
ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ทรงจุติเป็นพระเจ้าอุทุมพร กษัตริย์ผู้ทรงธรรมแห่งเมืองอุเชนี พระองค์ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม อาณาจักรของพระองค์รุ่งเรืองสมบูรณ์พูนสุข ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขทั่วกัน แต่ทว่า ความสงบสุขนั้นมิได้คงอยู่ตลอดไป ในป่าใหญ่อันห่างไกล มีกลุ่มโจรป่าที่นำโดย พราหมณ์ผู้มีจิตใจคดโกง นามว่า สุธนะ โจรกลุ่มนี้มักจะออกปล้นสะดมตามเส้นทางการค้า สร้างความเดือดร้อนแก่พ่อค้าวาณิชและราษฎรผู้บริสุทธิ์
วันหนึ่ง ขณะที่พระเจ้าอุทุมพรเสด็จประพาสป่า ทรงพบกับกองคาราวานของพ่อค้าที่ถูกโจรปล้นจนสิ้นเนื้อประดาตัว พวกเขามานั่งร้องไห้ฟูมฟายด้วยความสิ้นหวัง
“ข้าแต่พระมหากษัตริย์! โปรดช่วยเหลือพวกข้าด้วยเถิด!” พ่อค้าคนหนึ่งกราบทูลทั้งน้ำตา “โจรป่ากลุ่มหนึ่งได้ปล้นเอาทรัพย์สินของพวกข้าไปจนหมดสิ้น พวกเราจะเอาอะไรไปเลี้ยงครอบครัว?”
พระเจ้าอุทุมพรทรงมีพระทัยสงสารอย่างยิ่ง “พวกเจ้าจงอย่าได้กังวล เราจะนำความยุติธรรมมาสู่ดินแดนของเรา” พระองค์ทรงมีพระบัญชาให้เหล่าทหารออกตามล่ากลุ่มโจรโดยทันที
การตามล่าดำเนินไปหลายวัน ท้ายที่สุด กองทหารของพระองค์ก็สามารถจับกุมตัวสุธนะและสมุนโจรได้เป็นจำนวนมาก เมื่อนำตัวมาถวายพระเจ้าอุทุมพร สุธนะกลับแสดงท่าทีโอหัง
“โอ้ กษัตริย์น้อย! เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถจับกุมข้าได้เช่นนั้นหรือ? โลกนี้เป็นของข้า!” สุธนะตะโกนเสียงดัง
พระเจ้าอุทุมพรทรงแย้มพระสรวล “เจ้ากำลังหลงผิด สุธนะ โลกนี้เป็นของทุกคนที่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข”
“สงบสุข? ฮ่าฮ่าฮ่า! ความสงบสุขมีไว้สำหรับคนอ่อนแอเท่านั้น!” สุธนะหัวเราะเยาะ
“เจ้าคิดผิดแล้ว” พระเจ้าอุทุมพรตรัสอย่างเยือกเย็น “ความสงบสุขที่แท้จริง เกิดจากการเคารพสิทธิของผู้อื่น การเบียดเบียนผู้อื่นนั้น ย่อมนำมาซึ่งความทุกข์”
“ข้าไม่เคยรู้จักความทุกข์! ข้ารู้จักแต่ความสุขจากการได้สิ่งที่ข้าต้องการ!” สุธนะตอบอย่างไม่ยี่หระ
“แต่เจ้าไม่รู้เลยว่า ความสุขที่ได้มาจากการเบียดเบียนผู้อื่นนั้น เป็นเพียงภาพลวงตา มันจะมอดไหม้ไปอย่างรวดเร็ว และจะทิ้งไว้เพียงเถ้าถ่านแห่งความเดือดร้อน” พระเจ้าอุทุมพรทรงให้สัจจวาจา “เราจะพิสูจน์ให้เจ้าเห็น”
พระเจ้าอุทุมพรทรงสั่งให้นำสุธนะไปปล่อยในป่าที่ห่างไกล โดยไม่มีอาวุธหรือเสบียงใดๆ และทรงประกาศว่าจะรอจนกว่าสุธนะจะสำนึกผิดและกลับใจ กลุ่มโจรที่เหลือก็ถูกลงโทษตามสมควร
เวลาผ่านไป สุธนะต้องเผชิญกับความยากลำบากในป่า เขาอดอยาก หวาดกลัว และต้องต่อสู้กับความหิวโหยและสัตว์ร้าย วันคืนที่ผ่านไปทำให้เขาเริ่มคิดถึงชีวิตที่เคยมี และเริ่มเข้าใจในคำพูดของพระเจ้าอุทุมพร ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจเดินเท้ากลับไปยังเมืองอุเชนีด้วยสภาพอิดโรย
เมื่อพระเจ้าอุทุมพรทอดพระเนตรเห็นสุธนะ สุธนะก็ก้มลงกราบแทบพระบาท “ข้าแต่พระมหากษัตริย์! ข้าได้เห็นถึงความผิดพลาดของตนเองแล้ว ข้าขออภัยในความผิดบาปทั้งปวงที่ข้าได้กระทำต่อพระองค์และต่อราษฎร”
พระเจ้าอุทุมพรทรงลุกขึ้น และทรงประคองสุธนะขึ้น “เราให้อภัยเจ้าแล้ว จงกลับใจเสีย และนำพาชีวิตไปสู่หนทางแห่งคุณธรรม”
สุธนะกลับใจเป็นคนดี และได้ถวายตัวรับใช้พระเจ้าอุทุมพร ทำให้บ้านเมืองสงบสุขร่มเย็นอีกครั้ง
— In-Article Ad —
การเบียดเบียนผู้อื่น ย่อมนำพามาซึ่งความทุกข์ และการสำนึกผิดคือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่
บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตาบารมี (ความรักใคร่ ปรารถนาดี)
— Ad Space (728x90) —
499ปกิณณกนิบาตไก่ผู้ไม่โกรธณ หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ที่ซึ่งผู้คนอาศัยอยู่อย่างเรียบง่าย มีเล้าไก่ตั้งอยู่มุมหนึ่ง...
💡 อุเบกขา คือการวางใจเป็นกลาง ไม่ยินดียินร้ายต่อสิ่งใด และไม่โต้ตอบความร้ายด้วยความร้าย
417อัฏฐกนิบาตกุมภชาดกณ แคว้นโกศล มีเมืองอันรุ่งเรืองนามว่าสาวัตถี ในอดีตกาลอันไกลโพ้น พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็น “...
💡 การตอบแทนบุญคุณเป็นสิ่งสำคัญ และความเมตตาสามารถนำมาซึ่งมิตรภาพที่แท้จริง
404สัตตกนิบาตสั งกิสชาดกณ ดินแดนอันเขียวขจี ที่โอบล้อมด้วยภูเขาอันยิ่งใหญ่ ไกลโพ้นออกไปจากความเจริญของมนุษย์ ณ ป่...
💡 ความกล้าหาญและความเสียสละเพื่อผู้อื่น คือคุณธรรมอันประเสริฐ ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเคารพ
403สัตตกนิบาตกุฏุสีหชาดกในอดีตกาลอันไกลโพ้น ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ กษัตริย์พระองค์หนึ่งนามว่า พระเจ้ารุจิระ ทรง...
💡 ความไม่รู้จักพอเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ การมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของผู้อื่นและความพอเพียงนำมาซึ่งความสุขที่ยั่งยืน
402สัตตกนิบาตวิเทหชาดก: ความเมตตาต่อสัตว์ ในอดีตกาลนานโพ้น เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ยังทรงดำรงค์เป็นพระเจ้าวิเทห...
💡 ความเมตตาที่ปราศจากเงื่อนไขสามารถนำมาซึ่งสันติสุขและการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขระหว่างสรรพสิ่ง
392ฉักกนิบาตวิรุฬหกชาดกณ แคว้นกาสี อันเป็นแคว้นที่รุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมและประเพณี มีเมืองหลวงชื่อว่า “พาราณสี” เมื...
💡 การควบคุมอารมณ์โกรธได้ คือการมีชัยชนะเหนือตนเอง และนำมาซึ่งความสงบสุข.
— Multiplex Ad —