
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่มนุษย์ยังมีอายุยืนยาวและบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์ทรงไปเกิดเป็นบุตรของเศรษฐีผู้มั่งคั่งในกรุงพาราณสี ท่านเป็นผู้มีรูปโฉมงดงาม เฉลียวฉลาด มีคุณธรรมประจำใจตั้งแต่เยาว์วัย เมื่อเติบใหญ่ขึ้น ท่านได้เรียนรู้วิชาการต่างๆ จนเชี่ยวชาญ และได้รับมอบหมายให้ดูแลทรัพย์สมบัติของบิดา ซึ่งมีมากมายมหาศาล
วันหนึ่ง ขณะที่พระโพธิสัตว์กำลังพิจารณาทรัพย์สินของตระกูล ท่านเกิดความสังเวชใจ เมื่อเห็นว่าทรัพย์สินเหล่านี้ แม้จะมากเพียงใด ก็ไม่อาจนำความสุขที่แท้จริงมาให้ได้ และเมื่อถึงคราวต้องจากโลกนี้ไป ทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็ต้องตกเป็นของผู้อื่น ท่านจึงใคร่ครวญถึงหนทางที่จะสร้างบุญกุศลอันจะส่งผลไปสู่ภพภูมิที่ดี และเป็นอมตะสืบไป
ด้วยปณิธานอันแรงกล้า พระโพธิสัตว์จึงตัดสินใจสละทรัพย์สมบัติส่วนตัวจำนวนหนึ่ง เพื่อสร้างโรงทานขึ้นในเมือง ท่านตั้งใจว่าจะให้ทานแก่ผู้ยากไร้ ผู้เดินทาง และผู้ที่ควรได้รับความช่วยเหลือทุกผู้ทุกคน โดยไม่มีการเลือกว่าเป็นใครมาจากไหน ขอเพียงแค่มีความเดือดร้อน ก็จะได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ข่าวการสร้างโรงทานและการให้ทานของบุตรเศรษฐีแพร่สะพัดไปทั่ว ผู้คนต่างพากันสรรเสริญในความมีเมตตาจิตของท่าน บางคนก็กล่าวว่า “ช่างเป็นบุญกุศลที่ประเสริฐยิ่งนัก การให้ทานเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย” บางคนก็กล่าวว่า “ท่านผู้นี้ช่างไม่เหมือนคนอื่นใดเลย นำทรัพย์สินที่หามาได้ไปสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นอย่างแท้จริง”
แต่ก็มีบางคนที่คิดต่างออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งญาติพี่น้องของพระโพธิสัตว์ พวกเขาเห็นว่าการให้ทานของท่านนั้นมากเกินไป สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ พวกเขาพยายามทักท้วงและห้ามปราม “น้องรัก” ท่านจะให้ทานมากเกินไปไม่ได้นะ ทรัพย์สมบัติเหล่านี้เราต้องเก็บรักษาไว้สำหรับวงศ์ตระกูลของเราในอนาคต หากเราให้ไปทั้งหมด เราจะเอาอะไรกิน?”
พระโพธิสัตว์ได้ยินดังนั้น ก็ได้แต่ยิ้มอย่างอ่อนโยน และตอบกลับไปด้วยเหตุผลอันลึกซึ้ง “พี่ทั้งหลาย ข้าพเจ้าทราบดีว่าทรัพย์สมบัตินี้มีค่า แต่หากเรามัวแต่เก็บงำไว้โดยไม่แบ่งปัน ความสุขที่แท้จริงก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ การให้ทานนั้น แม้จะทำให้ทรัพย์สินลดน้อยลง แต่บุญกุศลที่เกิดขึ้นนั้น จะยั่งยืนตลอดไป และจะเป็นสิ่งคุ้มครองเราในยามที่ยากลำบาก”
ญาติพี่น้องของพระโพธิสัตว์ยังคงไม่พอใจ พวกเขาพยายามหาอุบายต่างๆ นานา เพื่อที่จะหยุดยั้งการให้ทานของท่าน วันหนึ่ง พวกเขาได้แอบไปพูดคุยกับคนรับใช้และคนงานในบ้าน “พวกเจ้าเห็นไหมว่านายของพวกเจ้ากำลังจะผลาญทรัพย์สินของตระกูลไปจนหมดสิ้น พวกเจ้าควรจะช่วยกันห้ามปรามเขาเสีย”
แต่คนรับใช้และคนงานเหล่านั้น ต่างก็มีความภักดีต่อพระโพธิสัตว์ พวกเขาได้ยินคำพูดของญาติพี่น้องแล้ว ก็ไม่พอใจเช่นกัน พวกเขารู้ดีว่าพระโพธิสัตว์นั้นเป็นคนดี มีน้ำใจ และเป็นที่รักของทุกคน พวกเขาจึงไม่ทำตามที่ญาติพี่น้องของพระโพธิสัตว์ขอร้อง
เมื่อญาติพี่น้องเห็นว่าไม่สามารถห้ามปรามพระโพธิสัตว์ได้ พวกเขาจึงวางแผนการที่ร้ายกาจยิ่งกว่านั้น พวกเขาได้ไปหาหมอดูคนหนึ่ง แล้วบอกหมอดูว่า “ท่านหมอดู ช่วยทำนายให้หน่อยว่า บุตรชายของเศรษฐีผู้นี้ จะประสบเคราะห์กรรมอะไรหรือไม่?”
หมอดูรับสินบนไปแล้ว ก็ทำนายไปตามที่พวกเขาต้องการ “บุตรชายของท่านผู้นี้ จะประสบเคราะห์ร้ายอย่างใหญ่หลวง เขาจะต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติทั้งหมด และจะตกยากลำบากไปตลอดชีวิต”
เมื่อข่าวการทำนายของหมอดูแพร่ออกไป ผู้คนในเมืองก็เริ่มหวาดกลัว และพากันซุบซิบนินทา “แย่แล้ว! ชายผู้นี้กำลังจะประสบเคราะห์กรรมร้าย” “เราไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาเลย”
แต่พระโพธิสัตว์ เมื่อได้ยินคำทำนายของหมอดู ก็มิได้รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด ท่านกลับยิ่งตั้งมั่นในความดีงามของตนเอง ท่านคิดว่า “หากข้าพเจ้าต้องประสบเคราะห์กรรมร้ายจริงๆ การทำความดีก็ยังคงเป็นสิ่งที่ดีงามที่สุด และจะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับข้าพเจ้า”
ในขณะเดียวกัน ญาติพี่น้องของพระโพธิสัตว์ ก็ได้แอบไปบอกกับคนงานบางคนว่า “พวกเจ้าจงไปลอบเผาโรงทานเสีย เพื่อที่ว่าเมื่อนายของพวกเจ้าเห็นโรงทานถูกเผา เขาจะได้เลิกให้ทานเสียที”
คนงานบางคนถูกยุยงจนหลงเชื่อ ได้แอบไปจุดไฟเผาโรงทานในเวลากลางคืน ไฟได้ลุกไหม้โรงทานอย่างรวดเร็ว ชาวเมืองที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ตกใจ และพยายามช่วยกันดับไฟ แต่ก็ไม่สามารถดับได้ทัน โรงทานถูกเผาทำลายจนหมดสิ้น
เมื่อพระโพธิสัตว์ทราบข่าว ก็มิได้เสียใจหรือโกรธแค้นแต่อย่างใด ท่านได้กล่าวกับคนรับใช้ว่า “ไปเตรียมไม้มา แล้วเราจะสร้างโรงทานขึ้นใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม”
ด้วยความมุ่งมั่นของพระโพธิสัตว์ โรงทานแห่งใหม่ก็ถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว และใหญ่กว่าเดิมด้วยซ้ำ ท่านยังคงให้ทานแก่ผู้คนอย่างต่อเนื่อง ไม่ย่อท้อ
วันหนึ่ง ขณะที่พระโพธิสัตว์กำลังให้ทานอยู่ ก็มีชายชราคนหนึ่ง ซึ่งเป็นญาติของท่าน เดินทางมาขอทาน ท่านจำเขาได้ แต่ก็มิได้แสดงท่าทีรังเกียจแต่อย่างใด ท่านได้ยกอาหารและน้ำที่ดีที่สุดให้แก่ชายชราผู้นั้น
ชายชราผู้นั้น เมื่อได้รับอาหารและน้ำแล้ว ก็ได้กล่าวกับพระโพธิสัตว์ว่า “ท่านหลาน ข้าพเจ้าเป็นคนแก่แล้ว ขอให้ท่านจงเก็บทรัพย์สมบัติไว้ให้ดี อย่าได้ให้ทานมากเกินไปนัก”
พระโพธิสัตว์ทราบดีว่าชายชราผู้นี้ คือญาติที่พยายามกีดกันท่าน แต่ท่านก็ยังคงให้ความเคารพ และตอบกลับไปว่า “ท่านปู่ ข้าพเจ้าขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำของท่าน แต่ข้าพเจ้าเชื่อมั่นในการทำความดีและการให้ทาน”
ทันใดนั้นเอง ชายชราผู้นั้นก็แปลงกายกลายเป็นเทพบุตร และได้กล่าวว่า “เราคือผู้ที่มาทดสอบท่าน เราได้เห็นความตั้งใจอันบริสุทธิ์และความเสียสละของท่านแล้ว เราขอชื่นชมในบารมีของท่าน”
เทพบุตรได้มอบของวิเศษชิ้นหนึ่งให้กับพระโพธิสัตว์ ซึ่งของวิเศษนี้สามารถบันดาลทรัพย์สินสิ่งของที่ต้องการได้ทุกอย่าง
นับแต่นั้นมา พระโพธิสัตว์ก็ยิ่งมีทรัพย์สินมากมายมหาศาลยิ่งกว่าเดิม แต่ท่านก็ยังคงใช้ทรัพย์สมบัตินั้นเพื่อการให้ทานและบำเพ็ญประโยชน์แก่ส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง ท่านได้สร้างโรงทานหลายแห่ง สร้างบ่อน้ำ สร้างสะพาน และช่วยเหลือผู้คนมากมาย
เมื่อสิ้นอายุขัย พระโพธิสัตว์ก็ได้ไปอุบัติในสวรรค์ชั้นดุสิต ทรงได้รับความสุขตลอดไป
ส่วนญาติพี่น้องของพระโพธิสัตว์ เมื่อเห็นความดีงามและความสำเร็จของท่าน ก็รู้สึกละอายใจในความผิดของตนเอง และได้ตั้งมั่นที่จะประพฤติตนให้อยู่ในคุณธรรมเช่นเดียวกับพระโพธิสัตว์
— In-Article Ad —
การให้ทานที่แท้จริงคือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค แม้จะถูกขัดขวางหรือพบเจอความยากลำบาก ก็ควรตั้งมั่นในความดีงาม.
บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี, วิริยบารมี
— Ad Space (728x90) —
304จตุกกนิบาตสุมังคลชาดกในสมัยพุทธกาล พระโพธิสัตว์ทรงระลึกชาติได้ถึงอดีตชาติที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญบารมีมา ครั้งหน...
💡 การมีจิตเมตตา การใช้ปัญญา และการบำเพ็ญตบะเป็นหนทางสู่การหลุดพ้นและเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
542มหานิบาตมหาสุบินชาดก (Mahāsubhina Jātaka)ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นกาสี มีพระน...
💡 สติปัญญาและความรู้ที่ได้มา จะมีคุณค่ายิ่ง หากนำไปใช้ในการพิจารณาไตร่ตรอง และประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินชีวิตและการปกครอง.
329จตุกกนิบาตสิงคาลชาดกในครั้งพุทธกาล พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นบุตรของคนเลี้ยงโคผู้ยากไร้ ณ หมู่บ้านอันห่างไกลแห่...
💡 ความโลภนำมาซึ่งหายนะ การใช้สิ่งที่มีอำนาจในทางที่ผิดจะนำไปสู่ความเสื่อม การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเสียสละ คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริง
303จตุกกนิบาตมหานารทพรหมชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยพุทธกาลที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอุบัติขึ้นในโลก สุเมธบั...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้เห็นถึงโทษของ ทิฏฐิมานะ อันเป็นกิเลสที่บดบังปัญญา และนำไปสู่ความทุกข์ การที่เรายึดมั่นในความคิดของตนเอง ไม่ยอมรับฟังผู้อื่น ทำให้เราพลาดโอกาสในการเรียนรู้ และอาจนำพาเราไปสู่ทางที่ผิด
79เอกนิบาตมหาปทุมชาดก ในอดีตกาล ครั้งพุทธกาลเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่ ทรงปรารภถึงอดีตชาติขอ...
💡 ความดีงามที่สร้างขึ้นด้วยตนเองนั้น ยิ่งใหญ่กว่าชาติกำเนิดที่ติดตัวมา การบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา และการทำประโยชน์แก่ผู้อื่น คือหนทางสู่ความสุขและความเจริญที่แท้จริง
213ทุกนิบาตสุณีตกชาดกณ แคว้นโกศล อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณธัญญาหาร ปกครองโดยพระเจ้าพรหมทัต ผู้ทรงธรรม แต่ทว่า...
💡 การใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐาน เป็นการกระทำที่ผิดและนำมาซึ่งความเดือดร้อน การพูดความจริงและยึดมั่นในความซื่อสัตย์ คือสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคม.
— Multiplex Ad —