตริย์ทรงเลื่อมใสในคำสอนของพระพุทธเจ้า จึงทรงมีรับสั่งให้ประกาศทั่วทั้งเมืองว่า ห้ามมีการบูชายัญสัตว์อีกต่อไป และให้ทุกคนหันมาทำบุญให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนาแทน
สัมภวะพยายามต่อต้าน แต่ก็ไม่สำเร็จ ชาวบ้านเริ่มตระหนักถึงความจริง และหันมาปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
เมื่อชาวเมืองเลิกเบียดเบียนชีวิต และหันมาบำเพ็ญกุศล แผ่นดินก็กลับมาอุดมสมบูรณ์ ฝนตกต้องตามฤดูกาล และผู้คนก็มีความสุข
สัมภวะรู้สึกอับอาย และหลบหนีไปจากเมืองนั้น
กษัตริย์ทรงปกครองเมืองด้วยธรรม และประชาชนก็อยู่ดีกินดี
— In-Article Ad —
ความเห็นผิดที่นำไปสู่การเบียดเบียนผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งหายนะ การบำเพ็ญกุศลและมีจิตเมตตาย่อมนำมาซึ่งความสุข.
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
465ทวาทสกนิบาตมหาสัตตปัตตะชาดกณ แคว้นกาสี ประเทศอินเดียโบราณ ที่ซึ่งความเชื่อเรื่องเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์หยั่ง...
💡 ความเพียรพยายามและความอดทน คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ.
146เอกนิบาตอังคารชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า โสณกะ เขาเป็นผู้มีทรัพย์สินเงินท...
💡 กรรมใดใครทำ กรรมนั้นย่อมส่งผลเสมอ แม้แต่ผลไม้ที่เคยให้คุณ ก็สามารถให้โทษได้หากถูกปรุงแต่งด้วยเจตนาร้าย
215ทุกนิบาตกุกกุรชาดก ณ แคว้นมคธ อันเป็นแผ่นดินที่รุ่งเรืองด้วยพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในสมัยพุทธกา...
💡 การทำความดีนั้น ย่อมมีอุปสรรคเข้ามาขัดขวางเสมอ แต่ผู้ที่มีจิตใจมั่นคง ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ย่อมสามารถก้าวข้ามผ่านไปได้ และผลแห่งความดีนั้น จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญที่แท้จริง
60เอกนิบาตผู้มีจิตบริสุทธิ์ณ กรุงสาวัตถีอันร่มเย็น กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีผู้หนึ่งชื่อว่า อุกกุฏฐิตะ เ...
💡 การให้ทานเป็นการสร้างบุญกุศล และทำให้จิตใจเบิกบาน การรู้จักแบ่งปันคือการเพิ่มพูนความสุขที่แท้จริง.
86เอกนิบาตมหาวังคธรรมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ...
💡 อย่าหลงเชื่อคำประจบสอพลอ และอย่าประมาทต่อภัยอันตราย จงมีสติปัญญาในการพิจารณาไตร่ตรอง และตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมเสมอ
166ทุกนิบาตมหาปิปผาลีชาดก ณ ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งในชมพูทวีป นามว่าเมืองมิถิลาอันรุ่งเรือง พระเจ้าวิเทหะ...
💡 การเอาใจใส่และการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์และความเจริญรุ่งเรือง
— Multiplex Ad —