
ครั้งเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภเหตุการณ์ในอดีตชาติของพระองค์ จึงทรงมีพุทธดำรัสเล่าทุติยกุมารชาดก ดังต่อไปนี้
ในอดีตกาล เมื่อครั้งพระเจ้าพรหมทัตทรงครองราชสมบัติ ณ กรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นกุมารผู้มีรูปงาม นามว่า "ทุติยกุมาร" ทุติยกุมารทรงเป็นที่รักยิ่งของพระบิดาและพระมารดา สองกุมารนั้นทรงมีพระนามว่า "ปฐมกุมาร" และ "ทุติยกุมาร" ซึ่งหมายถึง กุมารองค์แรก และ กุมารองค์ที่สอง ตามลำดับ
ปฐมกุมารนั้นทรงเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด แต่ขาดซึ่งความอ่อนน้อมถ่อมตน มักจะโอ้อวดตนเอง และไม่เคยยอมรับผิด เมื่อทรงทำผิดก็มักจะโทษผู้อื่นเสมอ ส่วนทุติยกุมารนั้น แม้จะทรงมีปัญญาเฉลียวฉลาดไม่แพ้กัน แต่กลับทรงประกอบด้วยคุณธรรมอันประเสริฐ คือความอ่อนน้อมถ่อมตน การรู้จักผิดชอบชั่วดี และการมีความเมตตากรุณาต่อผู้อื่น
วันหนึ่ง เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความกังวลใจให้กับพระเจ้าพรหมทัตเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเกิดโรคระบาดร้ายแรงขึ้นในแคว้น พสกนิกรล้มตายเป็นจำนวนมาก หมอหลวงไม่สามารถหาวิธีรักษาได้ พระเจ้าพรหมทัตจึงทรงมีรับสั่งให้จัดพิธีบวงสรวงเทพยดา เพื่อขอพรให้โรคระบาดสงบลง
ในระหว่างพิธี ปฐมกุมารผู้ทรงประมาทและไม่เชื่อเรื่องโชคลาง ได้ทรงหยิบเอาเครื่องบูชาอันศักดิ์สิทธิ์ขว้างปาเล่นด้วยความคะนอง ทำให้พิธีต้องหยุดชะงักลง สร้างความไม่พอพระทัยให้กับพระเจ้าพรหมทัตเป็นอย่างมาก
"เจ้าทำอะไรลงไป! เจ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงบ้างเลยหรือ!" พระเจ้าพรหมทัตทรงกริ้ว
ปฐมกุมารไม่ยอมรับผิด กลับกล่าวโทษพวกพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีว่า "ข้าแต่มหาบพิตร หม่อมฉันเห็นพวกพราหมณ์ทำพิธีนั้นเชื่องช้า น่าเบื่อหน่าย จึงทรงหยิบเครื่องบูชามาเล่นแก้เบื่อเท่านั้นเอง พวกพราหมณ์ต่างหากที่กล่าวโทษหม่อมฉันเกินกว่าเหตุ"
ทุติยกุมารทรงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ทรงมีพระทัยสังเวชพระเชษฐาเป็นยิ่งนัก แต่ก็ทรงอดรนทนไม่ไหวต่อความไม่ถูกต้อง จึงทรงกราบทูลพระบิดาด้วยความนอบน้อม
"ข้าแต่มหาบพิตร ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยให้แก่หม่อมฉัน หม่อมฉันเห็นพระเชษฐาทรงกระทำไปโดยมิได้ตั้งใจ และหม่อมฉันเห็นว่าพวกพราหมณ์นั้นมิได้มีเจตนาจะกล่าวโทษพระเชษฐาเกินกว่าเหตุ แต่พวกเขาเพียงแต่ต้องการรักษากฎเกณฑ์และประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น"
พระเจ้าพรหมทัตทรงทอดพระเนตรไปยังกุมารทั้งสอง พระองค์ทรงเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างความหยิ่งผยองของปฐมกุมาร และความอ่อนน้อมถ่อมตนของทุติยกุมาร
ต่อมา โรคระบาดยังคงทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ประชาชนพากันมาอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าพรหมทัต แต่พระองค์ก็ทรงทำอะไรไม่ได้
ในคืนนั้น ทุติยกุมารทรงฝันเห็นเทวดาองค์หนึ่งเสด็จมาบอกว่า "หากประสงค์จะให้โรคระบาดสงบลง เจ้าต้องนำกุมารผู้เป็นที่รักของเจ้า ไปถวายแด่พญานาค ณ บาดาล"
ทุติยกุมารทรงตื่นขึ้นมาด้วยความตกพระทัย แต่ก็ทรงตัดสินพระทัยแน่วแน่ที่จะเสียสละเพื่อประชาชน
รุ่งเช้า ทุติยกุมารทรงเข้าเฝ้าพระบิดาและพระมารดา
"ข้าแต่มหาบพิตร หม่อมฉันมีความประสงค์จะไปบำเพ็ญกุศลอันยิ่งใหญ่ เพื่อขับไล่โรคระบาดให้สงบลง"
พระเจ้าพรหมทัตและพระนางมเหสีทรงตกพระทัย แต่ก็ทรงอนุญาตตามพระประสงค์
ทุติยกุมารทรงขอให้ปฐมกุมารตามเสด็จไปด้วย ปฐมกุมารทรงยินดี เพราะคิดว่าตนจะได้มีโอกาสแสดงอำนาจและความสำคัญ
ทั้งสองกุมารได้เดินทางไปยังแม่น้ำใหญ่ ทุติยกุมารทรงทำพิธีอธิษฐาน และทรงกระโดดลงสู่แม่น้ำ ปฐมกุมารทรงตกพระทัยแต่ก็ทรงกระโดดตามลงไป
เมื่อทั้งสองกุมารลงไปในบาดาล ก็ได้พบกับพญานาคตนหนึ่ง ซึ่งตามคำทำนายในความฝัน
พญานาคกล่าวกับทุติยกุมารว่า "เจ้ามาถวายตัวเพื่อแลกกับชีวิตของประชาชนใช่หรือไม่"
ทุติยกุมารทรงตอบด้วยความสงบ
"ข้าแต่พญานาคผู้ทรงฤทธิ์ หม่อมฉันมาเพื่อขอให้พระองค์ทรงประทานทางแก้ไขโรคระบาดนี้แก่ชาวเมืองพาราณสี หากหม่อมฉันต้องเสียสละสิ่งใดไปเพื่อแลกกับชีวิตของพวกเขา หม่อมฉันก็ยินดี"
พญานาคพิจารณาถึงความกล้าหาญและความเสียสละของทุติยกุมาร ทรงประทับใจเป็นอย่างยิ่ง
ในขณะเดียวกัน ปฐมกุมารทรงเห็นโอกาสที่จะทำให้ตนเองดูดี จึงทรงกล่าวกับพญานาคด้วยความเย่อหยิ่ง
"ท่านพญานาค ข้าพเจ้าคือปฐมกุมาร โอรสแห่งพระเจ้าพรหมทัต หากท่านปล่อยข้าพเจ้ากลับไป ข้าพเจ้าจะมอบทรัพย์สมบัติและสิ่งมีค่ามากมายให้แก่ท่าน"
พญานาคทรงพิโรธในความเห็นแก่ตัวและไร้จิตสำนึกของปฐมกุมาร ทรงกล่าวว่า
"เจ้าช่างเป็นกุมารที่ไร้ค่าเสียจริง เจ้าไม่รู้จักความเสียสละและไม่คิดถึงผู้อื่น เจ้าสมควรถูกลงโทษ!"
พญานาคจึงทรงให้บริวารจับปฐมกุมารไปกักขังไว้
ส่วนทุติยกุมารนั้น พญานาคทรงมีเมตตา ทรงมอบยาพิษที่สามารถรักษาโรคระบาดได้ พร้อมทั้งทรงตรัสบอกวิธีปรุงยา
"ยาพิษนี้เมื่อนำไปปรุงตามที่บอก จะสามารถรักษาโรคระบาดให้หายขาดได้ จงรีบนำไปเถิด"
ทุติยกุมารทรงรับยาพิษมาด้วยความยินดี และทรงลากลับขึ้นสู่เมือง
เมื่อกลับถึงเมือง ทุติยกุมารได้ทรงนำยาพิษไปปรุงตามที่พญานาคบอก และนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชน ทำให้โรคระบาดสงบลงในที่สุด
พระเจ้าพรหมทัตทรงดีพระทัยเป็นอย่างยิ่งที่โรคระบาดหายไป แต่ก็ทรงเป็นห่วงปฐมกุมาร จึงทรงสอบถาม ทุติยกุมารจึงทรงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พระบิดาฟัง
พระเจ้าพรหมทัตทรงเสียพระทัยที่ปฐมกุมารทรงประพฤติตนไม่ดี แต่ก็ทรงยกย่องชมเชยในความกล้าหาญและความเสียสละของทุติยกุมาร
ต่อมา พระเจ้าพรหมทัตทรงมีรับสั่งให้ทหารไปช่วยปฐมกุมารกลับมา ซึ่งพญานาคก็ทรงปล่อยตัวปฐมกุมารตามคำขอ
เมื่อปฐมกุมารกลับมา ทรงสำนึกผิดในสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไป ทรงกราบขอโทษพระบิดา พระมารดา และทุติยกุมาร
ตั้งแต่นั้นมา ปฐมกุมารก็ทรงเปลี่ยนแปลงพระองค์เอง ทรงเจริญด้วยคุณธรรมความดี และทรงเคารพรักทุติยกุมารเป็นอย่างมาก
ทุติยกุมารทรงเจริญวัยขึ้นเป็นพระราชาผู้ทรงธรรม ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยความยุติธรรมและเมตตา
ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเสียสละ และความเมตตากรุณา ย่อมนำมาซึ่งความเจริญและความสงบสุข
บารมีคือความเสียสละเพื่อผู้อื่น
— In-Article Ad —
ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเสียสละ และความเมตตากรุณา ย่อมนำมาซึ่งความเจริญและความสงบสุข
บารมีที่บำเพ็ญ: บารมีคือความเสียสละเพื่อผู้อื่น
— Ad Space (728x90) —
74เอกนิบาตอสิสชาดก ณ แคว้นโกศลอันรุ่งเรือง นครสาวัตถี อันเป็นที่ประทับของพระเจ้าปเสนทิโกศล จอมกษัตริย์ผู้ทรงธ...
💡 การบูชายัญที่แท้จริงไม่ใช่การเบียดเบียนชีวิตผู้อื่น แต่คือการบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ การให้ทาน การรักษาศีล และการเจริญเมตตาธรรม
443ทสกนิบาตสุมังคลชาดกในอดีตกาล ณ เมืองราชคฤห์ อันเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นมคธ มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อว่า สุมังคะ เข...
💡 การเปิดใจรับฟัง การใช้ปัญญาพิจารณาไตร่ตรอง และการยอมรับในสัจธรรม คือหนทางสู่ความรู้แจ้งและพ้นทุกข์
149เอกนิบาตสิวกิชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นกาสี มีพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นสิวกิราชาธิราช พระองค์ทรง...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การที่เราจะได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ หรือความสุขที่แท้จริงนั้น บางครั้งเราอาจจะต้องลองก้าวออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง ลองไปสัมผัสชีวิตในมุมที่แตกต่าง เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงความทุกข์สุขของผู้อื่น และเกิดความเห็นอกเห็นใจ อันจะนำไปสู่การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ซึ่งการช่วยเหลือผู้อื่นนั้น คือความสุขที่ยั่งยืนและประเสริฐที่สุด
40เอกนิบาตสกุณชาดก ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นนกแขกเต้า มีขนสีเขียวสดใสราวกับใบ...
💡 ความเมตตากรุณาเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง แม้ต่อผู้ที่เคยทำร้ายเรา การให้อภัยและการช่วยเหลือผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งสิ่งดีงาม
231ทุกนิบาตกุรุงคัมพชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าอันเขียวชอุ่ม สุดไพศาล ซึ่งมีต้นกุรุงคัมพะ (ต้นไม้ชนิดหนึ่ง...
💡 ความสุขที่เกิดจากการเบียดเบียนผู้อื่นนั้นไม่ยั่งยืน การใช้สติปัญญาและความเมตตาในการดำรงชีวิต ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน
65เอกนิบาตมหาวานรชาดก ณ กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงจุติเป็นพระเวสสันดร สัมมาสัมพุทธเจ้าข...
💡 มหาวานรชาดกสอนให้เราเห็นถึงคุณธรรมอันสูงส่งของการเสียสละและความเมตตา การมีจิตใจที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่น แม้จะต้องแลกมาด้วยชีวิตของตนเอง เป็นการกระทำที่ประเสริฐยิ่ง. การเสียสละเพื่อส่วนรวม หรือเพื่อผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยากนั้น เป็นการกระทำที่ควรแก่การยกย่องและจดจำ.
— Multiplex Ad —