
ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์อันงดงาม อากาศแจ่มใส เสียงพิณทิพย์บรรเลงขับกล่อม ท่ามกลางหมู่เทวดาผู้เลิศล้ำ พระอินทร์ทรงประทับอยู่บนบัลลังก์อันศักดิ์สิทธิ์ พระองค์ทรงเป็นผู้ปกครองสวรรค์ เป็นที่เคารพยำเกรงของเหล่าเทวดาทั้งปวง ในอดีตกาลอันแสนนาน พระอินทร์ (ซึ่งในชาตินั้นคือพระโพธิสัตว์) ทรงบำเพ็ญ “อุสสหนิมิตบารมี” หรือ “ปัญญาบารมี” ด้วยการทรงเป็นผู้ให้ปัญญาแก่ผู้อื่น
วันหนึ่ง ขณะที่พระอินทร์กำลังเสด็จตรวจตราสวรรค์ ก็ทรงเห็นกลุ่มเทวดากลุ่มหนึ่งกำลังนั่งซึมเศร้าอยู่ “พวกท่านมีเรื่องอันใดจึงได้มีสีหน้าหมองเศร้าเช่นนี้?” พระอินทร์ตรัสถามด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน “ข้าแต่พระอินทร์!” เทวดาองค์หนึ่งทูลตอบ “พวกข้าพเจ้ากำลังกังวลใจเรื่องการเดินทางไปสู่ปรโลก”
“การเดินทางสู่ปรโลก?” พระอินทร์ทรงสงสัย “เหตุใดพวกท่านจึงกังวล?” “คืออย่างนี้พ่ะย่ะค่ะ” เทวดาอีกองค์กล่าว “พวกข้าพเจ้าได้ยินมาว่า การไปสู่ปรโลกนั้นมีทั้งทางสว่างและทางมืด หากไปผิดทาง ก็จะไปสู่ที่ที่ทุกข์ทรมาน พวกข้าพเจ้าไม่ทราบว่าจะเลือกทางใด”
พระอินทร์ทรงพิจารณาคำพูดของเหล่าเทวดาเหล่านั้น ด้วยพระปัญญาอันล้ำเลิศของพระองค์ พระองค์ทรงทราบดีว่า การเดินทางสู่ปรโลกนั้น คือการเวียนว่ายตายเกิด และปลายทางนั้นย่อมขึ้นอยู่กับการกระทำของตนเอง พระองค์จึงมีพระประสงค์จะให้เหล่าเทวดาได้เข้าใจถึงสัจธรรม
“พวกท่าน” พระอินทร์ตรัส “การเดินทางสู่ปรโลกนั้น มิได้ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่มองเห็นได้ด้วยตา แต่ขึ้นอยู่กับกรรมที่พวกท่านได้กระทำไว้ในขณะที่ยังมีชีวิต” “หมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?” เหล่าเทวดาซักถาม “หมายความว่า” พระอินทร์อธิบาย “หากพวกท่านได้ทำบุญกุศล มีจิตใจที่โอบอ้อมอารี มีเมตตาธรรม ต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย พวกท่านก็ย่อมเดินทางไปสู่สุคติโลกสวรรค์อันเป็นทางสว่าง”
“แต่หากพวกท่านได้กระทำบาปอกุศล เบียดเบียนผู้อื่น มีจิตใจที่โหดร้าย พวกท่านก็ย่อมต้องไปสู่ทุคติภูมิ อันเป็นทางมืดอันน่ากลัว” พระอินทร์ตรัสต่อไป “ดังนั้น การเลือกทางสว่าง มิใช่การเลือกเส้นทาง แต่คือการเลือกการกระทำที่ดีงาม”
เหล่าเทวดาได้ฟังคำสอนของพระอินทร์แล้ว ก็พลันบังเกิดความเข้าใจแจ้ง พวกเขาได้ตระหนักว่า ความสุขและความทุกข์ในปรโลกนั้น ขึ้นอยู่กับการกระทำของตนเอง ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา หรือเส้นทางที่มองเห็น
“ข้าแต่พระอินทร์!” เทวดาองค์หนึ่งกล่าวด้วยความสำนึกผิด “พวกข้าพเจ้าได้เข้าใจแล้ว! พวกข้าพเจ้าจะรีบไปบำเพ็ญบุญกุศล และตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมต่อไป!” “พวกข้าพเจ้าจะไม่มีวันหลงผิดอีกต่อไป!” เทวดาองค์อื่นๆ กล่าวเสริม
พระอินทร์ทรงแย้มพระสรวลด้วยความยินดี การให้ปัญญาแก่ผู้อื่นนั้น เป็นความสุขที่ประเสริฐยิ่งนัก ทรงตระหนักว่า การชี้ทางที่ถูกต้อง ให้ผู้อื่นได้พ้นจากความทุกข์ เป็นการบำเพ็ญบารมีที่สำคัญที่สุด
นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา เหล่าเทวดาเหล่านั้นก็ตั้งมั่นในการทำความดี และนำคำสอนของพระอินทร์ไปปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ทำให้สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ยิ่งมีความสงบร่มเย็น และเหล่าเทวดาก็มีความสุขสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
— In-Article Ad —
การกระทำเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิต การบำเพ็ญความดีงามและมีปัญญา ย่อมนำไปสู่สุคติ
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
166ทุกนิบาตมหาปิปผาลีชาดก ณ ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งในชมพูทวีป นามว่าเมืองมิถิลาอันรุ่งเรือง พระเจ้าวิเทหะ...
💡 การเอาใจใส่และการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์และความเจริญรุ่งเรือง
156ทุกนิบาตอังคารสัตถุชาดกณ ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งในสมัยพุทธกาล นามว่า แคว้นมคธ ที่ซึ่งกษัตริย์ผู้ทรงธรร...
💡 ความโลภเป็นบ่อเกิดแห่งความฉิบหาย ผู้ที่มีความโลภย่อมไม่รู้จักพอ แม้จะได้ทรัพย์สินมากเท่าใดก็ยังต้องการอีก จนนำพาตนเองไปสู่ความเสื่อมและหายนะได้.
465ทวาทสกนิบาตมหาสัตตปัตตะชาดกณ แคว้นกาสี ประเทศอินเดียโบราณ ที่ซึ่งความเชื่อเรื่องเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์หยั่ง...
💡 ความเพียรพยายามและความอดทน คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ.
158ทุกนิบาตมุสิกชาดกณ นครพาราณสี อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นกาสี ในยุคที่พระโพธิสัตว์ทรงเสวยพระชาติเป็นภิกษุผู้มีศ...
💡 ความอดทนและความเพียรพยายาม เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราเอาชนะอุปสรรคและความยากลำบากในชีวิตได้ แม้ในยามที่สิ้นหวัง หากไม่ยอมแพ้ ก็ย่อมพบหนทางแห่งความสำเร็จ.
142เอกนิบาตสมนกททชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าอันกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งเต็มไปด้วยพฤกษานานาพันธุ์ ร่มรื่นด้ว...
💡 ความโลภไม่เคยนำพามาซึ่งความสุขที่แท้จริง การเบียดเบียนผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ และการรู้จักพอเพียงคือหนทางสู่ความสงบสุข
148เอกนิบาตสุชาตชาดกณ เมืองเวสาลี มีสตรีนางหนึ่งนามว่า สุชาดา นางเป็นหญิงสาวที่มีความเฉลียวฉลาด มีไหวพริบ และมี...
💡 คุณค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ชาติกำเนิด แต่อยู่ที่ความรู้ ความสามารถ และจิตใจที่ดีงาม
— Multiplex Ad —