
ณ กรุงพาราณสี เมืองหลวงที่รุ่งเรืองด้วยการค้าขายและความมั่งคั่ง มีเศรษฐีผู้หนึ่งเป็นที่ร่ำรวยมหาศาล มีทรัพย์สินเงินทองมากมายจนนับไม่ถ้วน เขามีลูกสาวเพียงคนเดียว นามว่า นางสุชาดา นางเป็นหญิงสาวผู้เลอโฉม งดงามทั้งรูปกายและกิริยามารยาท เป็นที่หมายปองของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั่วเมือง
วันหนึ่ง เศรษฐีได้จัดงานฉลองใหญ่เพื่อเฉลิมฉลองความมั่งคั่งของตนเอง เขาเชิญแขกเหรื่อผู้มีเกียรติมาร่วมงานมากมาย รวมถึงเหล่าบรรดาบุตรชายของเหล่าเสนาบดีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
ในบรรดาแขกเหรื่อเหล่านั้น มีบุตรชายของข้าราชการผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นชายหนุ่มรูปงาม มีไหวพริบเฉลียวฉลาด และมีความทะเยอทะยานสูง เขาชื่อว่า “วิมละ” วิมละได้เห็นนางสุชาดาในงานเลี้ยง และเกิดหลงรักนางทันที เขาจึงเข้าไปหานางสุชาดา เพื่อแนะนำตัวและแสดงความชื่นชม
“ท่านหญิงสุชาดา” วิมละกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ข้าพเจ้าวิมละ ผู้เป็นบุตรของท่านขุนนางในราชสำนัก ข้าพเจ้าเห็นท่านในงานนี้แล้วรู้สึกประทับใจในความงามของท่านยิ่งนัก”
นางสุชาดาได้ฟังก็รู้สึกดีกับคำชมของวิมละ แต่ก็ยังคงรักษาท่าทีอันเรียบร้อย “ท่านวิมละ ท่านกล่าวชมเกินไปแล้ว ข้าพเจ้าเป็นเพียงสตรีธรรมดา”
หลังจากงานเลี้ยงเลิก วิมละก็พยายามหาวิธีเข้าหานางสุชาดาอยู่เสมอ เขาคอยสังเกตพฤติกรรมของนาง และพยายามหาโอกาสที่จะพูดคุยกับนาง
วันหนึ่ง ขณะที่นางสุชาดากำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้าน วิมละก็แอบเข้าไปหานาง
“ท่านหญิงสุชาดา” วิมละร้องเรียก “ข้าพเจ้าขอโอกาสท่านพูดคุยด้วยสักครู่”
นางสุชาดาตกใจเล็กน้อย แต่ก็ตอบอย่างใจเย็น “ท่านวิมละ ท่านมาทำสิ่งใดที่นี่?”
“ข้าพเจ้าไม่สามารถห้ามใจตนเองได้” วิมละสารภาพ “เมื่อได้เห็นท่าน ข้าพเจ้าก็รู้สึกรักและหลงใหลในตัวท่านอย่างสุดซึ้ง ข้าพเจ้าขอฝากตัวเป็นคนรักของท่านได้หรือไม่?”
นางสุชาดาได้ยินดังนั้นก็ตกใจยิ่งขึ้น นางรู้ดีว่าบิดาของตนเองนั้นมีความทะเยอทะยานสูง และย่อมไม่ยอมให้บุตรสาวไปแต่งงานกับบุตรชายของข้าราชการธรรมดา
“ท่านวิมละ” นางสุชาดาตอบ “ท่านพูดเรื่องอะไรกันเช่นนี้ บิดาของข้าพเจ้าเป็นเศรษฐีใหญ่ ย่อมไม่ยอมให้ข้าพเจ้าไปแต่งงานกับท่าน ซึ่งเป็นเพียงบุตรข้าราชการ”
วิมละได้ฟังก็หัวเราะ “ท่านหญิงสุชาดา ท่านอย่าเพิ่งปฏิเสธข้าพเจ้าเลย จงให้โอกาสข้าพเจ้าพิสูจน์ตนเองเถิด ข้าพเจ้าจะพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่า ข้าพเจ้าจะสามารถร่ำรวยและมีฐานะทัดเทียมกับบิดาของท่านได้อย่างแน่นอน”
นางสุชาดาเห็นความมุ่งมั่นของวิมละ จึงใจอ่อนลงเล็กน้อย “หากท่านแน่ใจเช่นนั้น ข้าพเจ้าก็จะรอคอยดู”
หลังจากนั้น วิมละก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการทำมาหากิน เขาเริ่มจากการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดและขยันขันแข็ง ทำให้กิจการของเขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เขาค้าขายสินค้าที่มีกำไรมาก และลงทุนอย่างชาญฉลาด
ไม่นานนัก วิมละก็เริ่มมีฐานะร่ำรวยขึ้นเรื่อยๆ เขาสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวจนมีทรัพย์สินเงินทองเทียบเคียงกับเศรษฐีได้
เมื่อเศรษฐีพ่อของนางสุชาดาได้ยินข่าวว่าวิมละมีความร่ำรวยขึ้นมาก เขาก็รู้สึกประหลาดใจและสงสัย
วันหนึ่ง เศรษฐีจึงเรียกวิมละเข้ามาพบ
“ท่านวิมละ” เศรษฐีกล่าว “เราได้ยินข่าวว่าท่านร่ำรวยขึ้นมาก เป็นเพราะเหตุใด?”
วิมละจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เศรษฐีฟัง ว่าเขาตกหลุมรักนางสุชาดา และได้ให้สัญญากับนางว่าจะพิสูจน์ตนเองให้ได้
เศรษฐีได้ฟังก็ทึ่งในความพยายามและความสามารถของวิมละ เขาเห็นว่าวิมละเป็นคนฉลาด มีความเพียร และมีความซื่อสัตย์ต่อคำพูด
“เรายอมรับในความสามารถของท่าน” เศรษฐีกล่าว “เราจะยกนางสุชาดาให้แต่งงานกับท่าน”
ทั้งสองจึงได้แต่งงานกัน และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
เมื่อพระพุทธองค์ตรัสเล่าเรื่องนี้จบลง ทรงหันไปตรัสกับพระภิกษุรูปหนึ่งว่า “ดูก่อนภิกษุ จงระลึกถึงกาลครั้งนั้น เมื่อเราเป็นวิมละ เจ้าเป็นนางสุชาดา”
พระภิกษุรูปนั้นจึงเกิดความเลื่อมใสในพระพุทธองค์ยิ่งขึ้น
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความพากเพียรพยายาม และความซื่อสัตย์ต่อคำพูด สามารถนำพาไปสู่ความสำเร็จและความสุขได้
— In-Article Ad —
ความเพียรพยายาม ความซื่อสัตย์ และความตั้งใจจริง สามารถนำไปสู่ความสำเร็จได้
บารมีที่บำเพ็ญ: วิริยบารมี, สัจจบารมี
— Ad Space (728x90) —
351ปัญจกนิบาตมหาวณิชชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสี อันเป็นนครแห่งความเจริญรุ่งเรือง มีพ่อค้าผู้หนึ่งนาม...
💡 ความสำเร็จที่แท้จริงเกิดจากการวางแผนที่ดี ความกล้าหาญ สติปัญญา และความอดทน การรู้จักรอคอยและใช้ประโยชน์จากสถานการณ์อย่างชาญฉลาด.
41เอกนิบาตสารภังคชาดก ณ แคว้นมคธ อันเป็นที่ตั้งแห่งเมืองราชคฤห์อันรุ่งเรือง สมัยพุทธกาล ที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรง...
💡 สารภังคชาดกสอนให้เราเห็นถึงความสำคัญของปัญญา การศึกษาเล่าเรียน และการนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น นอกจากนี้ยังสอนให้เห็นถึงความซื่อสัตย์สุจริต การมีเมตตาธรรม การให้อภัย และการไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ แม้จะถูกใส่ร้ายป้ายสี ก็ต้องยืนหยัดในความถูกต้อง
327จตุกกนิบาตสิริมาลชาดก ในสมัยพุทธกาล เมื่อครั้งที่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันมหาวิหาร กรุง...
💡 สิริมาลชาดก สอนให้เราเห็นถึงผลของกรรมที่ส่งผลต่อชีวิต การประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ จะนำมาซึ่งความดีงามและความเจริญรุ่งเรือง การรู้จักต่อสู้ดิ้นรน อดทน และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เป็นคุณสมบัติอันล้ำค่าที่จะช่วยให้เราผ่านพ้นทุกข์ยากไปได้ นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการช่วยเหลือผู้อื่น เมื่อเรามีกำลังหรือบุญบารมีเพียงพอ
155ทุกนิบาตนฬิรชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ มีเมืองหลวงชื่อว่าราชคฤห์ เป็นเมืองที่เจริ...
💡 นฬิรชาดกสอนให้เราเห็นถึงภัยอันตรายของการหลงเชื่อคำยุยงของคนพาล และความสำคัญของการใช้ปัญญาไตร่ตรองในทุกสิ่ง การบำเพ็ญบารมีที่แท้จริงนั้น มิใช่การทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น แต่เป็นการบำเพ็ญคุณงามความดีด้วยความเมตตากรุณา และการเสียสละโดยไม่เบียดเบียน
179ทุกนิบาตกุฏสิขชาดก (เรื่องอีกา) ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี ขณะที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตว...
💡 การทำกรรมดีย่อมนำมาซึ่งผลดี การทำกรรมชั่วย่อมนำมาซึ่งผลชั่ว การเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารเป็นไปตามกฎแห่งกรรม แม้ในสถานะที่ต่ำต้อยเพียงใด หากตั้งมั่นในความดีและระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ก็ย่อมสามารถพบหนทางแห่งการพ้นทุกข์ได้
382ฉักกนิบาตเมฆชาดก (ครั้งที่ 2) ในอดีตกาล เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ ทรงบังเกิดเป็น พ...
💡 ทุกสรรพสิ่งล้วนมีคุณค่าและหน้าที่ของตนเอง แม้สิ่งนั้นจะดูเหมือนไร้ประโยชน์ในสายตาของผู้อื่นก็ตาม การรู้จักใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มี การรู้จักมอบสิ่งนั้นแก่ผู้อื่นอย่างเหมาะสม และการรู้จักพัฒนาตนเองอยู่เสมอ จะนำมาซึ่งความสุขและความสำเร็จ
— Multiplex Ad —