
ณ แคว้นกาสีอันร่มรื่น มีพระราชาผู้ทรงธรรม นามว่า พระเจ้ากาสิกราช พระองค์ทรงเป็นที่รักของอาณาประชาราษฎร์ ทรงปกครองด้วยทศพิธราชธรรม และทรงมีพระมเหสีผู้เลอโฉม นามว่า พระนางจันทรา
วันหนึ่ง พระนางจันทราทรงพระครรภ์ และได้ประสูติพระโอรสที่มีพระสิริโฉมงดงามยิ่งนัก พระราชาทรงปลาบปลื้มยินดีเป็นล้นพ้น ตั้งพระนามว่า “มหาสัตตปัตตะกุมาร”
มหาสัตตปัตตะกุมาร เจริญวัยขึ้นมาด้วยความเฉลียวฉลาด มีปรีชาสามารถเหนือใคร ทรงเรียนรู้ศิลปวิทยาการต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และทรงมีพระหทัยเปี่ยมด้วยความเมตตา
แต่ทว่า โชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อพระราชาทรงประชวรหนัก และใกล้จะสิ้นพระชนม์
ก่อนที่จะเสด็จสวรรคต พระราชาทรงมีพระราชดำรัสเรียกมหาสัตตปัตตะกุมารมาเข้าเฝ้า “ลูกรัก บิดาเห็นว่าเจ้าเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เพียบพร้อมแล้ว บิดาจะมอบราชสมบัติให้แก่เจ้า จงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม ดังที่บิดาได้เคยทำมา”
มหาสัตตปัตตะกุมาร ทรงน้อมรับพระราชดำรัสของพระบิดาด้วยความเคารพรัก
หลังจากพระราชาเสด็จสวรรคตแล้ว มหาสัตตปัตตะกุมาร ก็ได้ขึ้นครองราชย์ ทรงมีพระนามว่า พระเจ้ามหาสัตตปัตตะ
วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์ทรงสำราญพระอิริยบถอยู่ในพระราชอุทยาน ก็ทรงทอดพระเนตรเห็นกุมารหนุ่มนางสาวกลุ่มหนึ่ง กำลังเล่นสนุกสนานกันอย่างเพลิดเพลิน
ขณะที่ทรงทอดพระเนตรอยู่นั้น ก็มีกุมารหนุ่มผู้หนึ่ง เกิดพลั้งมือตีเพื่อนสาวคนหนึ่งอย่างแรง จนเพื่อนสาวร้องไห้เสียใจ
พระเจ้ามหาสัตตปัตตะ ทรงเห็นเหตุการณ์นั้น ก็ทรงตรึกตรองถึงผลของการใช้กำลัง และการกระทำอันรุนแรง
พระองค์ทรงระลึกถึงเรื่องราวในอดีตชาติของพระโพธิสัตว์ พระองค์ทรงเคยเป็น “ชฎิลฤๅษี” ผู้บำเพ็ญพรตอยู่ในป่า
วันหนึ่ง ขณะที่พระโพธิสัตว์กำลังบำเพ็ญเพียรอยู่นั้น ก็มีพรานป่าผู้หนึ่ง ล่าสัตว์มาจนเหน็ดเหนื่อย และได้เข้ามาพักผ่อนใต้ต้นไม้ที่พระโพธิสัตว์อาศัยอยู่
พรานป่าผู้นั้น ได้นำเนื้อที่ล่ามาได้ มาปิ้งย่าง และได้เชิญชวนให้พระโพธิสัตว์ร่วมรับประทานด้วย
พระโพธิสัตว์ ทรงปฏิเสธ “อาตมาเป็นผู้ถือศีล ไม่บริโภคเนื้อสัตว์”
แต่พรานป่าก็ยังคะยั้นคะยอ “ท่านฤๅษี เนื้อนี้สดใหม่ อร่อยยิ่งนัก หากท่านไม่ลอง จะเสียดายภายหลัง”
พระโพธิสัตว์ทรงพิจารณาแล้ว เห็นว่าการปฏิเสธอย่างแข็งกร้าว อาจทำให้พรานป่าเสียใจ จึงทรงรับคำ
“ถ้าเช่นนั้น ก็ขอเพียงเล็กน้อยก็แล้วกัน” พระโพธิสัตว์กล่าว
เมื่อพรานป่าได้ยินดังนั้น ก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง และได้แบ่งเนื้อให้พระโพธิสัตว์
แต่ทว่า ในขณะที่พระโพธิสัตว์กำลังจะรับประทานเนื้ออยู่นั้นเอง ก็มี “นกสาริกา” ตัวหนึ่ง บินมาเกาะที่กิ่งไม้ใกล้ๆ และส่งเสียงร้องเตือน
“ท่านฤๅษี! ท่านกำลังจะทำผิดศีล! เนื้อนั้นมาจากสัตว์ที่ถูกฆ่าอย่างทารุณ! หากท่านรับประทานเข้าไป ท่านจะบาปหนา!”
พระโพธิสัตว์ เมื่อได้ยินเสียงนกสาริกาเตือน ก็ทรงสะดุ้งตกใจ และทรงตระหนักถึงความผิดของพระองค์
พระองค์ทรงละทิ้งเนื้อนั้นทันที และทรงกราบขอบคุณนกสาริกา ที่ได้ช่วยเตือนสติ
“ขอบคุณมาก เจ้านกน้อย” พระโพธิสัตว์กล่าว “เจ้าได้ช่วยให้ข้าพ้นจากบาปหนา”
นกสาริกาตอบว่า “หน้าที่ของข้าคือการเตือนผู้ที่กำลังจะทำผิด”
เมื่อกลับมายังปัจจุบัน พระเจ้ามหาสัตตปัตตะ ก็ทรงนำเรื่องราวในอดีตชาตินี้มาสอนเหล่ากุมาร และนางสาวที่กำลังเล่นอยู่
“ดูก่อนลูกหลานทั้งหลาย” พระเจ้ามหาสัตตปัตตะ ตรัส “การใช้กำลังและการกระทำอันรุนแรง ย่อมนำมาซึ่งความเจ็บปวดและความเสียใจ ดังเช่นที่พวกเจ้าได้เห็น และดังเช่นที่ข้าพเจ้าเคยเกือบจะทำผิดในอดีตชาติ”
“สิ่งสำคัญที่สุด คือการมีสติ การใช้ปัญญา และการมีเมตตาธรรมในการอยู่ร่วมกัน”
“ดังเช่น นกสาริกาในเรื่องของข้าพเจ้า มันไม่ได้มีอำนาจใดๆ แต่ด้วยความกล้าหาญ และความปรารถนาดี มันสามารถเตือนสติผู้ที่กำลังจะทำผิด และนำพาไปสู่สิ่งที่ดีงามได้”
“พวกเจ้าจงจำไว้ว่า การใช้คำพูดที่สุภาพ การให้อภัยซึ่งกันและกัน และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน จะนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง”
เหล่ากุมารและนางสาว เมื่อได้ฟังเรื่องราวและคำสอนของพระเจ้ามหาสัตตปัตตะ ก็ต่างสำนึกผิด และสัญญาว่าจะปฏิบัติตาม
นับแต่นั้นมา พระเจ้ามหาสัตตปัตตะ ก็ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม ทรงเน้นย้ำเรื่องการใช้สติ ปัญญา และเมตตาธรรมในการดำเนินชีวิต
พระองค์ทรงเป็นที่รักและเคารพของประชาชน และทรงนำพาอาณาจักรให้เจริญรุ่งเรืองตลอดไป
— In-Article Ad —
การใช้สติปัญญา เมตตาธรรม และความกล้าหาญในการตักเตือนผู้อื่น นำมาซึ่งความดีงามและความสงบสุข.
บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตาบารมี, สติบารมี
— Ad Space (728x90) —
254ติกนิบาตสุริยโชตรชาดก (ครั้งที่ 2) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นกาสี มีพระราชาผู้ทรงธรรมปกครองเมืองพาราณสี...
💡 การบำเพ็ญเพียรทางจิต มิใช่การหนีโลก แต่เป็นการแสวงหาความสุขที่แท้จริง และการช่วยเหลือผู้อื่นนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการบำเพ็ญบารมี
104เอกนิบาตสิริชาดก ในกาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว สมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมีเป็นพระยาช้าง เป็นสัตว์ใหญ่ ผู้...
💡 ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่ยกระดับจิตใจ และนำมาซึ่งความสงบสุขแก่ตนเองและผู้อื่น การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน คือการสร้างบุญบารมีอันยิ่งใหญ่
249ทุกนิบาตมหานารทชาดกในยุคโบราณกาล เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญเพียรเพื่อตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ทรงอุบัต...
💡 การมีเมตตาต่อสรรพสัตว์ ย่อมได้รับผลตอบแทนที่ดีงาม และการไม่เบียดเบียนผู้อื่นคือหนทางแห่งความสงบสุข
267ติกนิบาตสุมังคลชาดกในอดีตกาลอันไกลโพ้น ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็น 'สุมังคล' พราหมณ์...
💡 การทำบุญที่แท้จริง คือการบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วยจิตอันบริสุทธิ์และปัญญา ไม่ใช่เพียงการประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อ.
146เอกนิบาตอังคารชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า โสณกะ เขาเป็นผู้มีทรัพย์สินเงินท...
💡 กรรมใดใครทำ กรรมนั้นย่อมส่งผลเสมอ แม้แต่ผลไม้ที่เคยให้คุณ ก็สามารถให้โทษได้หากถูกปรุงแต่งด้วยเจตนาร้าย
253ติกนิบาตมหาสุบินชาดก ในสมัยพุทธกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น “พระเจ้าวิเทหราช” ผู้ทรงเป็นกษัตริย์แห่งแค...
💡 เหตุการณ์ต่างๆ มีที่มาที่ไปจากกรรม การประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
— Multiplex Ad —