
ณ ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งในสมัยพุทธกาล นามว่า แคว้นมคธ ที่ซึ่งกษัตริย์ผู้ทรงธรรมปกครองด้วยทศพิธราชธรรม บ้านเมืองสงบสุข ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขกันทั่วหน้า แต่แล้วความสงบสุขนั้นก็ถูกสั่นคลอน เมื่อมีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วว่า มีโจรป่ากลุ่มใหญ่ นำโดยหัวหน้าโจรผู้โหดเหี้ยม นามว่า "อังคาร" ได้ตั้งตนเป็นใหญ่ในป่าใหญ่ ใกล้ชายแดนเมืองหลวง ก่อเหตุปล้นสะดมบ้านเรือน ราษฎรเดือดร้อนไปทั่ว
กษัตริย์มคธ ผู้ทรงมีพระทัยเด็ดเดี่ยวและเปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม ทรงไม่สามารถทนเห็นพสกนิกรต้องเดือดร้อนได้ จึงมีรับสั่งให้เหล่าเสนาบดีประชุมปรึกษาหารือเพื่อหาทางปราบปรามโจรร้ายโดยเร็ว
“ท่านทั้งหลาย” กษัตริย์ตรัสด้วยพระสุรเสียงอันทรงอำนาจ “ข้าได้ยินข่าวคราวความเดือดร้อนของราษฎรจากเหล่าโจรป่า นามว่า อังคาร ข้าไม่อาจทนเห็นพวกเขาถูกเบียดเบียนได้อีกต่อไป ท่านมีความเห็นเช่นไรในการจัดการกับภัยร้ายนี้?”
เสนาบดีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งทูลตอบ “ขอเดชะพระพุทธเจ้าข้า! เหล่าโจรป่านี้มีจำนวนมากนัก และหัวหน้าของมันคืออังคารนั้น ก็ขึ้นชื่อลือชาในความโหดเหี้ยม หากเรายกทัพไปปราบปรามด้วยกำลัง อาจทำให้เกิดความสูญเสียแก่ทั้งสองฝ่ายเป็นอันมาก หม่อมฉันเห็นว่า ควรใช้กลอุบายเพื่อล่อลวงมันออกมา แล้วจึงจับกุมตัว”
กษัตริย์ทรงพิจารณาคำทูลของเสนาบดีแล้ว ทรงเห็นชอบ “ดี! เช่นนั้นเราจะใช้กลอุบาย หากแต่จะให้ใครเป็นผู้รับภาระอันหนักนี้เล่า?”
ขณะนั้นเอง นายทหารหนุ่มผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดและกล้าหาญ นามว่า "วิเทหะ" ได้กราบทูลอาสา “ขอเดชะพระพุทธเจ้าข้า! หม่อมฉันขออาสาเป็นผู้ล่อลวงหัวหน้าโจรและพรรคพวกของมันออกมาเองพระพุทธเจ้าข้า!”
กษัตริย์ทรงแย้มพระสรวล “ดีมาก วิเทหะ! ด้วยความกล้าหาญและสติปัญญาของเจ้า ข้าเชื่อว่าเจ้าจะสามารถทำภารกิจนี้สำเร็จได้อย่างแน่นอน จงเตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกเดินทางได้ตามความเหมาะสม”
นายทหารวิเทหะ ได้รับมอบหมายภารกิจอันสำคัญยิ่ง เขาปลอมตัวเป็นพ่อค้าเร่ผู้มั่งคั่ง ขนสินค้ามีค่ามากมาย เช่น ผ้าแพรเนื้อดี เครื่องประดับอัญมณี และเครื่องเทศหอมกรุ่น เดินทางรอนแรมเข้าสู่ป่าใหญ่ โดยมุ่งหน้าไปยังบริเวณที่ข่าวว่าโจรป่าอาศัยอยู่ เขาเดินทางไปเรื่อยๆ ตามลำพัง เปิดเผยตนเองให้เห็นแก่ผู้คนที่ผ่านไปมา เพื่อให้ข่าวลือเกี่ยวกับพ่อค้าผู้มั่งคั่งเดินทางไปถึงหูของโจร
เพียงไม่นาน ข่าวของพ่อค้าเร่ผู้มั่งคั่งก็ไปเข้าหูของอังคาร หัวหน้าโจรป่าผู้ร้ายกาจ อังคารนั้นมีนิสัยโลภมากและกระหายทรัพย์สินเป็นที่สุด เมื่อได้ยินดังนั้น มันก็ตาเป็นประกาย “ฮ่าๆๆ! สมบัติที่เราตามหามานาน บัดนี้คงจะตกถึงมือเราแล้ว! จงเตรียมทหารของข้าให้พร้อม เราจะไปรับแขกผู้มีเกียรติผู้นี้!”
อังคารได้สั่งให้ลูกสมุนจำนวนหนึ่งแอบซุ่มรออยู่ตามเส้นทางที่คาดว่าพ่อค้าจะเดินทางมา ส่วนตัวมันเอง ก็เตรียมที่จะออกเดินทางไปพบกับพ่อค้านั้นด้วยตนเอง เขาได้ปลอมตัวเป็นนักเดินทางธรรมดาๆ เพื่อจะเข้าไปตีสนิทกับพ่อค้าก่อน
วันต่อมา อังคารก็พบกับวิเทหะ (ในคราบพ่อค้า) ที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ริมลำธาร วิเทหะเห็นอังคารเดินเข้ามาก็รีบลุกขึ้นประนมมือไหว้ “สวัสดีครับท่านผู้เจริญ! เชิญพักผ่อนก่อนเถิดครับ”
อังคารแสร้งทำเป็นใจดี “สวัสดีพ่อค้าหนุ่ม! เจ้าเดินทางมาแต่ไกลคงเหน็ดเหนื่อยสินะ ข้าชื่ออังคาร เป็นคนแถวนี้ ยินดีช่วยเหลือหากพ่อค้าต้องการสิ่งใด”
วิเทหะแสร้งทำเป็นดีใจ “โอ้! ช่างเป็นบุญของข้าเสียจริงที่ได้พบท่านผู้ใจดีเช่นนี้ ข้ากำลังเดินทางไปยังเมืองใหญ่เพื่อนำสินค้าไปขาย แต่ก็หวั่นใจอยู่บ้าง เพราะไม่คุ้นเคยเส้นทางและกลัวอันตรายในป่า”
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างออกรส วิเทหะนำเสนอสินค้าอันล้ำค่าให้แก่อังคารดู อังคารเห็นแล้วก็ยิ่งอยากได้ ยิ่งตาลุกวาว มันพยายามตีสนิทกับวิเทหะ ชวนดื่มสุรา เผื่อจะมอมเหล้าและปล้นทรัพย์สินได้
“พ่อค้าหนุ่ม! เครื่องดื่มสักหน่อยไหม?” อังคารยื่นขวดสุราให้ “ข้ามีสุราชั้นดีจากแดนไกล รสชาติเป็นเลิศ รับรองว่าพ่อค้าจะต้องติดใจ”
วิเทหะแสร้งทำเป็นดื่มอย่างกระหาย “โอ้! ช่างเป็นสุราที่หอมหวานยิ่งนัก! ขอบคุณท่านอังคารมาก” เขาแสร้งทำเป็นดื่มไปหลายจอก แต่ในใจนั้นระมัดระวังตัวเป็นอย่างดี เขาได้สังเกตเห็นว่า ลูกสมุนของอังคารจำนวนหนึ่งกำลังแอบซุ่มซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลนัก
เมื่อเห็นว่าได้เวลาอันควร วิเทหะก็กล่าว “ท่านอังคาร! ข้ามีนัดต้องเดินทางต่อไปแล้ว เกรงว่าจะมืดค่ำเสียก่อน หากมีโอกาส ข้าจะกลับมาอีกครั้ง”
อังคารเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่ลูกสมุนจะลงมือ จึงพยายามรั้งวิเทหะไว้ “อย่าเพิ่งรีบร้อนพ่อค้าหนุ่ม! ค่ำนี้พักค้างอ้างแรมกับข้าก่อนเถิด ข้ามีที่พักปลอดภัย และมีอาหารเลี้ยงอย่างดี พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ”
วิเทหะรู้ดีว่านี่คือโอกาสที่จะล่อลวงโจรให้มาติดกับ เขาแสร้งทำเป็นลังเล “แต่ว่า…”
“ไม่ต้องห่วง! ที่พักของข้าปลอดภัยยิ่งกว่าในเมืองเสียอีก!” อังคารยืนยัน
วิเทหะจึงยอมตกลง “ถ้าเช่นนั้น ข้าขอขอบพระคุณท่านอังคารเป็นอย่างสูง”
วิเทหะแสร้งทำเป็นหลงเชื่อ ยอมเดินทางไปกับอังคารยังที่พักลับของโจร ซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่า เมื่อไปถึง วิเทหะก็เห็นลูกสมุนของอังคารจำนวนมากกำลังรออยู่ เขาแสร้งทำเป็นตกใจ แต่ก็พยายามเก็บอาการ
“ท่านอังคาร! นี่พวกพ้องของท่านเองหรือ? ช่างมากมีเสียจริง!” วิเทหะกล่าว
“ใช่แล้วพ่อค้าหนุ่ม! พวกเขาคือผู้ที่จะคอยดูแลพ่อค้าให้ปลอดภัย” อังคารกล่าวพลางยิ้มเจ้าเล่ห์
เมื่อวิเทหะเห็นว่าโจรทั้งหมดได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว เขาจึงส่งสัญญาณลับให้แก่หน่วยทหารที่ซุ่มรออยู่ตามเส้นทางเข้ามาปฏิบัติการ
ทันใดนั้นเอง เสียงอึกทึกก็ดังขึ้น เหล่าทหารหลวงที่ซุ่มรออยู่ก็บุกเข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกเขาโอบล้อมถ้ำไว้ และจับกุมตัวอังคารพร้อมกับลูกสมุนได้ทั้งหมดโดยไม่ทันตั้งตัว
อังคารและพรรคพวกตกตะลึงไปตามๆ กัน พวกมันไม่เคยคิดฝันว่าจะถูกหลอกลวงเช่นนี้
“พวกเจ้า! กล้าดียังไงมาจับกุมข้า!” อังคารตะโกนก้อง
วิเทหะก้าวออกมาจากเงา “ข้าเอง! นายทหารวิเทหะ ผู้ซึ่งท่านอังคารคิดจะปล้นทรัพย์สิน! การกระทำของพวกเจ้าได้สิ้นสุดลงแล้ว!”
เหล่าโจรถูกจับมัดอย่างแน่นหนา และนำตัวกลับไปยังเมืองหลวงเพื่อรับโทษตามกฎหมาย
กษัตริย์ทรงปลาบปลื้มในพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ทรงสดุดีในความกล้าหาญและสติปัญญาของวิเทหะ และทรงลงโทษเหล่าโจรอย่างยุติธรรม บ้านเมืองก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง
เมื่อวิเทหะทูลถามถึงเหตุผลเบื้องหลังการกระทำของอังคาร กษัตริย์ตรัสเล่าว่า “อังคารนั้นเดิมทีก็เป็นคนดี แต่ด้วยความโลภที่เข้าครอบงำ ทำให้เขาหลงผิดไปเป็นโจร ดังเรื่องราวของท่านที่ว่า ‘ผู้ที่ประกอบด้วยความโลภ ย่อมไม่รู้จักที่สิ้นสุด แม้จะได้มากเท่าใดก็ยังต้องการอีก’”
วิเทหะจึงเข้าใจแจ่มแจ้งในธรรมะที่กษัตริย์ทรงสอน และตระหนักถึงภัยของความโลภ ที่สามารถชักนำให้คนดีตกสู่หนทางแห่งความเสื่อมได้
นับแต่นั้นมา แคว้นมคธก็ปกครองด้วยความสงบสุขตลอดไป และเรื่องราวของนายทหารวิเทหะผู้กล้าหาญ ก็ถูกเล่าขานสืบไป
— In-Article Ad —
ความโลภเป็นบ่อเกิดแห่งความฉิบหาย ผู้ที่มีความโลภย่อมไม่รู้จักพอ แม้จะได้ทรัพย์สินมากเท่าใดก็ยังต้องการอีก จนนำพาตนเองไปสู่ความเสื่อมและหายนะได้.
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
178ทุกนิบาตสิริปปุราณชาดก (เรื่องลิง) ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์เจ้าของเราได...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความโลภและความประมาทอาจนำมาซึ่งอันตรายถึงชีวิต ควรมีความรอบคอบในการกระทำ และใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ การมีเมตตาธรรมและรู้จักช่วยเหลือผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
357ปัญจกนิบาตมหานารทชาดกกาลครั้งหนึ่ง ณ แคว้นมคธ มีป่าอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง ชื่อว่า “ป่ากะทิง” ในป่านั้นมีต้นกะ...
💡 ปัญญาและการใคร่ครวญก่อนลงมือทำ ย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จและหลีกเลี่ยงความผิดพลาด ส่วนการใช้กำลังโดยขาดปัญญา ย่อมนำมาซึ่งความเสียหาย
266ติกนิบาตกุกกุรชาดกณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ ปกครองโดยพระเจ้าพรหมทัตต์ กษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม เป็นยุคแห่งค...
💡 การมีปัญญาและความเมตตา สามารถทำให้เกิดมิตรภาพและความเข้าใจ แม้ในหมู่ศัตรู และการให้อภัยคือหนทางแห่งสันติสุข.
212ทุกนิบาตมหาสโลนชาดกณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่งที่ปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ มีถ้ำแห่งหนึ่งเป็นที่อาศัยของพญานาคตนหนึ่งซึ่...
💡 ความประมาทเป็นหนทางแห่งความเสื่อม การมีสติปัญญาและไหวพริบ สามารถช่วยให้เราเอาชนะอุปสรรคที่คาดไม่ถึงได้ การสำนึกผิดและปรับปรุงตนเอง คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนา.
256ติกนิบาตกุมภทาสชาดก (ครั้งที่ 2) ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระกุมภทาส ทรงเป็นพราหมณ...
💡 การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความบริสุทธิ์ใจ ย่อมนำมาซึ่งผลบุญอันยิ่งใหญ่
229ทุกนิบาตมหิสชาดก ในสมัยพุทธกาล เมื่อครั้งที่พระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงดำรงพระชนม์อยู่ ได้ทรงปรารภถึงเรื่องรา...
💡 ความเสียสละเพื่อผู้อื่นนั้น เป็นคุณธรรมอันสูงส่ง และความซื่อสัตย์นั้นจะนำมาซึ่งเกียรติยศและคุณค่าในตนเอง
— Multiplex Ad —