ข้ามไปเนื้อหาหลัก
มหานารทกุมารชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
386

มหานารทกุมารชาดก

Buddha24ฉักกนิบาต
ฟังเนื้อหา

มหานารทกุมารชาดก

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงมิถิลา อันเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นวิเทหะ พระเจ้าโอมมตักขัตติยะทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม ทรงมีพระราชโอรสรูปงามนามว่า เจ้าชายมหานารทะ ผู้ทรงคุณธรรมล้ำเลิศ เป็นที่รักใคร่ของทวยราษฎร์ทั้งปวง

วันหนึ่ง ขณะที่พระเจ้าโอมมตักขัตติยะทรงทอดพระเนตรเห็นทารกน้อยผู้หนึ่งกำลังถูกเสือร้ายหมายจะขย้ำ พระองค์ทรงมีพระทัยหวั่นไหว ทรงคิดถึงความทุกข์ทรมานของบุตรธิดาทั้งหลาย เมื่อต้องพลัดพรากจากบิดามารดา ทรงระลึกถึงคำสอนของพระอริยเจ้าผู้ทรงคุณอันประเสริฐ จึงทรงดำริที่จะสละราชสมบัติออกผนวช เพื่อบำเพ็ญเพียรวิปัสสนากรรมฐาน หวังถึงพระนิพพานอันเป็นบรมสุข

เมื่อทรงมีพระราชดำริเช่นนั้นแล้ว จึงทรงเรียกประชุมเหล่าเสนาบดีและขุนนางทั้งหลาย ทรงประกาศแก่ที่ประชุมว่า “ข้าพเจ้าเบื่อหน่ายในสมบัติทั้งปวง อันเป็นที่ตั้งแห่งทุกข์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าจะสละราชสมบัติ ออกบวชเป็นฤาษีบำเพ็ญพรต”

เหล่าเสนาบดีและขุนนางต่างพากันตกใจ น้อมเศียรลงแทบพระบาท ทูลอ้อนวอนให้ทรงระงับพระราชประสงค์ “ขอเดชะพระบาทสมเด็จพระเจ้าข้า สมบัติอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ เป็นที่พึ่งแก่พวกข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระองค์ทรงพระกรุณาอย่าได้ทรงละทิ้งพวกข้าพระพุทธเจ้าไปเลย”

แต่พระเจ้าโอมมตักขัตติยะทรงยืนยันในพระราชดำริ “เราได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้แล้วว่า เมื่อใดที่เราได้เห็นทารกถูกเสือร้ายหมายจะขย้ำ เมื่อนั้นเราจะสละราชสมบัติ ออกบวชเป็นฤาษี”

เมื่อทรงตรัสเช่นนั้นแล้ว เหล่าเสนาบดีจึงจำต้องยอมรับพระราชประสงค์ ทูลขอให้ทรงมอบราชสมบัติแก่เจ้าชายมหานารทะ พระราชโอรส ผู้ทรงสติปัญญาและคุณธรรม

เจ้าชายมหานารทะ ทรงทราบถึงพระราชประสงค์ของพระบิดา จึงทรงรีบเสด็จมาเข้าเฝ้า “ข้าแต่พระบิดา หม่อมฉันทราบถึงพระราชประสงค์ของพระองค์แล้ว หม่อมฉันพร้อมที่จะรับภาระอันยิ่งใหญ่นี้”

พระเจ้าโอมมตักขัตติยะ ทรงพอพระทัยในพระราชโอรสยิ่งนัก ทรงมอบราชสมบัติให้แก่เจ้าชายมหานารทะ แล้วเสด็จออกผนวชเป็นฤาษี ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าลึก

ฝ่ายเจ้าชายมหานารทะ เมื่อขึ้นครองราชสมบัติแล้ว ก็ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม ทรงดำรงมั่นในศีลธรรม ทรงบำเพ็ญทาน สดับธรรมอยู่เนืองนิจ วันหนึ่ง ขณะที่ทรงประทับอยู่ในพระราชอุทยาน ทรงได้ยินเสียงดนตรีอันไพเราะเสนาะหู ทรงรำพึงในพระทัยว่า “เสียงดนตรีนี้ช่างไพเราะเสียจริง ช่างเป็นเสียงที่น่าชื่นชมยินดี”

ทันใดนั้น ท้าวมหาพรหมผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นพรหมโลก ก็ทรงได้ยินพระดำริของเจ้าชายมหานารทะ ทรงดำริว่า “พระราชากษัตริย์องค์นี้ ช่างเป็นผู้มีจิตใจเบิกบาน เมื่อได้ยินเสียงอันไพเราะเช่นนี้ หากท่านได้ยินเสียงอันวิปลาสเล่า ท่านจะรู้สึกอย่างไร”

ท้าวมหาพรหมจึงแปลงกายเป็นนักดนตรี ถือพิณอันวิปริตผิดเพี้ยน เสด็จมายังพระราชอุทยาน ทรงบรรเลงเพลงพิณอันน่าสะอิดสะเอียน ชวนให้เวียนหัว

เจ้าชายมหานารทะ เมื่อได้ยินเสียงพิณอันวิปริต ก็ทรงรู้สึกขัดเคืองพระทัยอย่างยิ่ง ทรงตรัสถามว่า “นี่เสียงพิณอันใดกัน ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก”

ท้าวมหาพรหมในร่างนักดนตรี ทรงตอบว่า “ข้าแต่องค์ราชันย์ เสียงพิณนี้คือเสียงแห่งความทุกข์ ความโศกเศร้า ความอาดูร อันเกิดจากกิเลสตัณหา หากพระองค์ทรงประสงค์จะพ้นจากสิ่งเหล่านี้ ก็จงดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท หมั่นเจริญสติภาวนา”

เจ้าชายมหานารทะ เมื่อทรงสดับคำสอนของท้าวมหาพรหมแล้ว ทรงรู้สึกละอายพระทัย ทรงทราบถึงโทษแห่งกิเลสตัณหา จึงทรงเลิกเล่นดนตรี และหันมาบำเพ็ญเพียรวิปัสสนากรรมฐาน

วันเวลาผ่านไป เจ้าชายมหานารทะ ทรงบำเพ็ญเพียรจนได้บรรลุอภิญญา สมาบัติ ทรงมีฤทธิ์เดชมาก ทรงเหาะเหินเดินอากาศได้

ครั้งหนึ่ง ท้าวมหาพรหม ทรงประสงค์จะทดสอบบารมีของเจ้าชายมหานารทะ จึงทรงเนรมิตป่าไม้ให้แห้งแล้ง เกิดไฟป่าลุกลามไปทั่ว ทรงหวังให้เจ้าชายมหานารทะ สิ้นหวังและสิ้นชีวิต

แต่เจ้าชายมหานารทะ ทรงมีพระทัยมั่นคงในคุณธรรม ทรงดำริว่า “หากเราสิ้นชีวิตลง ก็จะกลับไปเกิดในภพภูมิที่ดีกว่า” เมื่อทรงคิดเช่นนั้นแล้ว ก็ทรงเหาะขึ้นสู่ท้องฟ้า ทรงรำลึกถึงพระคุณของท้าวมหาพรหม และอธิษฐานจิตขอให้เกิดฝนโปรยปรายลงมาดับไฟป่า

ทันใดนั้นเอง เมฆหมอกก็ก่อตัวขึ้น เกิดฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนัก ดับไฟป่าให้สงบลง

ท้าวมหาพรหม ทรงประทับใจในบารมีของเจ้าชายมหานารทะเป็นยิ่งนัก ทรงปรากฏกายขึ้น และตรัสว่า “เจ้าคือผู้ที่สมบูรณ์ด้วยบารมีแล้ว เจ้าจงไปสู่พระนิพพานอันเป็นที่สุดแห่งทุกข์”

เจ้าชายมหานารทะ ทรงรับพรจากท้าวมหาพรหม แล้วทรงบรรลุพระนิพพานในที่สุด

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

การดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท หมั่นเจริญสติภาวนา จะนำไปสู่ความหลุดพ้นจากกิเลสตัณหา และความทุกข์ทั้งปวง

บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สาลกชาดก
529มหานิบาต

สาลกชาดก

ความภักดีคือสิ่งประเสริฐณ เมืองเวฬุวัน อันร่มรื่นด้วยหมู่ไม้เขียวขจี มีพ่อค้าผู้มั่งคั่งอาศัยอยู่ พ่...

💡 ความภักดีต่อบุพการีเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ ควรยึดมั่นในความกตัญญูกตเวที

สิงคลชาดก
78เอกนิบาต

สิงคลชาดก

สิงคลชาดก ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ มีนครหลวงชื่อว่าราชคฤห์ เป็นที่ประทับของพระเจ้าพิมพิสาร กษัตริย์...

💡 การมีจิตใจที่ใฝ่รู้ และพร้อมที่จะรับฟังคำสั่งสอนอันดีงาม ย่อมนำพาชีวิตไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

สุมังคลชาดก (Sumangala Jataka)
163ทุกนิบาต

สุมังคลชาดก (Sumangala Jataka)

สุมังคลชาดกกาลครั้งหนึ่งในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็น "สุมังคละ" พรา...

💡 การยอมรับความผิดพลาดของตนเอง และการมุ่งมั่นที่จะแก้ไข เป็นหนทางสู่การหลุดพ้นจากความทุกข์ และนำมาซึ่งความสงบสุขทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

ปิลักขชาดก (เรื่องนางผึ้ง)
169ทุกนิบาต

ปิลักขชาดก (เรื่องนางผึ้ง)

ปิลักขชาดก (เรื่องนางผึ้ง) ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณธัญญาหาร ในสมัยโบราณกาล มีเมืองสาว...

💡 ความสามัคคีและน้ำใจช่วยเหลือกัน สามารถผ่านพ้นอุปสรรคได้เสมอ

มหาปทุมชาดก
1เอกนิบาต

มหาปทุมชาดก

มหาปทุมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี มีพระโพธิสัตว์ชาติหนึ่งได้เสวยพระชาติเ...

💡 ความเพียร สติ และคุณธรรม นำพาไปสู่ความพ้นทุกข์

สิริชาดก
16เอกนิบาต

สิริชาดก

สิริชาดก ในสมัยโบราณกาล ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง กาลครั้งหนึ่ง มีพระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นพราหมณ์ผู้...

💡 ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นเครื่องมืออันทรงพลัง ที่สามารถขจัดความทุกข์ และนำพาชีวิตไปสู่ความสุขที่แท้จริง การช่วยเหลือผู้อื่น ไม่เพียงแต่สร้างประโยชน์แก่ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างบุญบารมี และความสุขแก่ตนเองอีกด้วย

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว