ข้ามไปเนื้อหาหลัก
จุลลเสฏฐิชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
25

จุลลเสฏฐิชาดก

Buddha24เอกนิบาต
ฟังเนื้อหา

จุลลเสฏฐิชาดก

ในสมัยพุทธกาล ณ เมืองสาวัตถี อันเป็นเมืองที่รุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนา มีชายหนุ่มผู้หนึ่งนามว่า "จุลลเสฏฐิ" เป็นบุตรของเศรษฐีผู้มั่งคั่ง แต่ทว่าเขากลับเป็นผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย ไม่รู้จักประหยัดอดออม.

จุลลเสฏฐิ ใช้ชีวิตไปวันๆ ไปกับการเที่ยวเตร่ ดื่มกิน เสพสุข ไม่เคยคิดถึงการทำงาน หรือการสร้างเนื้อสร้างตัว.

วันหนึ่ง ขณะที่เขาเดินเล่นอยู่ในตลาด ก็พลันเห็นชายขอทานผู้หนึ่งกำลังนั่งขอทานอยู่.

ชายขอทานผู้นั้น มีรูปร่างผอมโซ หน้าตาอิดโรย แต่มือของเขากำลังถือข้าวเหนียวร้อนๆ อยู่หนึ่งปั้น.

จุลลเสฏฐิ เห็นดังนั้น ก็เกิดความสงสัย จึงเข้าไปถามชายขอทานว่า "ท่าน ท่านดูท่านซูบผอมถึงเพียงนี้ เหตุใดท่านจึงยังมีข้าวเหนียวอยู่อีกเล่า?"

ชายขอทานเงยหน้าขึ้นมองจุลลเสฏฐิ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงอันอ่อนแรงว่า "ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้านั้นหิวโหยมานานแล้ว เมื่อสักครู่ ข้าพเจ้าได้รับข้าวเหนียวปั้นนี้มาจากผู้มีใจบุญ แต่มันมีรสขมจัด ข้าพเจ้าจึงยังไม่กล้ากิน"

จุลลเสฏฐิ ได้ฟังดังนั้น ก็เกิดความโลภขึ้นมาทันที เขาคิดว่า "ข้าวเหนียวที่รสขม ย่อมจะต้องมีราคาแพงเป็นแน่"

ด้วยความโลภ จุลลเสฏฐิ จึงกล่าวกับชายขอทานว่า "ท่าน หากท่านไม่ต้องการข้าวเหนียวแล้วไซร้ โปรดมอบให้ข้าพเจ้าเถิด ข้าพเจ้าจะให้ท่านด้วยเงิน."

ชายขอทานเห็นว่าตนเองก็ไม่ต้องการข้าวเหนียวที่มีรสขมนั้นอยู่แล้ว จึงตอบตกลง.

จุลลเสฏฐิ จึงมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับชายขอทาน แล้วรับข้าวเหนียวปั้นนั้นมา.

เมื่อได้ข้าวเหนียวมาแล้ว จุลลเสฏฐิ ก็รีบนำไปขายให้กับพ่อค้าในตลาด.

พ่อค้าเมื่อเห็นจุลลเสฏฐิ นำข้าวเหนียวมาขาย ก็แปลกใจ พ่อค้าจึงถามว่า "นี่ท่านนำข้าวเหนียวอะไรมาขาย?"

จุลลเสฏฐิ ตอบว่า "ข้าพเจ้านำข้าวเหนียวมาขาย"

พ่อค้าได้ลองชิมข้าวเหนียว แล้วก็พบว่ามันมีรสชาติขมจัด จึงพูดว่า "ข้าวเหนียวนี้มีรสขมชวนอาเจียน ข้าพเจ้าไม่สามารถซื้อไปขายได้"

จุลลเสฏฐิ ได้ฟังดังนั้น ก็เสียใจเป็นอย่างยิ่ง เขารู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้กำไร.

แต่ทว่า พ่อค้าก็ยังคงให้เงินแก่จุลลเสฏฐิ เล็กน้อย เพื่อเป็นการตอบแทนที่นำข้าวเหนียวมาขาย.

จุลลเสฏฐิ รับเงินมาด้วยความน้อยใจ.

ในขณะเดียวกัน พระพุทธองค์ทรงทราบเรื่องราวของจุลลเสฏฐิ จึงทรงมีพระประสงค์จะโปรดสัตว์.

พระพุทธองค์จึงเสด็จไปยังบ้านของจุลลเสฏฐิ.

เมื่อจุลลเสฏฐิ เห็นพระพุทธองค์ ก็รีบถวายบังคม.

พระพุทธองค์ทรงตรัสถามว่า "ท่าน จุลลเสฏฐิ เหตุใดท่านจึงดูเศร้าหมองเช่นนี้?"

จุลลเสฏฐิ จึงกราบทูลเรื่องราวทั้งหมดให้พระพุทธองค์ทรงทราบ.

พระพุทธองค์ทรงสดับดังนั้น ก็ทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อย แล้วตรัสว่า "ดูกร จุลลเสฏฐิ ท่านจงเห็นโทษแห่งความฟุ่มเฟือย และความโลภ.

ในอดีตกาลชาติหนึ่ง ท่านได้เคยเกิดเป็นพ่อค้าที่ร่ำรวย แต่ด้วยความที่ท่านไม่รู้จักประมาณในการใช้จ่าย และมีความโลภในการค้าขาย ทำให้ท่านสูญเสียทรัพย์สมบัติไปทั้งหมด.

ในชาติปัจจุบันนี้ ท่านยังคงมีนิสัยความโลภติดตัวมาอยู่.

ท่านจงเลิกนิสัยฟุ่มเฟือย และหมั่นทำงานหาเลี้ยงชีพด้วยความขยันหมั่นเพียร.

จงหมั่นทำบุญทำทาน และใช้ทรัพย์สินที่หามาได้ด้วยความชอบธรรม.

หากท่านปฏิบัติตามนี้ ท่านก็จะประสบความสุขความเจริญในชีวิต."

จุลลเสฏฐิ ได้ฟังธรรมอันลึกซึ้งของพระพุทธองค์ ก็เกิดความสำนึกผิด.

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา จุลลเสฏฐิ ก็ได้เลิกนิสัยฟุ่มเฟือย และหันมาทำงานอย่างขยันหมั่นเพียร.

เขาหมั่นทำบุญทำทาน และใช้ทรัพย์สินที่หามาได้ด้วยความชอบธรรม.

ด้วยบุญกุศลที่เขาได้บำเพ็ญมา ทำให้เขามีความสุขความเจริญในชีวิต และเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในที่สุด.

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความฟุ่มเฟือยและความโลภเป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ ควรประหยัดอดออม ขยันหมั่นเพียร และใช้ทรัพย์สินที่หามาได้ด้วยความชอบธรรม

บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี, ปัญญาบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สุมังคลชาดก
260ติกนิบาต

สุมังคลชาดก

สุมังคลชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอดีตกาลอันไกลโพ้น พระโพธิสัตว์ทรงบังเกิดเป็นบุตรชายของนายช่างทอง...

💡 ความรักที่แท้จริง ความตั้งใจจริง และความสามารถ จะสามารถเอาชนะอุปสรรคทางสังคม และนำพาไปสู่ความสุขและความสำเร็จได้

กุมารชาดก
214ทุกนิบาต

กุมารชาดก

กุมารชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระกุมารผู้เปี่ยมด้วยพระปัญญาและความ...

💡 ปัญญาและเหตุผล ย่อมสามารถเอาชนะกำลังและความรุนแรงได้ การใช้วาจาอันสุนทรและการเจรจาอย่างชาญฉลาด เป็นหนทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

อุทายิชาดก
124เอกนิบาต

อุทายิชาดก

อุทายิชาดก ครั้งเมื่อครั้งพุทธกาล พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน มหาวิหาร เมื...

💡 การมีเมตตาจิตและไม่หวาดกลัวต่อภัยอันตราย ย่อมนำมาซึ่งผลดี และสามารถเปลี่ยนแปลงผู้อื่นให้ดีขึ้นได้ แม้แต่ผู้ที่เคยทำความผิดก็สามารถกลับตัวกลับใจได้หากได้รับคำชี้แนะที่ดี

สุวรรณทิฏฐิชาดก
242ทุกนิบาต

สุวรรณทิฏฐิชาดก

สุวรรณทิฏฐิชาดก ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นมนุษ...

💡 ความตระหนี่เป็นที่ตั้งแห่งความทุกข์ การให้ทานเป็นการสร้างบุญบารมี อันจะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ

กุฏิทสูตร
201ทุกนิบาต

กุฏิทสูตร

กุฏิทสูตรณ ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง นามว่า 'มัสสิสัปปะ' ซึ่งเป็นที่อยู่ของเหล่าดาบสผู้ทรงศีล มี...

💡 การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความจริงใจย่อมนำมาซึ่งมิตรภาพและความสุข การมีจิตใจที่สันโดษ ไม่ยึดติดในวัตถุ ย่อมนำมาซึ่งความสงบที่แท้จริง

กุรุงคมุขชาดก
7เอกนิบาต

กุรุงคมุขชาดก

กุรุงคมุขชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีเมืองสำคัญแห่งหนึ่งชื่อว่า ราชคฤห์ อันเป็นที่ประท...

💡 การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และการเสียสละเพื่อผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่จะนำพาความสุขที่แท้จริงมาให้ การหลงในความโลภ ความเชื่อผิดๆ และการเบียดเบียนผู้อื่น จะนำมาซึ่งความทุกข์และความเดือดร้อน

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว