
ในสมัยพุทธกาล ณ เมืองสาวัตถี อันเป็นเมืองที่รุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนา มีชายหนุ่มผู้หนึ่งนามว่า "จุลลเสฏฐิ" เป็นบุตรของเศรษฐีผู้มั่งคั่ง แต่ทว่าเขากลับเป็นผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย ไม่รู้จักประหยัดอดออม.
จุลลเสฏฐิ ใช้ชีวิตไปวันๆ ไปกับการเที่ยวเตร่ ดื่มกิน เสพสุข ไม่เคยคิดถึงการทำงาน หรือการสร้างเนื้อสร้างตัว.
วันหนึ่ง ขณะที่เขาเดินเล่นอยู่ในตลาด ก็พลันเห็นชายขอทานผู้หนึ่งกำลังนั่งขอทานอยู่.
ชายขอทานผู้นั้น มีรูปร่างผอมโซ หน้าตาอิดโรย แต่มือของเขากำลังถือข้าวเหนียวร้อนๆ อยู่หนึ่งปั้น.
จุลลเสฏฐิ เห็นดังนั้น ก็เกิดความสงสัย จึงเข้าไปถามชายขอทานว่า "ท่าน ท่านดูท่านซูบผอมถึงเพียงนี้ เหตุใดท่านจึงยังมีข้าวเหนียวอยู่อีกเล่า?"
ชายขอทานเงยหน้าขึ้นมองจุลลเสฏฐิ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงอันอ่อนแรงว่า "ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้านั้นหิวโหยมานานแล้ว เมื่อสักครู่ ข้าพเจ้าได้รับข้าวเหนียวปั้นนี้มาจากผู้มีใจบุญ แต่มันมีรสขมจัด ข้าพเจ้าจึงยังไม่กล้ากิน"
จุลลเสฏฐิ ได้ฟังดังนั้น ก็เกิดความโลภขึ้นมาทันที เขาคิดว่า "ข้าวเหนียวที่รสขม ย่อมจะต้องมีราคาแพงเป็นแน่"
ด้วยความโลภ จุลลเสฏฐิ จึงกล่าวกับชายขอทานว่า "ท่าน หากท่านไม่ต้องการข้าวเหนียวแล้วไซร้ โปรดมอบให้ข้าพเจ้าเถิด ข้าพเจ้าจะให้ท่านด้วยเงิน."
ชายขอทานเห็นว่าตนเองก็ไม่ต้องการข้าวเหนียวที่มีรสขมนั้นอยู่แล้ว จึงตอบตกลง.
จุลลเสฏฐิ จึงมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับชายขอทาน แล้วรับข้าวเหนียวปั้นนั้นมา.
เมื่อได้ข้าวเหนียวมาแล้ว จุลลเสฏฐิ ก็รีบนำไปขายให้กับพ่อค้าในตลาด.
พ่อค้าเมื่อเห็นจุลลเสฏฐิ นำข้าวเหนียวมาขาย ก็แปลกใจ พ่อค้าจึงถามว่า "นี่ท่านนำข้าวเหนียวอะไรมาขาย?"
จุลลเสฏฐิ ตอบว่า "ข้าพเจ้านำข้าวเหนียวมาขาย"
พ่อค้าได้ลองชิมข้าวเหนียว แล้วก็พบว่ามันมีรสชาติขมจัด จึงพูดว่า "ข้าวเหนียวนี้มีรสขมชวนอาเจียน ข้าพเจ้าไม่สามารถซื้อไปขายได้"
จุลลเสฏฐิ ได้ฟังดังนั้น ก็เสียใจเป็นอย่างยิ่ง เขารู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้กำไร.
แต่ทว่า พ่อค้าก็ยังคงให้เงินแก่จุลลเสฏฐิ เล็กน้อย เพื่อเป็นการตอบแทนที่นำข้าวเหนียวมาขาย.
จุลลเสฏฐิ รับเงินมาด้วยความน้อยใจ.
ในขณะเดียวกัน พระพุทธองค์ทรงทราบเรื่องราวของจุลลเสฏฐิ จึงทรงมีพระประสงค์จะโปรดสัตว์.
พระพุทธองค์จึงเสด็จไปยังบ้านของจุลลเสฏฐิ.
เมื่อจุลลเสฏฐิ เห็นพระพุทธองค์ ก็รีบถวายบังคม.
พระพุทธองค์ทรงตรัสถามว่า "ท่าน จุลลเสฏฐิ เหตุใดท่านจึงดูเศร้าหมองเช่นนี้?"
จุลลเสฏฐิ จึงกราบทูลเรื่องราวทั้งหมดให้พระพุทธองค์ทรงทราบ.
พระพุทธองค์ทรงสดับดังนั้น ก็ทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อย แล้วตรัสว่า "ดูกร จุลลเสฏฐิ ท่านจงเห็นโทษแห่งความฟุ่มเฟือย และความโลภ.
ในอดีตกาลชาติหนึ่ง ท่านได้เคยเกิดเป็นพ่อค้าที่ร่ำรวย แต่ด้วยความที่ท่านไม่รู้จักประมาณในการใช้จ่าย และมีความโลภในการค้าขาย ทำให้ท่านสูญเสียทรัพย์สมบัติไปทั้งหมด.
ในชาติปัจจุบันนี้ ท่านยังคงมีนิสัยความโลภติดตัวมาอยู่.
ท่านจงเลิกนิสัยฟุ่มเฟือย และหมั่นทำงานหาเลี้ยงชีพด้วยความขยันหมั่นเพียร.
จงหมั่นทำบุญทำทาน และใช้ทรัพย์สินที่หามาได้ด้วยความชอบธรรม.
หากท่านปฏิบัติตามนี้ ท่านก็จะประสบความสุขความเจริญในชีวิต."
จุลลเสฏฐิ ได้ฟังธรรมอันลึกซึ้งของพระพุทธองค์ ก็เกิดความสำนึกผิด.
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา จุลลเสฏฐิ ก็ได้เลิกนิสัยฟุ่มเฟือย และหันมาทำงานอย่างขยันหมั่นเพียร.
เขาหมั่นทำบุญทำทาน และใช้ทรัพย์สินที่หามาได้ด้วยความชอบธรรม.
ด้วยบุญกุศลที่เขาได้บำเพ็ญมา ทำให้เขามีความสุขความเจริญในชีวิต และเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในที่สุด.
— In-Article Ad —
ความฟุ่มเฟือยและความโลภเป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ ควรประหยัดอดออม ขยันหมั่นเพียร และใช้ทรัพย์สินที่หามาได้ด้วยความชอบธรรม
บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี, ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
410สัตตกนิบาตสุริยสัจจชาดกณ เมืองกาสีอันร่มรื่น ซึ่งมีแม่น้ำคงคาไหลผ่าน เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณธัญญา...
💡 ความสัตย์จริงเป็นคุณธรรมอันสูงสุด แม้จะนำมาซึ่งความยากลำบาก แต่สุดท้ายย่อมนำมาซึ่งชัยชนะและความน่าเชื่อถือ
76เอกนิบาตคันธกชาดก ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี อันเป็นนครอันรุ่งเรือง ท่ามกลางหมู่มหาชนที่เบียดเสียดกันไปมา ...
💡 ความซื่อสัตย์และความจริงใจ เป็นคุณธรรมที่นำพาความสำเร็จ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้อื่น
47เอกนิบาตโภชชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสี มีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าพรหมทัต ทรง...
💡 ความไม่รู้จักพอในกามคุณ ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น การรู้จักประมาณตน การมีเมตตาธรรม และการแบ่งปัน คือหนทางสู่ความสุขที่แท้จริง
19เอกนิบาตมหาสีลวชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันเป็นที่ตั้งของมหานครราชคฤห์ ขณะนั้นพระโพธิสัตว์ทรง...
💡 ศีลธรรมเป็นเกราะคุ้มกันภัยอันยิ่งใหญ่ แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคหรือภยันตรายเพียงใด หากเรายึดมั่นในความดีงาม ความบริสุทธิ์ และความถูกต้องแล้ว เราจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปได้เสมอ
13เอกนิบาตสุมังคลชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ นครพาราณสี อันรุ่งเรืองด้วยมหาทรัพย์และผู้คน ผู้คนต่างมีจิตใจโ...
💡 ชีวิตนั้นไม่เที่ยงแท้ เราไม่ควรมัวเมาประมาทในการใช้ชีวิต ควรหมั่นทำความดี และแสวงหาหนทางพ้นทุกข์
8เอกนิบาตมหาสุตโสมชาดก ในสมัยพุทธกาล ขณะที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี ท...
💡 กามคุณเป็นสิ่งลวงตา นำมาซึ่งความทุกข์ หากไม่รู้จักประมาณตนและยับยั้งชั่งใจ
— Multiplex Ad —