ข้ามไปเนื้อหาหลัก
มหาธนูคปรชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
476

มหาธนูคปรชาดก

Buddha24เตรสกนิบาต
ฟังเนื้อหา

มหาธนูคปรชาดก

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณธัญญาหาร ปรากฏพระราชาผู้ทรงธรรมนามว่าพระเจ้ามหาธนูคปรชา ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม ทรงมีพระมเหสีนามว่าพระนางสิริมหาเทวี เป็นผู้มีรูปโฉมงดงาม จิตใจบริสุทธิ์ผุดผ่อง ทั้งสองพระองค์ทรงครองคู่กันอย่างมีความสุข แต่ก็ยังทรงขาดสิ่งเดียวที่เติมเต็มชีวิต คือ "บุตร" พระองค์ทรงปรารถนาจะมีโอรสธิดามาสืบทอดราชสมบัติและสืบสกุล

ด้วยพระทัยอันเปี่ยมด้วยความหวัง พระราชาและพระมเหสีจึงทรงประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดาอารักษ์ ขอพรให้ได้บุตรอันประเสริฐ ผ่านไปหลายปี จู่ๆ พระนางสิริมหาเทวีก็ทรงพระครรภ์ ทุกคนในวังต่างก็ดีใจ พระราชาก็ทรงปลื้มปีติเป็นยิ่งนัก ทรงสั่งให้จัดงานเฉลิมฉลองเป็นการใหญ่ทั่วทั้งพระราชอาณาจักร

เมื่อถึงกำหนด พระนางสิริมหาเทวีก็ประสูติพระโอรสที่งดงามราวกับเทพบุตร พระนามว่า "ปริสทกุมาร" พระกุมารทรงเจริญวัยขึ้นอย่างรวดเร็ว ทรงเฉลียวฉลาดปราดเปรื่อง มีพระปรีชาสามารถในทุกแขนงวิชา ทั้งการปกครอง การทหาร และการศึกษา พระราชาทรงปลื้มพระทัยในพระโอรสยิ่งนัก ถึงกับตรัสว่า "โอ้! บุตรของเรานี้ ช่างเป็นดังแสงสว่างแห่งรัตติกาล เป็นดุจดอกบัวที่แย้มกลีบให้เราได้ชื่นชม" พระนางสิริมหาเทวีก็ทรงรักและทะนุถนอมพระโอรสอย่างที่สุด

วันเวลาผ่านไป ปริสทกุมารทรงเติบโตเป็นหนุ่ม ทรงมีรูปโฉมหล่อเหลา สง่างาม สมเป็นราชโอรสแห่งแคว้นมคธ พระราชาทรงเห็นว่าปริสทกุมารทรงเติบใหญ่พอที่จะรับภาระหน้าที่ในการปกครอง จึงทรงเริ่มถ่ายทอดวิชาการปกครองให้แก่พระโอรส

ในขณะเดียวกัน ณ แคว้นโกศล อันอยู่ทางทิศเหนือของแคว้นมคธ ก็มีพระราชาผู้ทรงอำนาจยิ่งนามว่า "พระเจ้านที" ทรงมีพระราชธิดานามว่า "พระนางสิริมา" ทรงเป็นที่เลื่องลือไปทั่วสารทิศถึงความงามสง่า และพระปรีชาสามารถ พระเจ้านทีทรงรักพระราชธิดามาก และทรงตั้งพระทัยว่าจะเลือกกษัตริย์ที่คู่ควรมาเป็นพระสวามีของพระนาง

ข่าวคราวเรื่องพระนางสิริมาได้ล่วงรู้ไปถึงกรุงปาฏลีบุตรแห่งแคว้นมคธ ปริสทกุมารทรงได้ยินเรื่องราวของพระนางสิริมา จึงทรงบังเกิดความเลื่อมใสในพระรูปโฉมและพระปรีชาสามารถของพระนาง จึงทรงมีพระประสงค์จะไปสู่ขอพระนางมาเป็นพระมเหสี

พระเจ้านทีแห่งแคว้นโกศล ทรงทราบข่าวการมาของปริสทกุมาร จึงทรงตั้งพระทัยจะทดสอบพระปรีชาสามารถของปริสทกุมาร โดยการจัดงาน "มหาอภิเษก" ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เหล่ากษัตริย์และเจ้าชายจากอาณาจักรต่างๆ มาประลองฝีมือ ชิงความเป็นหนึ่งเพื่อจะได้อภิเษกสมรสกับพระนางสิริมา

วันแห่งการประลองมาถึง เหล่ากษัตริย์และเจ้าชายทั้งหลายต่างก็ทยอยเดินทางมายังกรุงโกศล บ้างก็มาพร้อมกับกองทัพอันเกรียงไกร บ้างก็มาพร้อมกับข้าราชบริพารผู้ภักดี บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและความตึงเครียด เหล่าประชาชนต่างก็มารอชมการประลองอันยิ่งใหญ่นี้

ปริสทกุมารทรงเดินทางมาถึงกรุงโกศล พร้อมด้วยกองกำลังอันสมเกียรติ แม้จะทรงเป็นเพียงเจ้าชาย แต่พระองค์ก็ทรงมีความมั่นพระทัยในพระปรีชาสามารถของตนเอง เมื่อทอดพระเนตรไปยังพระนางสิริมาที่ประทับยืนสง่าอยู่บนราชบัลลังก์ พระองค์ก็ทรงรู้สึกประทับใจยิ่งนัก

การประลองเริ่มขึ้นด้วยการยิงธนู ปริสทกุมารทรงจับคันธนูขึ้นมา ทอดสายตาไปยังเป้าหมายที่อยู่ไกลแสนไกล พระองค์ทรงระลึกถึงคำสอนของพระบิดา "การยิงธนูที่แท้จริง มิใช่เพียงการเล็งเป้าหมายให้โดน แต่คือการยิงด้วยจิตที่มั่นคง ปราศจากความลังเล" พระองค์ทรงน้อมรำลึกถึงคำสอนนั้น และทรงยิงธนูออกไป

ลูกธนูพุ่งตรงไปยังเป้าหมายอย่างแม่นยำราวกับลูกศรที่ถูกนำทางโดยเทพเจ้า เสียง "แกร๊ก!" ดังขึ้นเมื่อลูกธนูปักเข้ากลางเป้าอย่างสมบูรณ์ เหล่าผู้ชมต่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความชื่นชม

การประลองดำเนินไปเรื่อยๆ ทั้งการต่อสู้ด้วยดาบ การขี่ม้า และการแก้ปัญหาต่างๆ ปริสทกุมารทรงแสดงให้เห็นถึงความสามารถอันโดดเด่นในทุกด้าน ทรงเอาชนะคู่ต่อสู้ทุกรายไปได้อย่างงดงาม

เมื่อถึงรอบสุดท้าย ปริสทกุมารทรงต้องเผชิญหน้ากับ "พระเจ้ามหาวัชร" กษัตริย์ผู้แข็งแกร่งแห่งแคว้นอวันตี ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องพละกำลังมหาศาล การต่อสู้ระหว่างทั้งสองดำเนินไปอย่างดุเดือด ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมแพ้

ในขณะที่การต่อสู้กำลังเข้มข้น พระเจ้ามหาวัชรทรงใช้พละกำลังเข้าประชิด ปริสทกุมารทรงเห็นช่องว่าง จึงทรงใช้ไหวพริบและความคล่องแคล่วหลบหลีก และใช้ดาบฟันเข้าใส่จุดอ่อนของพระเจ้ามหาวัชร ทำให้พระเจ้ามหาวัชรเสียหลักล้มลง

เมื่อปริสทกุมารทรงชนะการประลองทั้งปวง พระเจ้านทีจึงทรงตรัสขึ้นด้วยความยินดีว่า "โอ้! ปริสทกุมารเอ๋ย เจ้าช่างเป็นกษัตริย์ที่สมบูรณ์แบบยิ่งนัก ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และคุณสมบัติ เจ้าสมควรที่จะเป็นพระสวามีแห่งพระนางสิริมาของเรา" จากนั้น พระองค์ก็ทรงพระราชทานพระนางสิริมาให้แก่ปริสทกุมาร

ปริสทกุมารและพระนางสิริมา ทรงอภิเษกสมรสกันอย่างยิ่งใหญ่ และทรงเดินทางกลับไปยังกรุงปาฏลีบุตรแห่งแคว้นมคธ พระราชาและพระนางสิริมหาเทวีทรงปลาบปลื้มพระทัยยิ่งนัก

ปริสทกุมารทรงขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระบิดา ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม ทรงสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับอาณาจักรอย่างมหาศาล พระนางสิริมาทรงเป็นพระมเหสีที่คอยให้คำปรึกษาและสนับสนุนในทุกๆ ด้าน ทั้งสองพระองค์ทรงครองคู่กันอย่างมีความสุขชั่วนิรันดร์

คติธรรม

การประลองยิงธนูไม่ใช่เพียงการวัดฝีมือ แต่คือการทดสอบจิตใจที่มั่นคง ความเด็ดเดี่ยว และความสามารถในการควบคุมตนเองในสถานการณ์ที่กดดัน การที่จะประสบความสำเร็จในสิ่งใดก็ตาม จำเป็นต้องอาศัยทั้งความรู้ ความสามารถ และคุณธรรมควบคู่กันไป

บารมีที่บำเพ็ญ

ในชาตินี้ พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญ ขันติบารมี (ความอดทน) ในการฝึกฝนตนเองให้มีความสามารถรอบด้าน และ วิริยบารมี (ความเพียร) ในการเอาชนะอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ประเสริฐ

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

การประลองยิงธนูไม่ใช่เพียงการวัดฝีมือ แต่คือการทดสอบจิตใจที่มั่นคง ความเด็ดเดี่ยว และความสามารถในการควบคุมตนเองในสถานการณ์ที่กดดัน การที่จะประสบความสำเร็จในสิ่งใดก็ตาม จำเป็นต้องอาศัยทั้งความรู้ ความสามารถ และคุณธรรมควบคู่กันไป

บารมีที่บำเพ็ญ: ในชาตินี้ พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญ ขันติบารมี (ความอดทน) ในการฝึกฝนตนเองให้มีความสามารถรอบด้าน และ วิริยบารมี (ความเพียร) ในการเอาชนะอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ประเสริฐ

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

กุฏสิขชาดก (เรื่องอีกา)
179ทุกนิบาต

กุฏสิขชาดก (เรื่องอีกา)

กุฏสิขชาดก (เรื่องอีกา) ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี ขณะที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตว...

💡 การทำกรรมดีย่อมนำมาซึ่งผลดี การทำกรรมชั่วย่อมนำมาซึ่งผลชั่ว การเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารเป็นไปตามกฎแห่งกรรม แม้ในสถานะที่ต่ำต้อยเพียงใด หากตั้งมั่นในความดีและระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ก็ย่อมสามารถพบหนทางแห่งการพ้นทุกข์ได้

วิเทหชาดก
99เอกนิบาต

วิเทหชาดก

วิเทหชาดก ณ เมืองมิถิลา แคว้นวิเทหะ อันรุ่งเรืองด้วยการค้าและศิลปะ มีกษัตริย์ผู้ทรงทศพิธรา...

💡 การให้ความรู้และปัญญา เป็นการให้ที่ประเสริฐและยั่งยืนที่สุด ยิ่งกว่าการให้ทรัพย์สินสิ่งของ เพราะความรู้นำมาซึ่งการพัฒนาชีวิต และสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ

มหาปะทะมชาดก
10เอกนิบาต

มหาปะทะมชาดก

มหาปะทะมชาดกในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ทรงจุติเป็นพระเจ้าอุทุมพร กษัตริย์ผู้ทรงธรรมแห่งเมืองอุเชนี พระองค...

💡 การเบียดเบียนผู้อื่น ย่อมนำพามาซึ่งความทุกข์ และการสำนึกผิดคือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่

อัมพชาดก
12เอกนิบาต

อัมพชาดก

อัมพชาดกในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระโพธิสัตว์ในตระกูลของช้าง การเกิดครั้งนี้เกิดขึ้นในป่าห...

💡 การตอบแทนบุญคุณด้วยการทำร้าย เป็นการสร้างกรรมที่เลวร้าย

กุมารชาดก
35เอกนิบาต

กุมารชาดก

กุมารชาดกณ ดินแดนชมพูทวีป อันรุ่มรวยด้วยพระพุทธศาสนา ณ เมืองสาวัตถี มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่าโชติปาละ ...

💡 การให้ทานย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ ถึงแม้จะลำบากเพียงใดก็ตาม การเสียสละเพื่อผู้อื่นย่อมได้รับผลบุญอันประเสริฐ

มหาสมุทรชาดก
58เอกนิบาต

มหาสมุทรชาดก

ความโลภที่ไม่สิ้นสุดณ ชายฝั่งทะเลอันกว้างใหญ่ ในดินแดนที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ มีหมู่บ้านชาวประม...

💡 ความโลภที่ไม่มีที่สิ้นสุดย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ การรู้จักพอเพียงคือความสุขที่แท้จริง.

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว