
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ เมืองพาราณสีอันรุ่งเรือง มีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า สุวรรณภูมิ ทรงเป็นกษัตริย์ผู้เปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยความเมตตากรุณา สันติสุขบังเกิดทั่วแว่นแคว้น ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบารมี
แต่แล้ว วันหนึ่ง ความวิปโยคก็คืบคลานเข้ามาสู่ราชสำนัก พระราชโอรสองค์เดียวของพระองค์ คือ เจ้าชายกัสสปะ ทรงประชวรหนัก ล้มหมอนนอนเสื่อ อาการทรงทรุดลงทุกวัน หมอหลวงทั่วราชอาณาจักรต่างก็สิ้นปัญญา ไม่สามารถเยียวยาอาการประชวรของเจ้าชายได้ พระราชาสุวรรณภูมิทรงโศกเศร้าเสียพระทัยเป็นที่สุด แทบจะประชวรตามพระโอรสไปเสียเอง
ในขณะที่ความหวังเริ่มเลือนราง ก็มีข้าราชบริพารผู้หนึ่ง นำข่าวอันน่าอัศจรรย์มาทูลพระราชา ว่ามีฤาษีตนหนึ่ง บำเพ็ญเพียรอยู่บนยอดเขาหิมพานต์ ฤาษีตนนี้มีนามว่า ปุสสดีปะ เป็นผู้มีฤทธิ์เดชมาก สามารถรู้แจ้งสรรพสิ่ง และมีสมุนไพรวิเศษที่สามารถรักษาโรคร้ายแรงได้ทุกขนาน
พระราชาสุวรรณภูมิทรงได้ยินดังนั้น ก็ทรงมีกำลังใจขึ้นมาทันที แม้จะรู้ว่าการเดินทางไปยังเขาหิมพานต์นั้นแสนจะทุรกันดารและอันตรายเพียงใด แต่เพื่อพระโอรสผู้เป็นที่รัก พระองค์ก็พร้อมที่จะเสี่ยงทุกสิ่ง
“เราจะเสด็จไปขอสมุนไพรจากฤาษีปุสสดีปะด้วยพระองค์เอง” พระราชาตรัสด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว แม้จะแฝงไว้ด้วยความกังวล
บรรดาข้าราชบริพารต่างก็พยายามทัดทาน “ฝ่าบาท เขาหิมพานต์นั้นห่างไกลนัก และเต็มไปด้วยภยันตราย สัตว์ป่าดุร้าย ทั้งภูตผีปีศาจ เกรงว่าฝ่าบาทจะไม่ปลอดภัย”
แต่พระราชาสุวรรณภูมิทรงยืนกราน “ความรักที่มีต่อพระโอรส ย่อมยิ่งใหญ่กว่าความกลัวใดๆ เราต้องลองเสี่ยงดู”
เมื่อไม่มีทางอื่น พระราชาจึงทรงจัดเตรียมเสบียง อาภรณ์ และม้าคู่พระทัย พร้อมด้วยข้าราชบริพารผู้กล้าหาญจำนวนหนึ่ง ออกเดินทางสู่เขาหิมพานต์
การเดินทางเต็มไปด้วยอุปสรรคหลายประการ พวกเขาต้องเผชิญกับพายุฝนฟ้าคะนองที่โหมกระหน่ำ ท้องฟ้ามืดครึ้มราวกับจะถล่มลงมา ต้องลุยข้ามลำธารเชี่ยวกรากที่เต็มไปด้วยหินแหลมคม และต้องหลีกเลี่ยงสัตว์ป่าที่ดุร้าย ซึ่งบางครั้งก็ถึงกับต้องใช้กำลังเข้าต่อสู้
วันเวลาผ่านไปหลายเดือน ร่างกายของพระราชาและคณะก็เริ่มอ่อนล้า เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง แต่พระทัยของพระองค์ยังคงแน่วแน่ มุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงจุดหมาย
ในที่สุด หลังจากผ่านพ้นภยันตรายนานัปการ พวกเขาก็มาถึงเชิงเขาหิมพานต์ ยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนเสียดฟ้าดูน่าเกรงขาม อากาศหนาวเย็นยะเยือกจนแทบจะแข็ง
“เราจะต้องขึ้นไปบนยอดเขาแห่งนี้ให้ได้” พระราชาตรัสขณะมองขึ้นไปยังยอดเขา
การปีนป่ายขึ้นเขาหิมพานต์นั้นยากลำบากยิ่งกว่าสิ่งใดๆ พวกเขาต้องใช้ความระมัดระวังอย่างที่สุด การก้าวแต่ละก้าวเต็มไปด้วยความเสี่ยงที่จะพลัดตก
หลังจากปีนป่ายขึ้นมาเป็นเวลานาน จนเกือบจะหมดแรง พวกเขาก็ได้พบกับถ้ำแห่งหนึ่ง ภายในถ้ำนั้นสว่างไสวด้วยแสงอันอบอุ่น และพบกับฤาษีปุสสดีปะ กำลังนั่งบำเพ็ญเพียรอยู่ ฤาษีมีผิวพรรณผ่องใส ดวงตาเปี่ยมด้วยเมตตา
พระราชาสุวรรณภูมิทรงก้มลงกราบแทบเท้าของฤาษี “ข้าแต่ท่านฤาษีผู้ทรงศีล ข้าพระองค์คือสุวรรณภูมิ กษัตริย์แห่งเมืองพาราณสี มาด้วยความทุกข์ระทม ขอท่านโปรดเมตตา”
ฤาษีปุสสดีปะลืมตาขึ้น มองพระราชาด้วยสายตาอันอ่อนโยน “ข้าเห็นแล้วว่าเจ้ามีทุกข์ใจ ข้าทราบถึงเหตุแห่งทุกข์ของเจ้าแล้ว”
พระราชาทรงเล่าเรื่องราวอาการประชวรของเจ้าชายกัสสปะอย่างละเอียด น้ำพระเนตรคลอ “ข้าพระองค์สิ้นหวังทุกอย่างแล้ว ขอท่านฤาษีโปรดเมตตา ชี้ทางให้ข้าพระองค์ได้สมุนไพรวิเศษนั้นด้วยเถิด”
ฤาษีปุสสดีปะพยักหน้า “สมุนไพรที่เจ้าตามหานั้นมีอยู่จริง แต่การจะได้มานั้นไม่ง่ายเลย มันขึ้นอยู่กับคุณธรรมของเจ้า”
“ข้าพระองค์พร้อมจะทำทุกอย่าง เพื่อพระโอรส ขอท่านฤาษีโปรดบอกมาเถิด” พระราชาตรัสอย่างแน่วแน่
ฤาษีปุสสดีปะยิ้ม “เจ้าต้องแสดงความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ให้ประจักษ์แก่โลกหล้า ว่าความรักของพ่อที่มีต่อลูกนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด”
“ข้าพระองค์จะทำอย่างไรเล่า” พระราชาทูลถาม
“ทางเดียวที่จะได้สมุนไพรนั้นมา คือ เจ้าต้องนำเลือดในกายของเจ้า มอบให้แก่ปุพพะกปลา ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในสระน้ำใสกลางป่าใหญ่แห่งนี้ ปลาตนนั้นเป็นปลาที่เก่าแก่ที่สุดในสระ เมื่อมันกินเลือดของเจ้าเข้าไป เลือดนั้นจะเปลี่ยนเป็นน้ำทิพย์หล่อเลี้ยงปุพพะกปลา และเมื่อปุพพะกปลาปล่อยน้ำครำออกจากร่างกาย น้ำครำนั้นจะกลายเป็นสมุนไพรวิเศษที่สามารถรักษาอาการป่วยของเจ้าชายได้”
พระราชาทรงตกใจ แต่ก็มิได้ลังเล “ข้าพระองค์ยอมทำตาม แม้ต้องเสียเลือดเนื้อไปก็ตาม”
ฤาษีปุสสดีปะจึงชี้ทางไปยังสระน้ำใสกลางป่าใหญ่ และบอกวิธีที่จะเรียกปุพพะกปลาออกมา
พระราชาสุวรรณภูมิ ขอบคุณฤาษีแล้วก็รีบรุดไปยังสระน้ำ พร้อมด้วยข้าราชบริพารที่ตามมาด้วยความหวั่นใจ
เมื่อมาถึงสระน้ำที่ฤาษีบอก ก็เป็นสระน้ำที่ใสราวกับกระจก มองเห็นพื้นทรายด้านล่าง และมีปลาใหญ่น้อยแหวกว่ายอยู่มากมาย
พระราชาทรงทำตามคำแนะนำของฤาษี ทรงตั้งจิตอธิษฐาน และร้องเรียกปุพพะกปลา
ทันใดนั้นเอง ก็มีปลาตัวใหญ่สีทองอร่าม ปรากฏขึ้นจากก้นสระ มันว่ายวนเข้ามาใกล้ฝั่ง
“ข้าคือปุพพะกปลา” เสียงก้องกังวานดังขึ้นจากในตัวปลา
พระราชาทรงกลั้นใจ ก่อนจะใช้มีดที่พกมา กรีดที่พระหัตถ์ของพระองค์เอง เลือดสีแดงสดไหลรินลงสู่สระน้ำ
ปุพพะกปลาว่ายเข้ามา แล้วดูดซับเลือดของพระราชาเข้าไป
บรรดาข้าราชบริพารต่างก็พากันตกใจ ส่งเสียงร้อง “ฝ่าบาท! เป็นไปได้อย่างไร!”
พระราชาทรงอดทนต่อความเจ็บปวด ทรงมองดูปุพพะกปลาด้วยความหวัง
ไม่นานนัก ปุพพะกปลา ก็ส่งเสียงร้องครวญคราง แล้วก็ปล่อยน้ำครำออกมา น้ำครำนั้นมิได้สกปรกอย่างที่คิด กลับกลายเป็นของเหลวสีเขียวมรกต มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำ
“นี่คือสมุนไพรวิเศษของเจ้า” เสียงปุพพะกปลาดังขึ้น
พระราชาสุวรรณภูมิ ทรงเก็บน้ำสมุนไพรนั้นใส่ในภาชนะที่เตรียมมาด้วยความปิติ
“ข้าขอขอบคุณท่านปุพพะกปลา และท่านฤาษีปุสสดีปะ เป็นอย่างยิ่ง” พระองค์ตรัส
เมื่อได้สมุนไพรวิเศษมาแล้ว พระราชาสุวรรณภูมิก็รีบเดินทางกลับเมืองพาราณสีโดยเร็วที่สุด
เมื่อกลับถึงวัง พระองค์ก็รีบนำสมุนไพรไปถวายแด่เจ้าชายกัสสปะ
ทันทีที่เจ้าชายได้เสวยสมุนไพร อาการประชวรของพระองค์ก็ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ พระวรกายกลับมาแข็งแรงดังเดิม
ความปลาบปลื้มยินดีแผ่ซ่านไปทั่วทั้งราชสำนักและอาณาประชาราษฎร์
พระราชาสุวรรณภูมิ ทรงโอบกอดพระโอรสด้วยความรักและความปีติ
“ลูกพ่อ” พระองค์ตรัสพลางลูบศีรษะของเจ้าชาย
เจ้าชายกัสสปะทรงรับรู้ถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของพระบิดา พระองค์ทรงสำนึกในพระคุณของพระราชา และทรงตั้งมั่นว่าจะเติบโตขึ้นเป็นกษัตริย์ที่ดีงาม สืบต่อไป
เรื่องราวของพระราชาสุวรรณภูมิผู้ทรงเสียสละเลือดเนื้อเพื่อพระโอรส ก็เล่าขานสืบต่อกันมา เป็นอนุสิทธิแก่ชนรุ่นหลัง ถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของพ่อ และความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งเพื่อคนที่ตนรัก
ความรักของพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่และเสียสละได้ทุกสิ่งเพื่อลูก แม้จะต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อหรือความเจ็บปวด
อธิษฐานบารมี (การเสียสละเลือดเนื้อ)
— In-Article Ad —
ความรักของพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่และเสียสละได้ทุกสิ่งเพื่อลูก แม้จะต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อหรือความเจ็บปวด
บารมีที่บำเพ็ญ: อธิษฐานบารมี (การเสียสละเลือดเนื้อ)
— Ad Space (728x90) —
331จตุกกนิบาตอัคคิทัตตชาดก (อีกครั้ง) นานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นท้าวสักกะเทวราช ณ สวรรค์ชั้นดา...
💡 การเสียสละชีวิตเพื่อรักษาชีวิตผู้อื่น เป็นยอดแห่งทานบารมี และเป็นการแสดงความไม่ยึดติดในตัวตนอันสูงสุด.
225ทุกนิบาตอุกกุสสชาดก นานมาแล้ว ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีกระรอกตัวหนึ่งอาศัยอยู่ มันเป็นกระรอกที่ใจดี มีจิตใจเอื้อ...
💡 ความกล้าหาญ ความพากเพียร และการมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐ แม้จะไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจ แต่ความพยายามนั้นก็มีคุณค่าและควรค่าแก่การยกย่อง
1เอกนิบาตมหาปทุมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี มีพระโพธิสัตว์ชาติหนึ่งได้เสวยพระชาติเ...
💡 ความเพียร สติ และคุณธรรม นำพาไปสู่ความพ้นทุกข์
7เอกนิบาตกุรุงคมุขชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีเมืองสำคัญแห่งหนึ่งชื่อว่า ราชคฤห์ อันเป็นที่ประท...
💡 การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และการเสียสละเพื่อผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่จะนำพาความสุขที่แท้จริงมาให้ การหลงในความโลภ ความเชื่อผิดๆ และการเบียดเบียนผู้อื่น จะนำมาซึ่งความทุกข์และความเดือดร้อน
48เอกนิบาตมุสิละชาดก นานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ผู้ประเสริฐ ณ กรุงพาราณสี ทรงดำรงตน...
💡 การกล่าวเท็จและการใส่ร้ายผู้อื่น ย่อมมีวันถูกเปิดเผย และผู้ประพฤติในความดี ย่อมได้รับการปกป้องจากความจริง
30เอกนิบาตกษัตริย์ผู้ทรงละอายต่อบาปณ อาณาจักรกุรุธรรมอันแสนสงบสุข ปกครองโดยพระเจ้าปัญญาธิราช ผู้ทรงมีพระปรีชาส...
💡 ความละอายต่อบาปย่อมนำมาซึ่งการกลับตัวกลับใจ.
— Multiplex Ad —