
ในอดีตกาล เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์ยังทรงบำเพ็ญเพียรเป็นพระโพธิสัตว์ ได้ทรงเวียนว่ายตายเกิดเป็นพระเจ้าแผ่นดินนามว่า พระเจ้าสัญชีวกะ ทรงปกครองแคว้นโกศล
พระเจ้าสัญชีวกะ ทรงเป็นผู้มีพระทัยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยธรรมะ ทำให้เหล่าพสกนิกรอยู่เย็นเป็นสุข
พระองค์ทรงมีพระมเหสีผู้ทรงมีพระสิริโฉมงดงาม และเปี่ยมด้วยคุณธรรม
วันหนึ่ง ขณะที่พระเจ้าสัญชีวกะทรงประทับอยู่ ณ สวนหลวง จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น
ชายหนุ่มผู้นี้มีรูปร่างผอมเกร็ง ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาฉายแววแห่งความทุกข์ทรมาน
“ท่านคือใคร?” พระเจ้าสัญชีวกะทรงถามด้วยความสงสัย
“หม่อมฉันชื่อ สัญชีวกะ” ชายหนุ่มตอบเสียงแหบพร่า “เป็นบุตรของกษัตริย์องค์ก่อน แต่ถูกเนรเทศออกจากเมือง”
พระเจ้าสัญชีวกะทรงสงสารชายหนุ่มผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง
“มาเถิด” พระเจ้าสัญชีวกะตรัส “เราจะให้ที่พักพิงแก่เจ้า”
พระเจ้าสัญชีวกะทรงนำชายหนุ่มนามว่า สัญชีวกะ มาพักอาศัยในวัง และทรงให้การดูแลอย่างดี
แต่หารู้ไม่ว่า ชายหนุ่มผู้นี้ คือผู้มีจิตใจอันคดโกง
เมื่อสัญชีวกะได้เข้ามาอยู่ในวัง เขาก็เริ่มวางแผนการร้าย
เขาสังเกตเห็นว่า พระมเหสีของพระเจ้าสัญชีวกะ ทรงมีรูปโฉมงดงามยิ่งนัก
“พระมเหสีของพระเจ้าสัญชีวกะ ช่างงดงามราวกับนางฟ้า” สัญชีวกะรำพึง “หากเราได้นางมาเป็นของเรา คงจะดี”
สัญชีวกะเริ่มวางแผนยั่วยวนพระมเหสี
วันหนึ่ง ขณะที่พระเจ้าสัญชีวกะเสด็จออกไปประพาสนอกเมือง สัญชีวกะก็เข้าไปหาพระมเหสี
“พระมเหสีผู้เลอโฉม” สัญชีวกะกล่าว “หม่อมฉันหลงรักพระองค์ตั้งแต่แรกเห็น”
พระมเหสีทรงตกใจกับคำพูดของสัญชีวกะ
“ท่านพูดอะไร!” พระมเหสีตรัส “ท่านเป็นบุรุษที่พระสวามีของเราทรงให้ความเมตตา”
“แต่หม่อมฉันรักพระองค์” สัญชีวกะกล่าว “โปรดเห็นใจหม่อมฉันด้วย”
พระมเหสีทรงปฏิเสธคำพูดของสัญชีวกะ และทรงตำหนิว่าเขาประพฤติตนไม่เหมาะสม
สัญชีวกะรู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อพระเจ้าสัญชีวกะเสด็จกลับมา สัญชีวกะก็เข้าไปกราบทูลฟ้องพระเจ้าสัญชีวกะ
“ฝ่าบาท!” สัญชีวกะกล่าว “พระมเหสีของพระองค์ ทรงมีพระประสงค์จะลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาท!”
พระเจ้าสัญชีวกะทรงตกพระทัย
“เป็นไปได้อย่างไร!” พระองค์ตรัส “พระมเหสีของเรา ผู้มีพระทัยซื่อตรง จะทำเช่นนี้ได้อย่างไร!”
“หม่อมฉันเห็นกับตาตนเองเพคะฝ่าบาท” สัญชีวกะกล่าว “พระมเหสีทรงวางแผนจะวางยาพิษในอาหารของฝ่าบาท”
พระเจ้าสัญชีวกะทรงเชื่อคำกล่าวอ้างของสัญชีวกะ
ด้วยความหลงผิด พระองค์จึงทรงมีคำสั่งให้จับกุมพระมเหสีไปลงโทษ
“จับพระมเหสีของเราไป!” พระเจ้าสัญชีวกะตรัส “สั่งให้ตัดพระชิวหาของนาง!”
พระมเหสีทรงเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง
“หม่อมฉันมิได้ทำผิด!” พระมเหสีตรัส “เหตุใดฝ่าบาทจึงทรงเชื่อคำยุยงของมารร้ายเช่นนั้น!”
แต่พระเจ้าสัญชีวกะก็ไม่ทรงฟัง
เมื่อพระมเหสีทรงถูกตัดพระชิวหาแล้ว ก็ทรงถูกนำไปปล่อยทิ้งไว้ ณ ป่าช้า
แต่ด้วยบุญบารมีที่พระมเหสีทรงบำเพ็ญมา พระองค์ก็ยังคงมีชีวิตอยู่
วันหนึ่ง ขณะที่พระมเหสีกำลังนั่งเสียใจอยู่ ณ ป่าช้า ก็มีนักบวชรูปหนึ่งเดินผ่านมา
นักบวชรูปนั้นคือ พระโพธิสัตว์ในอดีตชาติ
พระโพธิสัตว์ทรงเห็นสภาพของพระมเหสี จึงทรงสงสาร
“โยม” พระโพธิสัตว์ตรัส “เหตุไฉนจึงมานั่งเสียใจอยู่ ณ ที่นี้”
พระมเหสีทรงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้นักบวชฟัง
พระโพธิสัตว์ทรงทราบว่าพระมเหสีทรงบริสุทธิ์ และทรงถูกใส่ร้าย
“อย่าเสียใจไปเลยโยม” พระโพธิสัตว์ตรัส “เราจะช่วยเหลือเจ้า”
พระโพธิสัตว์ทรงนำพระมเหสีไปยังอาศรมของตน และทรงให้การดูแลรักษา
ต่อมา พระเจ้าสัญชีวกะทรงทราบข่าวว่า พระมเหสีของพระองค์ยังคงมีชีวิตอยู่
พระองค์ทรงรู้สึกเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ที่ทรงหลงเชื่อคำยุยงของสัญชีวกะ
พระองค์จึงรีบเสด็จไปยังอาศรมของนักบวช เพื่อขออภัยโทษจากพระมเหสี
“ที่รัก” พระเจ้าสัญชีวกะตรัส “เราผิดไปแล้ว เราหลงผิดเชื่อคำยุยงของมารร้าย ทำให้เจ้าต้องทนทุกข์ทรมาน”
พระมเหสีทรงให้อภัยแก่พระสวามี
“หม่อมฉันให้อภัยแก่ฝ่าบาทแล้วเพคะ” พระมเหสีตรัส “ขอฝ่าบาททรงโปรดจงให้อภัยแก่ตนเอง และทรงตั้งมั่นในธรรมะต่อไป”
พระเจ้าสัญชีวกะทรงนำพระมเหสีกลับคืนสู่วัง และทรงลงโทษสัญชีวกะ
พระองค์ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยทศพิธราชธรรม และทรงอยู่ร่วมกับพระมเหสีอย่างมีความสุข
คติธรรม:
การหลงเชื่อคำยุยงของคนพาล ย่อมนำมาซึ่งความสูญเสียและการพลัดพราก การให้อภัยเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ และความซื่อสัตย์สุจริตเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
บารมีที่บำเพ็ญ:
ขันติบารมี, เมตตาบารมี
— In-Article Ad —
การหลงเชื่อคำยุยงของคนพาลนำมาซึ่งความสูญเสีย การให้อภัยเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ
บารมีที่บำเพ็ญ: ขันติบารมี, เมตตาบารมี
— Ad Space (728x90) —
434นวกนิบาตอุเทนชาดกกาลครั้งหนึ่งในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ทรงถือกำเนิดเป็นอุเทนกุมาร โอรสของพระเจ้าพรหมทัตต์ ผู้คร...
💡 การเสียสละลาภยศสรรเสริญ เพื่อแสวงหาความสงบที่แท้จริง และการใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหา ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่ยั่งยืน.
252ติกนิบาตปัฏฐกชาดก (ครั้งที่ 3) ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในกาลเมื่อพระโพธิสัตว์ของเราทรงอุบัติเป็นปัฏฐกะ พราหมณ์ผ...
💡 ความเมตตาและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ย่อมส่งผลดีตอบแทนกลับคืนมาเสมอ แม้แต่สัตว์เล็กๆ ก็สามารถตอบแทนบุญคุณได้ การช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด ย่อมเป็นการสร้างบุญกุศล และเป็นหนทางสู่ความสุขที่แท้จริง
275ติกนิบาตอัคคิชาดก เรื่องย่อ กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว สมัยที่โลกยังเต็มไปด้วยควา...
121เอกนิบาตมหาปทุมชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่พระโพธิสัตว์ยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ พระองค์ทรงอุบัติ...
💡 ความเสียสละ การให้ทานอันยิ่งใหญ่ แม้จะต้องแลกมาด้วยสิ่งที่รักที่สุด ก็ย่อมนำมาซึ่งผลบุญอันมหาศาล.
71เอกนิบาตมุฏฐิละชาดก ในอดีตกาลนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพราหมณ์หนุ่มผู้มี...
💡 ความประมาทนำมาซึ่งความเสื่อม การให้อภัยและการให้โอกาสย่อมนำมาซึ่งการเริ่มต้นใหม่ ความเมตตาและการช่วยเหลือผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่นำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง
115เอกนิบาตอัชชุตรชาดก ณ เมืองพาราณสีอันรุ่งเรือง มีพระราชาผู้ทรงธรรมพระนามว่า พระเจ้าอัชชุตร พระองค์ทรงปกครองบ...
💡 การให้ย่อมชนะความโลภ และการมีน้ำใจสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดจากความเห็นแก่ตัว
— Multiplex Ad —