
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรและผู้คนมากมี พระราชาผู้ทรงธรรมนามว่า สุมังคละ ทรงครองราชย์ด้วยทศพิธราชธรรม ทรงเป็นที่รักใคร่ของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า แต่ทว่าแม้พระองค์จะทรงมีพระสติปัญญาเฉลียวฉลาดเพียงใด ก็ยังมีจุดบอดที่ยากจะแก้ไข นั่นคือความโกรธเคืองที่ไม่สามารถควบคุมได้ เมื่อใดที่ทรงกริ้ว สิ่งอันตรายก็จะเกิดขึ้นเสมอ.
วันหนึ่ง ขณะที่พระราชาสุมังคละทรงสำราญพระอิริยบถอยู่ในพระราชอุทยานอันร่มรื่น ก็ทรงทอดพระเนตรเห็นดอกบัวหลวงอันงดงามกำลังแย้มกลีบบานสะพรั่งอยู่ริมสระหลวง ด้วยความเพลิดเพลิน พระองค์จึงทรงมีพระประสงค์จะเด็ดดอกบัวนั้นมาประดับพระเกศา แต่แล้วก็มีราชบุรุษผู้หนึ่งกราบบังคมทูลด้วยความหวังดีว่า “ข้าแต่สมเด็จพระพุทธเจ้าข้า ดอกบัวหลวงนี้มีพิษร้ายแรง หากนำมาประดับพระเกศา อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้พ่ะย่ะค่ะ”
คำทูลนั้นกลับไปจุดชนวนความโกรธในพระหทัยของพระราชาทันที “เจ้ากล้าดียังไงมากล่าวตักเตือนเราต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้! เราเป็นถึงพระราชา จะเด็ดดอกบัวสักดอกเดียว ทำไมต้องมาห้ามปราม! เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร!” พระสุรเสียงกึกก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ จนเหล่านางสนมกำนัลและข้าราชบริพารทั้งหลายต่างตกอยู่ในความหวาดกลัว
พระราชาทรงกริ้วจัดถึงกับมีพระบัญชาให้จับราชบุรุษผู้นั้นไปลงโทษทันที แต่ก่อนที่ราชบุรุษผู้นั้นจะถูกนำตัวไป ก็มีพราหมณ์ผู้เฒ่าผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของพระราชา ได้ก้าวออกมาขัดขวาง “ข้าแต่สมเด็จพระพุทธเจ้าข้า โปรดชะลอพระราชอาชญาก่อนพ่ะย่ะค่ะ”
พราหมณ์ผู้เฒ่าค่อยๆ น้อมกายลงกราบทูลด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความจริงจัง “ข้าแต่พระองค์ ผู้ที่กราบบังคมทูลพระองค์เมื่อครู่นี้ เขาไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ หรือขัดขวางพระราชประสงค์ของพระองค์เลยแม้แต่น้อย แต่เขาเพียงแต่หวังดี ต้องการปกป้องพระองค์จากภยันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่างหากเล่า”
“ปกป้องเรา? จากดอกบัวดอกเดียวเนี่ยนะ?” พระราชาทรงซักถามด้วยความไม่พอพระทัย “เจ้ากำลังจะบอกว่า เราโง่เขลาเกินกว่าจะแยกแยะได้งั้นรึ?”
“มิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ” พราหมณ์เฒ่าตอบอย่างเยือกเย็น “แต่พระองค์ทรงทราบหรือไม่ว่า สิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าพิษของดอกบัวหลวงนั้น คือพิษแห่งโทสะที่กำลังแผดเผาอยู่ในพระทัยของพระองค์ขณะนี้”
“โทสะ?” พระราชาทรงนิ่งอึ้งไป ชั่วขณะหนึ่งทรงทอดพระเนตรไปยังพราหมณ์ผู้เฒ่า แล้วจึงทรงมองไปยังดอกบัวหลวงดอกนั้นอีกครั้ง ความโกรธที่เคยพลุ่งพล่านเริ่มสงบลง พระองค์เริ่มตรึกตรองคำพูดของอาจารย์
“ดอกบัวนั้น แม้จะมีพิษ แต่พิษนั้นก็จำกัดอยู่แค่ที่ดอกและก้าน หากเราเด็ดมา ก็มีโอกาสที่จะสัมผัสพิษนั้น แต่โทสะนี้เล่า มันแผ่กระจายไปทั่วทุกอณูแห่งจิตใจ หากเราปล่อยให้มันครอบงำ เราจะทำสิ่งใดผิดพลาดไปได้บ้าง? เราจะทำร้ายผู้บริสุทธิ์? เราจะตัดสินใจเรื่องสำคัญผิดพลาด? เราจะทำให้เหล่าอาณาประชาราษฎร์เดือดร้อน?”
พราหมณ์ผู้เฒ่ากล่าวต่อไป “แท้จริงแล้ว ความโกรธเปรียบเสมือนไฟที่เผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเรา แม้แต่ตัวเราเองก็ไม่อาจรอดพ้นจากเปลวเพลิงนั้น เมื่อไฟโทสะลุกโชนขึ้น เราจะมองไม่เห็นความจริง เราจะทำร้ายคนที่รักเรา เราจะทำลายสิ่งดีงามที่เราสร้างมา”
“ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอดีตชาติ พระองค์เคยเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ นามว่า มหาสุมังคะ เป็นพราหมณ์ผู้ทรงปัญญาและมีคุณธรรม วันหนึ่ง พระองค์ได้เดินทางไปยังเมืองแห่งหนึ่ง และได้พบกับกษัตริย์ผู้หนึ่งซึ่งมีนิสัยดุร้ายและมักจะลงโทษข้าราชบริพารอย่างรุนแรง เพียงเพราะความผิดเล็กๆ น้อยๆ”
“พระโพธิสัตว์มหาสุมังคะ ทรงเห็นว่า หากปล่อยไว้นาน กษัตริย์องค์นี้จะนำพาความเดือดร้อนมาสู่แว่นแคว้น จึงทรงหาโอกาสเข้าไปถวายโอวาท พระองค์ทรงเปรียบเปรยถึงโทษของความโกรธ ดังที่ข้าพระพุทธเจ้ากำลังกราบทูลพระองค์ในวันนี้”
“พระโพธิสัตว์ตรัสว่า ‘ดูก่อนมหาบพิตร โทสะนั้นเป็นเหมือนไฟที่เผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้ เป็นเหมือนงูพิษที่กัดกินจิตใจให้มัวหมอง เป็นเหมือนน้ำกรดที่กัดกร่อนคุณงามความดี เปรียบดังไฟที่ไร้ควัน แต่เผาผลาญทุกสิ่งให้วอดวาย’ “
“เมื่อพระโพธิสัตว์กล่าวเช่นนั้นแล้ว กษัตริย์องค์นั้นก็ทรงเริ่มตรึกตรอง และทรงเห็นถึงโทษอันร้ายกาจของความโกรธ พระองค์ทรงสำนึกผิด และทรงสัญญาว่าจะระงับโทสะให้ได้”
“แต่ทว่า แม้จะทรงตั้งใจมั่นเพียงใด กษัตริย์องค์นั้นก็ยังยากที่จะควบคุมความโกรธได้ในทันที วันหนึ่ง พระองค์ทรงกริ้วข้าราชบริพารจนเกินกว่าจะระงับได้ พระองค์ทรงใช้พระแสงดาบฟันลงไปที่ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ ด้วยความโกรธ”
“ทันใดนั้นเอง สิ่งอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น! ด้วยพุทธานุภาพแห่งพระโพธิสัตว์มหาสุมังคะ ที่ทรงเคยสั่งสมบุญบารมีมาอย่างยิ่งยวด ต้นไม้นั้นกลับกลายเป็นทองคำ! และเมื่อพระองค์ทรงเห็นดังนั้น ก็ทรงตกพระทัยอย่างยิ่ง ทรงตระหนักว่าแม้แต่ต้นไม้ที่แข็งแกร่งยังกลายเป็นทองคำได้ด้วยฤทธิ์อันเกิดจากความโกรธของพระองค์ แล้วชีวิตของมนุษย์เล่า จะเหลืออะไร?”
“ด้วยเหตุการณ์ครั้งนั้นเอง ทำให้กษัตริย์องค์นั้นได้สติ ทรงเลิกการลงโทษผู้อื่นอย่างรุนแรง และทรงพยายามที่จะควบคุมความโกรธของพระองค์เอง จนกระทั่งทรงกลายเป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรมในที่สุด”
เมื่อพราหมณ์ผู้เฒ่ากล่าวจบ พระราชาสุมังคละก็ทรงตระหนักถึงโทษภัยของความโกรธอย่างแท้จริง พระองค์ทรงรู้สึกละอายพระทัยต่อพฤติกรรมของพระองค์เอง ทรงรีบปลดปล่อยราชบุรุษผู้นั้นทันที และทรงขออภัยต่อเขา
นับแต่นั้นมา พระราชาสุมังคละก็ทรงตั้งมั่นที่จะระงับความโกรธอย่างเด็ดขาด ทรงหมั่นพิจารณาโทษของโทสะ และทรงระลึกถึงเรื่องราวในอดีตชาติของพระโพธิสัตว์มหาสุมังคะอยู่เสมอ ทำให้พระองค์สามารถครองราชย์ด้วยความสงบสุข เป็นที่รักของอาณาประชาราษฎร์ และทรงเป็นพระราชาผู้ทรงธรรมอย่างแท้จริงตลอดไป
— In-Article Ad —
ความโกรธเปรียบเสมือนไฟที่เผาผลาญทุกสิ่ง แม้แต่ตัวผู้โกรธเอง การควบคุมอารมณ์โทสะเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการดำรงชีวิตและการปกครอง
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
391ฉักกนิบาตกุสโลปมชาดกณ แคว้นโกศล อันเป็นแคว้นที่มีความเจริญรุ่งเรืองและเป็นที่ตั้งของเมืองสาวัตถี อันเป็นเมือง...
💡 การเลือกเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยความเพียรพยายาม ย่อมนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการยอมแพ้.
143เอกนิบาตสุมังคลชาดกณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง พระราชาทรงพระนามว่า พระเจ้าปิงคละ ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชา...
💡 ความจริงย่อมชนะความเท็จ ผู้ที่คิดร้ายต่อผู้อื่น ย่อมได้รับผลกรรมนั้น.
77เอกนิบาตกุมภทาสชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง กษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรมปกครองแผ่น...
💡 ความตายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้สำหรับทุกชีวิต แต่การดำรงชีวิตอยู่ด้วยคุณธรรม การทำความดี การเสียสละเพื่อผู้อื่น คือสิ่งที่สามารถสร้างความสุขและความหมายที่แท้จริงให้กับชีวิตได้ ผลบุญจากการทำความดี ย่อมส่งผลให้จิตใจสงบ และนำไปสู่สุคติในภพหน้า
153ทุกนิบาตสิริวิชยชาดกณ เมืองพาราณสี มีเศรษฐีผู้หนึ่งร่ำรวยมหาศาล มีทรัพย์สินเงินทองมากมายจนนับไม่ถ้วน แต่ถึงแ...
💡 ความร่ำรวยที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ปริมาณทรัพย์สิน แต่อยู่ที่จิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การช่วยเหลือผู้อื่นคือการสร้างบุญกุศลที่ยั่งยืน
66เอกนิบาตอชคมหาชาดก นานมาแล้ว ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่ ในอดีตกาลอันยาวนาน พระโพธิสัตว์ได...
💡 การใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และการช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเสียสละ แม้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยง.
381ฉักกนิบาตอัคคิทสชาดก (ครั้งที่ 2) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ เมืองพาราณสีอันรุ่งเรือง มีพระราชาพระองค์หนึ่งทรง...
💡 ความรักของพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่และเสียสละได้ทุกสิ่งเพื่อลูก แม้จะต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อหรือความเจ็บปวด
— Multiplex Ad —