ข้ามไปเนื้อหาหลัก
คิริมานันทชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
314

คิริมานันทชาดก

Buddha24 AIจตุกกนิบาต
ฟังเนื้อหา

คิริมานันทชาดก

ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในพระนครเวสาลีอันรุ่งเรือง มีพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็น พระพุทธเจ้า ซึ่งในชาตินั้น ทรงดำรงเป็น พระราชา ผู้ทรงทศพิธราชธรรม มีพระนามว่า พระเจ้าวิเทหราช พระองค์ทรงปกครองแว่นแคว้นด้วยทศพิธราชธรรม ทรงโปรดปรานความยุติธรรมและความสงบสุขของอาณาประชาราษฎร์ ทรงมีพระมเหสีอันเป็นที่รักยิ่ง พระนามว่า พระนางสิริมา ผู้ทรงมีรูปโฉมงดงามและพระคุณอันประเสริฐ

ในพระนครเวสาลีนั้น มี กุมาร องค์หนึ่งซึ่งเป็นโอรสของพระเจ้าวิเทหราช ทรงมีรูปโฉมงดงามราวกับเทวดา ทรงพระนามว่า เจ้าชายคิริมานันทะ พระองค์ทรงมีพระสิริโฉมอันน่าหลงใหล กอปรด้วยพระปัญญาและความสามารถอันเลิศล้ำ แต่กระนั้น เจ้าชายคิริมานันทะ ก็ทรงมีพระทัยผูกพันอยู่กับ พระมเหสี ของพระองค์เป็นอย่างยิ่ง พระมเหสีองค์นั้นมิใช่พระนางสิริมา แต่เป็นพระมเหสีอีกพระองค์หนึ่งซึ่งทรงมีรูปโฉมงดงามยิ่งกว่าสิ่งใด ทรงพระนามว่า พระนางคิริมา

พระนางคิริมา ทรงมีรูปโฉมงดงามราวกับนางฟ้า ทรงมีเสน่ห์อันน่าหลงใหล ยากที่จะหาใครเปรียบได้ เจ้าชายคิริมานันทะ ทรงรักและหลงใหลในพระนางคิริมาเป็นอย่างยิ่ง ทรงใช้เวลาอยู่กับพระนางคิริมาตลอดเวลา ไม่ทรงสนใจกิจราชการบ้านเมือง หรือแม้แต่พระมารดา คือพระนางสิริมา

วันเวลาผ่านไป พระเจ้าวิเทหราช ทรงเห็นว่าเจ้าชายคิริมานันทะ ทรงละเลยหน้าที่ของพระองค์ ทำให้กิจการบ้านเมืองบางส่วนขาดการดูแลเอาใจใส่ ทรงมีพระทัยกังวล จึงทรงมีพระประสงค์จะอบรมสั่งสอนเจ้าชายคิริมานันทะ ให้ทรงเห็นถึงความสำคัญของหน้าที่

พระเจ้าวิเทหราช ทรงมีพระราชดำริว่า "เราจักต้องหาวิธีทำให้โอรสของเราเห็นแจ้งถึงโทษของการหลงใหลในรูปโฉม จนละเลยหน้าที่อันสำคัญยิ่งกว่า" พระองค์จึงทรงปรึกษากับเหล่าเสนาบดีผู้เป็นที่ปรึกษา

เสนาบดีผู้เฒ่าผู้หนึ่ง กราบทูลว่า "ข้าแต่พระเจ้าอยู่หัว ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม เห็นควรว่า เราควรจะหา รูป ที่งามสง่า แต่ไม่มีชีวิต มาประดับไว้ในตำหนักของเจ้าชาย เพื่อให้พระองค์ทรงเห็นว่า ความงามที่ไร้จิตวิญญาณนั้น หาความจีรังไม่"

พระเจ้าวิเทหราช ทรงพอพระทัยในคำแนะนำนั้น จึงมีรับสั่งให้จัดเตรียม รูปปั้น อันงดงามที่สุดเท่าที่จะหาได้ รูปปั้นนั้นสร้างขึ้นจากวัสดุชั้นดี วาดลวดลายประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง ใบหน้ายิ้มแย้ม ดวงตาเป็นประกาย ท่าทางสง่างามราวกับมีชีวิต

เมื่อรูปปั้นนั้นถูกนำมาประดับไว้ในตำหนักของเจ้าชายคิริมานันทะ ทรงรู้สึกประหลาดพระทัย แต่ก็ทรงชื่นชมในความงามของรูปปั้นนั้นมิใช่น้อย

วันหนึ่ง ขณะที่เจ้าชายคิริมานันทะ ทรงนั่งอยู่กับพระนางคิริมา ทรงมีพระดำรัสตรัสถามพระนางว่า "พระมเหสีผู้เป็นที่รักของข้า หากว่าแม้นรูปปั้นอันงดงามนี้ มีชีวิตขึ้นมา และกลายเป็นพระมเหสีของเราแทนที่พระองค์ ท่านจะทรงรู้สึกอย่างไร"

พระนางคิริมา ทรงมีพระพักตร์ที่เศร้าหมองลงเล็กน้อย แต่ก็ทรงตอบด้วยน้ำเสียงอันอ่อนหวานว่า "หากแม้นรูปปั้นนั้นมีชีวิต และได้มาเป็นมเหสีของพระองค์ หม่อมฉันก็คงจะไม่มีความสุขอีกต่อไปเพคะ"

เจ้าชายคิริมานันทะ ทรงรับฟังแล้วก็ทรงนิ่งไป ทรงเริ่มคิดถึงคำพูดของพระนางคิริมา

ในขณะเดียวกัน พระเจ้าวิเทหราช ทรงสังเกตอาการของเจ้าชายคิริมานันทะอยู่เสมอ ทรงเห็นว่าเจ้าชายเริ่มมีพระทัยหวั่นไหวกับคำถามของพระองค์

วันต่อมา พระเจ้าวิเทหราช ทรงมีพระราชดำรัสสั่งให้เสนาบดีนำ รูปปั้น นั้น ออกไปจากตำหนักของเจ้าชาย

เมื่อรูปปั้นนั้นหายไป เจ้าชายคิริมานันทะ ทรงรู้สึกใจหาย แต่ก็ทรงสังเกตว่า พระนางคิริมาทรงมีท่าทางที่เปลี่ยนไป พระนางดูเหมือนจะมีความสุขมากขึ้น

พระเจ้าวิเทหราช ทรงเรียกเจ้าชายคิริมานันทะ เข้าเฝ้า และตรัสว่า "โอรสของเรา คิริมานันทะ ท่านหลงใหลในรูปโฉมของพระนางคิริมาเสียจนละเลยหน้าที่ของพระองค์ แต่ท่านเคยคิดหรือไม่ว่า รูปโฉมนั้น ย่อมมีความเสื่อมไปตามกาลเวลา แม้นรูปปั้นอันงดงามที่สุด ก็หาใช่สิ่งที่จะอยู่คู่กับเราตลอดไปไม่"

เจ้าชายคิริมานันทะ ทรงสดับฟังพระราชดำรัสของพระบิดา ก็ทรงมีพระทัยสำนึกผิด ทรงตระหนักถึงความผิดพลาดของพระองค์

พระเจ้าวิเทหราช ทรงตรัสต่อไปว่า "ความงามที่แท้จริงนั้น ย่อมมิได้อยู่ที่รูปกายภายนอก แต่อยู่ที่จิตใจอันบริสุทธิ์ การทำหน้าที่อันดีงาม และการเป็นที่รักของอาณาประชาราษฎร์"

เจ้าชายคิริมานันทะ ทรงก้มกราบพระบิดา และทูลว่า "ข้าพระพุทธเจ้า สำนึกผิดแล้วเพคะ บัดนี้ ข้าพระพุทธเจ้าจะทรงตั้งมั่นในหน้าที่ และจะทรงปฏิบัติตนให้สมกับเป็นพระโอรสของพระองค์"

นับแต่นั้นมา เจ้าชายคิริมานันทะ ทรงเปลี่ยนแปลงพระองค์ไปโดยสิ้นเชิง ทรงหมั่นศึกษาเล่าเรียนวิชาการต่างๆ ทรงใส่ใจในกิจราชการบ้านเมือง ทรงหมั่นเข้าเฝ้าพระมารดา และทรงปฏิบัติต่อพระนางคิริมาด้วยความรักและเคารพ แต่ก็มิได้หลงใหลจนละเลยหน้าที่อีกต่อไป

พระนางคิริมาเอง ก็ทรงมีความสุขเมื่อได้เห็นเจ้าชายคิริมานันทะ ทรงตั้งมั่นในความดีงาม

พระเจ้าวิเทหราช ทรงพอพระทัยในพระโอรสของพระองค์ ทรงเห็นว่าเจ้าชายคิริมานันทะ ได้ทรงเติบโตขึ้นเป็นผู้มีสติปัญญาและความรับผิดชอบ

วันเวลาผ่านไป เจ้าชายคิริมานันทะ ทรงเจริญวัยขึ้น และทรงได้ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระเจ้าวิเทหราช ทรงปกครองแว่นแคว้นด้วยทศพิธราชธรรม ทรงเป็นที่รักของอาณาประชาราษฎร์

เรื่องราวของเจ้าชายคิริมานันทะ และพระนางคิริมา ได้เล่าขานสืบต่อกันมา เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้คนได้ตระหนักถึงคุณค่าที่แท้จริงของความงาม และความสำคัญของการทำหน้าที่

เรื่องเล่าจากพุทธกาล จบลงเพียงเท่านี้

พระพุทธเจ้า ตรัสถึงชาดกนี้ว่า ในอดีตกาลเมื่อครั้งที่พระองค์ยังเป็น เจ้าชายคิริมานันทะ นั้น ทรงหลงใหลในรูปโฉมของ พระมเหสี จนละเลยหน้าที่ และพระบิดาคือ พระเจ้าวิเทหราช ได้ทรงสอนให้เห็นว่าความงามภายนอกนั้น หาความจีรังไม่ และหน้าที่อันสำคัญยิ่งกว่า

คติธรรม

ความงามที่แท้จริงนั้น ย่อมอยู่ที่จิตใจอันบริสุทธิ์ การทำหน้าที่อันดีงาม และการเป็นที่รักของผู้อื่น รูปกายภายนอกนั้นย่อมมีความเสื่อมไปตามกาลเวลา

บารมีที่บำเพ็ญ

บารมีที่บำเพ็ญในชาตินี้ คือ ปัญญาบารมี และ ขันติบารมี

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความงามที่แท้จริงนั้น ย่อมอยู่ที่จิตใจอันบริสุทธิ์ การทำหน้าที่อันดีงาม และการเป็นที่รักของผู้อื่น รูปกายภายนอกนั้นย่อมมีความเสื่อมไปตามกาลเวลา

บารมีที่บำเพ็ญ: บารมีที่บำเพ็ญในชาตินี้ คือ ปัญญาบารมี และ ขันติบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

พระโพธิสัตว์เป็นลิงผู้มีความเพียร
496ปกิณณกนิบาต

พระโพธิสัตว์เป็นลิงผู้มีความเพียร

พระโพธิสัตว์เป็นลิงผู้มีความเพียร ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ยังบำเพ็ญบารมีอยู่ พระอง...

💡 ความเพียรที่แท้จริงนั้นมิใช่การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จเพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่คือการไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค การอดทนต่อความยากลำบาก และการใช้สติปัญญาควบคู่ไปกับความพยายาม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความกล้าหาญและเสียสละ คือการแสดงออกซึ่งความเพียรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

กุกกุรชาดก
266ติกนิบาต

กุกกุรชาดก

กุกกุรชาดกณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ ปกครองโดยพระเจ้าพรหมทัตต์ กษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม เป็นยุคแห่งค...

💡 การมีปัญญาและความเมตตา สามารถทำให้เกิดมิตรภาพและความเข้าใจ แม้ในหมู่ศัตรู และการให้อภัยคือหนทางแห่งสันติสุข.

สิริวิชยชาดก (The Victory of Merit)
224ทุกนิบาต

สิริวิชยชาดก (The Victory of Merit)

สิริวิชยชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่มนุษย์และเทวดายังมีปฏิสัมพันธ์กันได้ มีเมืองอันรุ่งเรือ...

💡 คุณธรรมและบารมีที่สั่งสมมา เป็นเกราะป้องกันภัยอันยิ่งใหญ่ การต่อสู้ด้วยสติปัญญาและความเมตตา สามารถนำมาซึ่งชัยชนะที่ยั่งยืนและสันติภาพ

มหาธนูคีรีชาดก
236ทุกนิบาต

มหาธนูคีรีชาดก

มหาธนูคีรีชาดก ณ ดินแดนชมพูทวีปอันอุดมสมบูรณ์ เมื่อครั้งพุทธกาล พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระยาช้าง...

💡 การให้อภัยผู้อื่น แม้ในยามที่เราถูกกระทำ เป็นหนทางแห่งความสงบที่แท้จริง และการเห็นคุณค่าของชีวิตผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความดีงาม.

กุฏสิขชาดก (เรื่องอีกา)
179ทุกนิบาต

กุฏสิขชาดก (เรื่องอีกา)

กุฏสิขชาดก (เรื่องอีกา) ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี ขณะที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตว...

💡 การทำกรรมดีย่อมนำมาซึ่งผลดี การทำกรรมชั่วย่อมนำมาซึ่งผลชั่ว การเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารเป็นไปตามกฎแห่งกรรม แม้ในสถานะที่ต่ำต้อยเพียงใด หากตั้งมั่นในความดีและระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ก็ย่อมสามารถพบหนทางแห่งการพ้นทุกข์ได้

กุมภชาดก (เรื่องหม้อ)
187ทุกนิบาต

กุมภชาดก (เรื่องหม้อ)

กุมภชาดก (เรื่องหม้อ) ณ อาณาจักรอันรุ่งเรืองแห่งแคว้นมคธ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์ทรงบังเ...

💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้เห็นว่า ความเมตตาและความกล้าหาญสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ใหญ่หลวงได้ แม้ผู้กระทำจะมีร่างกายที่เล็กกว่า แต่หากมีจิตใจที่มุ่งมั่นและตั้งใจจริง ย่อมสามารถสร้างสิ่งดีงามให้เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ ยังสอนให้เราไม่ควรดูถูกผู้อื่น และควรช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากเสมอ

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว