
ณ แคว้นมคธ เมืองหลวงที่รุ่งเรือง มีนักปราชญ์ผู้หนึ่งเป็นที่เคารพนับถือของคนทั้งปวง เขาเป็นผู้ที่มีความรู้กว้างขวาง มีปัญญาเฉลียวฉลาด และสามารถตอบคำถามที่ยากที่สุดได้
วันหนึ่ง พระราชาแห่งแคว้นมคธ ทรงมีพระราชดำริว่า “เราจะทดสอบสติปัญญาของนักปราชญ์ผู้นี้ดู ว่ามีความรู้ความสามารถสมคำร่ำลือหรือไม่”
พระราชาจึงมีรับสั่งให้เรียกนักปราชญ์เข้ามาเฝ้า และตั้งคำถามที่ซับซ้อนยากจะหาคำตอบ
“ท่านนักปราชญ์” พระราชาตรัส “จงบอกเรามาว่า สิ่งใดคือสิ่งที่เร็วที่สุดในโลก?”
นักปราชญ์ได้ฟังดังนั้น ก็มิได้แสดงอาการประหลาดใจแต่อย่างใด ท่านตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงว่า “ข้าแต่มหาราช สิ่งที่เร็วที่สุดในโลกคือ ‘ใจ’ ของเรา”
พระราชาทรงแปลกพระทัย “ใจหรือ? เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น?”
“เพราะว่า ‘ใจ’ ของเรานั้น สามารถคิดนึกถึงสิ่งใดก็ได้ในพริบตาเดียว” นักปราชญ์อธิบาย “แม้แต่การเดินทางข้ามมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ หรือข้ามภูเขาสูงชัน เพียงแค่ ‘ใจ’ เราคิดถึง ก็เหมือนเราได้ไปถึงที่นั่นแล้ว”
พระราชาทรงพอพระทัยในคำตอบของนักปราชญ์เป็นอย่างยิ่ง
ต่อมา พระราชาทรงมีพระราชดำริอีกครั้ง “เราจะทดสอบสติปัญญาของนักปราชญ์ผู้นี้อีกครั้ง”
พระราชาจึงตรัสถามนักปราชญ์ว่า “ท่านนักปราชญ์ จงบอกเรามาว่า สิ่งใดคือสิ่งที่ช้าที่สุดในโลก?”
นักปราชญ์ตอบด้วยน้ำเสียงเช่นเดิมว่า “ข้าแต่มหาราช สิ่งที่ช้าที่สุดในโลกคือ ‘ใจ’ ของเรา”
พระราชาทรงสงสัยยิ่งขึ้น “ใจหรือ? เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น? เมื่อสักครู่ท่านยังบอกว่าใจเร็วที่สุด”
“ข้าแต่มหาราช” นักปราชญ์กล่าว “แม้ว่า ‘ใจ’ จะรวดเร็วเพียงใด แต่ถ้าหาก ‘ใจ’ ของเรานั้นเต็มไปด้วยความโกรธ ความเกลียด หรือความเศร้าหมอง ‘ใจ’ ของเราก็จะเหมือนถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวน ยากที่จะก้าวไปข้างหน้าได้”
“เช่นเดียวกับผู้ที่ถูกจองจำในคุก หรือผู้ที่ถูกกักขังในเรือนจำ แม้จะอยู่ในอิสรภาพ แต่ ‘ใจ’ ของเขาก็เหมือนถูกจองจำอยู่
“ดังนั้น ‘ใจ’ ที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ย่อมเป็นสิ่งที่ช้าที่สุดในโลก”
พระราชาทรงพอพระทัยในคำตอบของนักปราชญ์ยิ่งขึ้นไปอีก
ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็นพระราชาแห่งแคว้นโกศล พระองค์ทรงเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด และทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยความยุติธรรม
วันหนึ่ง พระโพธิสัตว์ทรงมีพระราชดำริว่า “เราจะทดสอบสติปัญญาของบรรดาข้าราชบริพารของเราดู ว่ามีความรู้ความสามารถเพียงใด”
พระองค์จึงทรงเรียกประชุมเหล่าข้าราชบริพาร และตรัสถามว่า “สิ่งใดคือสิ่งที่เร็วที่สุดในโลก?”
เหล่าข้าราชบริพารต่างก็ตอบคำถามกันไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่า “ลม” บ้างก็ว่า “แสง” บ้างก็ว่า “ความคิด”
แต่ไม่มีใครสามารถตอบได้ตรงใจพระโพธิสัตว์
ในขณะนั้นเอง มีนักปราชญ์ผู้หนึ่งซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของพระราชา ได้เข้ามาถวายคำตอบว่า “ข้าแต่มหาราช สิ่งที่เร็วที่สุดในโลกคือ ‘ใจ’ ของเรา”
พระโพธิสัตว์ทรงพอพระทัยในคำตอบของนักปราชญ์
ต่อมา พระโพธิสัตว์ทรงมีพระราชดำริอีกครั้ง “เราจะทดสอบสติปัญญาของบรรดาข้าราชบริพารของเราอีกครั้ง”
พระองค์จึงตรัสถามว่า “สิ่งใดคือสิ่งที่ช้าที่สุดในโลก?”
เหล่าข้าราชบริพารต่างก็ตอบคำถามกันไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่า “การรอคอย” บ้างก็ว่า “ความโกรธ” บ้างก็ว่า “ความเสียใจ”
แต่ไม่มีใครสามารถตอบได้ตรงใจพระโพธิสัตว์
ในขณะนั้นเอง นักปราชญ์ผู้เดิม ก็ได้เข้ามาถวายคำตอบว่า “ข้าแต่มหาราช สิ่งที่ช้าที่สุดในโลกคือ ‘ใจ’ ของเรา”
พระโพธิสัตว์ทรงถามว่า “เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น?”
นักปราชญ์อธิบายว่า “หาก ‘ใจ’ ของเรานั้นถูกครอบงำด้วยกิเลสตัณหา เช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง ‘ใจ’ ของเราก็จะเหมือนถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวน ยากที่จะก้าวไปข้างหน้าได้”
“ดังนั้น ‘ใจ’ ที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ย่อมเป็นสิ่งที่ช้าที่สุดในโลก”
พระโพธิสัตว์ทรงพอพระทัยในคำตอบของนักปราชญ์ยิ่งขึ้นไปอีก พระองค์ทรงเห็นว่านักปราชญ์ผู้นี้มีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติของจิตใจอย่างถ่องแท้
เมื่อพระพุทธองค์ตรัสเล่าเรื่องนี้จบลง ทรงหันไปตรัสกับพระภิกษุผู้หลงผิดว่า “ดูก่อนภิกษุ จงระลึกถึงกาลครั้งนั้น เมื่อเราเป็นพระราชา เจ้าเป็นนักปราชญ์ผู้มีปัญญา”
พระภิกษุผู้หลงผิดก็เกิดความเลื่อมใสในพระปัญญาของพระพุทธองค์
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ‘ใจ’ นั้นมีทั้งความเร็วและความช้า ขึ้นอยู่กับการปรุงแต่งของกิเลสตัณหา หากจิตใจสงบ ปราศจากกิเลส ก็จะดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว แต่หากถูกกิเลสครอบงำ ก็จะเหมือนถูกจองจำ และเคลื่อนไปอย่างเชื่องช้า
— In-Article Ad —
ใจเป็นสิ่งที่รวดเร็วที่สุดเมื่อปราศจากกิเลส แต่เป็นสิ่งที่ช้าที่สุดเมื่อถูกกิเลสครอบงำ
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี, วิริยบารมี
— Ad Space (728x90) —
439ทสกนิบาตมหาอุตตรชาดก ณ ดินแดนอันห่างไกลโพ้น ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศล มีเมืองอันรุ่งเรืองนามว่า เ...
💡 ความตระหนี่นำมาซึ่งความทุกข์ การบำเพ็ญทานนำมาซึ่งความสุข
98เอกนิบาตกุมารชาดก ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง ท่ามกลางพระราชวังที่โอ่อ่าตระการตา พระเจ้าพรหมทัตผู้ทรงทศพิธราช...
💡 แม้แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษ ก็อาจมาพร้อมกับความรับผิดชอบหรือโอกาสในการช่วยเหลือผู้อื่น การรู้จักใช้สิ่งที่เรามีให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมนั้น ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความภาคภูมิใจ
6เอกนิบาตในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของ...
💡 ความดีงามที่แท้จริงนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชาติกำเนิด หรือตำแหน่งหน้าที่ แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำ และจิตใจของเรา การร่วมมือกันด้วยความเข้าใจ และความปรองดอง สามารถแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน และนำมาซึ่งความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง.
46เอกนิบาตทุติยกุมารชาดก ทุติยกุมารชาดก ครั้งเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระ...
💡 ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเสียสละ และความเมตตากรุณา ย่อมนำมาซึ่งความเจริญและความสงบสุข
2เอกนิบาตเตมิยชาดกณ กรุงมิถิลา เมืองหลวงอันรุ่งเรืองแห่งแคว้นวิเทหะ พระนางจันทวดี มเหสีของพระเจ้าวิเทหราช ทรง...
💡 ความสุขที่แท้จริง คือการหลุดพ้นจากกิเลสและการยึดติด
63เอกนิบาตสุปารักขิตชาดก ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรืองในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นกษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราช...
💡 การใช้สติปัญญาและคุณธรรมในการแก้ไขปัญหา ย่อมมีพลังมากกว่ากำลังหรืออาวุธ
— Multiplex Ad —