
ในสมัยพุทธกาล พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ที่วัดพระเชตวันมหาวิหาร ทรงมีพระภิกษุรูปหนึ่งเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด สามารถแสดงธรรมเทศนาได้อย่างไพเราะจับใจ จนเป็นที่รักใคร่ของพุทธบริษัททั้งหลาย แต่ก็มีภิกษุอีกรูปหนึ่งซึ่งเป็นผู้ที่ถูกพระพุทธองค์ทรงตำหนิเรื่องการอวดอ้างคุณวิเศษที่ไม่มีอยู่จริง
เรื่องมีอยู่ว่า ภิกษุรูปหนึ่ง ได้อ้างตนว่าสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ และได้สาธิตให้ชาวบ้านดูจนเกิดความเลื่อมใส แต่แล้วเมื่อมีการทดสอบอย่างจริงจัง ภิกษุรูปนั้นก็ไม่สามารถแสดงอิทธิฤทธิ์ได้ดังที่กล่าวอ้าง ทำให้ชาวบ้านผิดหวังและไม่ศรัทธาอีกต่อไป พระพุทธองค์จึงทรงตำหนิภิกษุรูปนั้น และทรงระลึกถึงอดีตชาติของพระภิกษุทั้งสอง
ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็นฤาษีผู้ทรงคุณวิเศษ อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ ณ อาศรมอันสงบเงียบ ท่านเป็นผู้มีศีลธรรมอันดีงาม และมีฤทธิ์เดชมาก สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้
อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่พระโพธิสัตว์กำลังนั่งบำเพ็ญเพียรอยู่ ก็มีนางยักษิณีตนหนึ่งซึ่งมีรูปร่างหน้าตางดงามราวกับเทพธิดา ได้เข้ามาที่อาศรมของท่าน
“ท่านฤาษีผู้ทรงคุณ” นางยักษิณีกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานล่อลวง “ข้าพเจ้าป่วยไข้มานาน ขอท่านโปรดช่วยรักษาข้าพเจ้าด้วยเถิด”
พระโพธิสัตว์ผู้มีเมตตา เมื่อได้ยินดังนั้น ก็ไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือ ท่านจึงได้หยิบสมุนไพรวิเศษมาปรุงเป็นยา และมอบให้แก่นางยักษิณี
“จงนำยานี้ไปดื่ม แล้วท่านจะหายจากอาการป่วย” พระโพธิสัตว์กล่าว
นางยักษิณีรับยามา แล้วก็แสดงท่าทีขอบคุณอย่างยิ่งยวด “ขอบคุณท่านฤาษีผู้ใจดี ข้าพเจ้าจะไม่มีวันลืมบุญคุณของท่าน”
เมื่อนางยักษิณีได้รับยาแล้ว นางก็กลับไปยังที่อยู่ของตนเอง แต่แทนที่จะดื่มยา นางกลับนำยาไปทิ้งเสีย
หลังจากนั้น ไม่นาน นางยักษิณีก็กลับมาที่อาศรมของพระโพธิสัตว์อีกครั้ง
“ท่านฤาษีผู้ทรงคุณ” นางยักษิณีกล่าว “ข้าพเจ้าดื่มยาของท่านแล้ว แต่ก็ยังไม่หายป่วย”
พระโพธิสัตว์ทรงแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่สงสัยในตัวนาง ท่านจึงได้ปรุงยาชุดใหม่ให้แก่นางอีกครั้ง
“จงนำยานี้ไปดื่ม แล้วคราวนี้ท่านจะหายเป็นปลิดทิ้ง” พระโพธิสัตว์กล่าว
นางยักษิณีก็รับยาไปอีกครั้ง และนำไปทิ้งเช่นเดิม
เหตุการณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นเวลาหลายครั้ง
พระโพธิสัตว์ได้ปรุงยาให้แก่นางยักษิณีครั้งแล้วครั้งเล่า แต่นางก็ไม่เคยนำยาไปดื่มเลย
ในที่สุด พระโพธิสัตว์ก็เริ่มสงสัยในพฤติกรรมของนางยักษิณี ท่านจึงได้ใช้ญาณทิพย์ของท่านตรวจสอบดู
เมื่อใช้ญาณทิพย์เพ่งมองไปที่นางยักษิณี พระโพธิสัตว์ก็เห็นสิ่งที่น่าตกใจ
“นางยักษิณีตนนี้เป็นเพียงมารยา” พระโพธิสัตว์ทรงคิด “นางไม่ได้ป่วยไข้แต่อย่างใด แต่นางเพียงต้องการจะหลอกลวงเรา เพื่อให้เราเสียเวลาและพลังงาน”
เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงทราบความจริง พระองค์ก็ทรงตำหนิตัวเองที่หลงเชื่อคำลวงของนางยักษิณี
“เราควรจะมีสติและปัญญามากกว่านี้” พระโพธิสัตว์ตรัสกับตนเอง “เราไม่ควรเชื่ออะไรง่ายๆ โดยปราศจากการพิจารณา”
พระโพธิสัตว์จึงไม่ยอมปรุงยาให้แก่นางยักษิณีอีกต่อไป
นางยักษิณีเมื่อรู้ว่าถูกจับได้ ก็ตกใจและเสียใจเป็นอย่างมาก นางจึงได้ยอมสารภาพความจริงกับพระโพธิสัตว์
“ท่านฤาษีผู้ทรงคุณ” นางยักษิณีกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ข้าพเจ้าขออภัยที่หลอกลวงท่าน ข้าพเจ้าไม่ได้ป่วยไข้แต่อย่างใด เพียงแต่ข้าพเจ้าต้องการจะทดสอบท่าน ว่าท่านจะหลงเชื่อคำลวงของข้าพเจ้าหรือไม่”
พระโพธิสัตว์ทรงฟังคำสารภาพของนางยักษิณี แล้วทรงสอนให้นางรู้จักการพูดความจริง และการไม่หลอกลวงผู้อื่น
“การหลอกลวงผู้อื่นนั้น เป็นบาป” พระโพธิสัตว์กล่าว “หากเจ้าต้องการความสุขที่แท้จริง เจ้าต้องเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์และมีสัจจะ”
นางยักษิณีได้ฟังดังนั้น ก็เกิดความละอายใจ และสัญญาว่าจะไม่หลอกลวงใครอีกต่อไป
เมื่อพระพุทธองค์ตรัสเล่าเรื่องนี้จบลง ทรงหันไปตรัสกับพระภิกษุผู้ถูกตำหนิว่า “ดูก่อนภิกษุ จงระลึกถึงกาลครั้งนั้น เมื่อเราเป็นฤาษี เจ้าเป็นนางยักษิณีที่หลอกลวง”
พระภิกษุผู้ถูกตำหนิก็เกิดความละอายใจ และยอมรับผิด
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การหลอกลวงผู้อื่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะนอกจากจะสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นแล้ว ยังนำความเสื่อมเสียมาสู่ตนเองอีกด้วย
— In-Article Ad —
การหลอกลวงผู้อื่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียและบาปกรรม
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี, สัจจบารมี
— Ad Space (728x90) —
7เอกนิบาตกุรุงคมุขชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีเมืองสำคัญแห่งหนึ่งชื่อว่า ราชคฤห์ อันเป็นที่ประท...
💡 การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และการเสียสละเพื่อผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่จะนำพาความสุขที่แท้จริงมาให้ การหลงในความโลภ ความเชื่อผิดๆ และการเบียดเบียนผู้อื่น จะนำมาซึ่งความทุกข์และความเดือดร้อน
380ฉักกนิบาตวิรุฬหชาดกณ อาณาจักรที่รุ่งเรืองแห่งหนึ่ง นามว่า อังคะ มีพระราชาผู้ทรงปรีชาสามารถนามว่า พระวิรุฬห พร...
💡 ความอาฆาตแค้นนำมาซึ่งความเดือดร้อน การให้อภัยและให้โอกาสในการกลับตัวกลับใจเป็นหนทางสู่ความสงบสุข
28เอกนิบาตพญานาคราชผู้ทรงทศพิธราชธรรมณ เบื้องล่างสุดของมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล ท่ามกลางหมู่ปะการังหลากสีสันท...
💡 การแก้ไขปัญหาด้วยปัญญาและความเมตตาย่อมนำมาซึ่งสันติสุขที่ยั่งยืนกว่าการใช้กำลัง
75เอกนิบาตสุภวาหุชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่พระโพธิสัตว์ยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ชาติหนึ่ง ได้เสวยพระช...
💡 การทำความดี ย่อมส่งผลดีกลับคืนมาเสมอ แม้ในยามที่เราตกยาก ผู้อื่นก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเรา การช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เพียงการแสดงความเมตตา แต่เป็นการสร้างบุญบารมี ที่จะส่งผลดีแก่ตัวเราในภายภาคหน้า
146เอกนิบาตอังคารชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า โสณกะ เขาเป็นผู้มีทรัพย์สินเงินท...
💡 กรรมใดใครทำ กรรมนั้นย่อมส่งผลเสมอ แม้แต่ผลไม้ที่เคยให้คุณ ก็สามารถให้โทษได้หากถูกปรุงแต่งด้วยเจตนาร้าย
21เอกนิบาตมหาปัญญาวนกชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าอันสงบร่มรื่นแห่งหนึ่ง ณ แคว้นมคธ มีพญานกแขกเต้าตนหนึ่ง ท...
💡 อย่าหลงเชื่อคำพูดที่อ่อนหวานเกินจริง และจงพิจารณาให้รอบคอบก่อนช่วยเหลือผู้อื่น เพราะบางครั้งผู้ที่ดูน่าสงสาร อาจมีเจตนาแอบแฝงที่ชั่วร้ายอยู่เบื้องหลัง
— Multiplex Ad —