
ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ นครพาราณสีอันรุ่งเรือง ท่ามกลางพระราชวังที่โอ่อ่าตระการตาซึ่งสะท้อนแสงทองอร่ามจากยอดปราสาทภายใต้แสงตะวัน มีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่าพระเจ้าพรหมทัต ทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข ไพร่ฟ้ามานากันถ้วนหน้า แต่กระนั้น พระองค์ก็ทรงมีพระทัยที่ขุ่นมัวอยู่เนืองๆ
สาเหตุแห่งความขุ่นมัวนั้น หาใช่เกิดจากภัยสงคราม ความอดอยาก หรือการก่อกบฏไม่ หากแต่เป็นเพราะพระองค์ทรงเชื่อในเรื่องโชคลางอย่างยิ่งยวด พระองค์ทรงหมั่นเพียรพยากรณ์ดวงชะตาของพระองค์เองอยู่เสมอ และทุกครั้งที่พระโหราจารย์ทูลทำนายว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับพระองค์ พระทัยของพระองค์ก็จะหม่นหมองไปด้วยความหวาดหวั่น
วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์ประทับอยู่บนพระแท่นทองในท้องพระโรงอันกว้างขวาง พระโหราจารย์ผู้ชราภาพได้ทูลว่า “ข้าแต่สมมติเทพ ดวงพระชะตาของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท บ่งชี้ว่าในอีกเจ็ดวันข้างหน้า จะมีภัยพิบัติร้ายแรงเกิดขึ้นแก่พระองค์ อาจถึงแก่ชีวิต!”
“อันใดหรือ! มีภัยร้ายมาถึงเราถึงเพียงนี้เชียวหรือ!” พระเจ้าพรหมทัตทรงตวาดเสียงดัง พระพักตร์ซีดเผือดราวกับกระดาษ
ความหวาดกลัวถาโถมเข้าใส่พระองค์อย่างรวดเร็ว พระองค์ทรงกังวลพระทัยจนไม่อาจเสวยพระกระยาหารได้ตามปกติ พระองค์ทรงตรัสเรียกพระมเหสีและเหล่าข้าราชบริพารเข้ามาปรึกษาหารือด้วยพระสุรเสียงอันสั่นเครือ
“พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่? โหราจารย์ทายว่าเราจะถึงแก่ชีวิตในอีกเจ็ดวันข้างหน้า เราจะทำเช่นไรกันดีเล่า!”
เหล่าข้าราชบริพารต่างก้มหน้าก้มตา บ้างก็เสนอให้สร้างป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุด บ้างก็แนะนำให้เสด็จประพาสไปยังที่อันห่างไกลเพื่อหลบภัย แต่พระเจ้าพรหมทัตก็ทรงไม่สบายพระทัยกับข้อเสนอเหล่านั้นเลย
ในขณะที่พระองค์กำลังระทมทุกข์อยู่นั้นเอง พระโพธิสัตว์ซึ่งทรงเสวยพระชาติเป็นสุมังคลมาณพ หนุ่มน้อยผู้เปี่ยมด้วยปัญญาและความเฉลียวฉลาด ได้ทราบถึงความเดือดร้อนของพระราชา จึงได้กราบทูลขอเข้าเฝ้า
เมื่อสุมังคลมาณพได้เข้าเฝ้าพระราชา เขาก็หมอบกราบลงแทบเบื้องพระบาท และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงว่า
“ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันได้ทราบถึงพระทุกข์พระทัยของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว หม่อมฉันมีความเห็นบางประการที่อาจจะช่วยแก้ไขปัญหาของพระองค์ได้”
พระเจ้าพรหมทัตทรงเงยพระพักตร์ขึ้นมองสุมังคลมาณพ ด้วยความหวังอันริบหรี่
“กล่าวมาเถิดสุมังคลมาณพ หากเจ้ามีหนทางใดที่จะช่วยเราได้ เราพร้อมที่จะรับฟัง”
สุมังคลมาณพกล่าวต่อว่า
“หม่อมฉันเชื่อว่า ชะตาชีวิตของมนุษย์นั้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการกระทำอันดีงาม และความเชื่อในโชคลางนั้นเป็นเพียงสิ่งลวงตาที่ทำให้จิตใจหวาดหวั่น หม่อมฉันขอให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงมอบหมายให้หม่อมฉันจัดการเรื่องนี้เอง”
พระเจ้าพรหมทัตทรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทรงมีพระดำรัสว่า
“เราจะมอบหมายเรื่องนี้ให้เจ้าสุมังคลมาณพ แต่หากมีอันตรายใดๆ เกิดขึ้นกับเรา เจ้าจะต้องรับผิดชอบ”
สุมังคลมาณพรับคำด้วยความมั่นใจ
ในวันรุ่งขึ้น สุมังคลมาณพได้ดำเนินการตามแผนที่เขาวางไว้ เขาสั่งให้คนงานจัดเตรียมเครื่องสักการะบูชาอันอุดมสมบูรณ์ และสั่งให้จัดเตรียมมหรสพสมโภชอย่างยิ่งใหญ่
เมื่อถึงวันเวลาที่พระโหราจารย์ทำนายไว้ว่าจะมีภัยพิบัติร้ายแรง สุมังคลมาณพได้เชิญพระราชาเสด็จประพาสไปยังอุทยานอันร่มรื่น เมื่อไปถึง เขาได้ถวายเครื่องสักการะบูชาแด่พระราชา และเชิญให้พระองค์ทรงร่วมในพิธีสักการะที่เขาได้จัดเตรียมไว้
ขณะที่พระราชาทรงเข้าร่วมในพิธี สุมังคลมาณพก็ได้กล่าวขึ้นว่า
“ข้าแต่สมมติเทพ ในวันนี้ หม่อมฉันได้นำเครื่องสักการะบูชาอันประเสริฐมาถวายแด่พระองค์ เพื่อเป็นการสักการะต่อบุญบารมีอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ และเพื่อเป็นการเสริมสร้างสิริมงคลแก่พระองค์ การมีจิตใจที่ตั้งมั่นในคุณงามความดี ย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและขับไล่สิ่งร้ายทั้งปวง”
จากนั้น สุมังคลมาณพก็เริ่มการแสดงมหรสพอย่างครึกครื้น เสียงดนตรีบรรเลงกึกก้อง มีการร่ายรำอันงดงาม เหล่าข้าราชบริพารต่างก็พากันปีติยินดี
เวลาได้ล่วงเลยไปจนถึงเวลาที่พระโหราจารย์ทำนายว่าจะเกิดภัยพิบัติ แต่กลับไม่มีอันตรายใดๆ เกิดขึ้นกับพระราชาเลยแม้แต่น้อย พระองค์ทรงมีพระวรกายที่แข็งแรง พระทัยที่เบิกบาน และทรงเพลิดเพลินกับบรรยากาศอันรื่นรมย์
เมื่อพิธีการต่างๆ สิ้นสุดลง สุมังคลมาณพจึงได้ทูลลาพระราชา
“ข้าแต่สมมติเทพ บัดนี้ กาลเวลาที่พระโหราจารย์ทำนายไว้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และไม่มีภัยใดๆ เกิดขึ้นแก่พระองค์เลย อันเป็นผลมาจากการที่พระองค์ทรงมีจิตใจที่ตั้งมั่นในการทำความดี และการเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่นี้เป็นการยืนยันว่า ความดี ย่อมชนะสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง”
พระเจ้าพรหมทัตทรงตระหนักได้ถึงสัจธรรมอันลึกซึ้ง พระองค์ทรงทรงพระเกษมสำราญเป็นอย่างยิ่ง และทรงเลิกเชื่อในเรื่องโชคลางนับตั้งแต่นั้นมา พระองค์ทรงยกย่องสรรเสริญสุมังคลมาณพ และทรงแต่งตั้งให้เขาเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญ
เรื่องราวของสุมังคลมาณพได้แพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดิน ทำให้ผู้คนตระหนักได้ว่า การสร้างบุญบารมีและการทำความดี คือหนทางที่ดีที่สุดในการป้องกันภัยอันตราย และนำมาซึ่งความสุขความเจริญ
การยึดมั่นในความดีและการทำบุญบารมี ย่อมเป็นเกราะป้องกันภัยอันตราย และนำมาซึ่งความสุขความเจริญที่แท้จริง การเชื่อในโชคลางโดยปราศจากเหตุผล ย่อมนำมาซึ่งความหวาดกลัวและวิตกกังวลโดยไม่จำเป็น
พระโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญ ปัญญาบารมี โดยการใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน และบำเพ็ญ วิริยบารมี โดยการลงมือปฏิบัติอย่างเต็มกำลังเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น
— In-Article Ad —
การยึดมั่นในความดีและการทำบุญบารมี ย่อมเป็นเกราะป้องกันภัยอันตราย และนำมาซึ่งความสุขความเจริญที่แท้จริง การเชื่อในโชคลางโดยปราศจากเหตุผล ย่อมนำมาซึ่งความหวาดกลัวและวิตกกังวลโดยไม่จำเป็น
บารมีที่บำเพ็ญ: พระโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญ ปัญญาบารมี โดยการใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน และบำเพ็ญ วิริยบารมี โดยการลงมือปฏิบัติอย่างเต็มกำลังเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น
— Ad Space (728x90) —
139เอกนิบาตสุปัตตชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ผู้มีปัญญาอันเลิศ...
💡 การเอาชนะอุปสรรคใหญ่หลวงได้นั้น ไม่ใช่เพราะปาฏิหาริย์ แต่เกิดจากปัญญา ความสามัคคี และความร่วมมือร่วมใจของทุกคนในสังคม
443ทสกนิบาตสุมังคลชาดกในอดีตกาล ณ เมืองราชคฤห์ อันเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นมคธ มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อว่า สุมังคะ เข...
💡 การเปิดใจรับฟัง การใช้ปัญญาพิจารณาไตร่ตรอง และการยอมรับในสัจธรรม คือหนทางสู่ความรู้แจ้งและพ้นทุกข์
400สัตตกนิบาตอุทุมพรชาดก: คุณค่าแห่งความดี นานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง บริเวณเชิงเขาแห่งหนึ่ง มีต้นมะเดื่อใ...
💡 คุณค่าที่แท้จริงของสิ่งต่างๆ ไม่ได้อยู่ที่ตัววัตถุเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่เจตนาและใจของผู้ครอบครองหรือผู้ให้ ความดีงามที่แฝงอยู่ในจิตใจ จะส่งผลให้สิ่งต่างๆ รอบตัวเรามีคุณค่าและนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง
325จตุกกนิบาตโสตถิชาดก ณ แคว้นมคธ อันเป็นที่ตั้งแห่งเมืองราชคฤห์ อันรุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนาเมื่อครั้งพุทธกาล ม...
💡 ปัญญาและความเมตตา สามารถเอาชนะอุปสรรคและความโลภได้ การช่วยเหลือผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
352ปัญจกนิบาตสุวรรณหังสชาดกในอดีตกาล ณ ป่าหิมพานต์อันเป็นแดนสุขาวดีที่เต็มไปด้วยพฤกษานานาพันธุ์ สัตว์ป่าน้อยใหญ่ต...
💡 สติปัญญาและความเมตตานำไปสู่ทางออกที่ดี การรักษาคำพูดและการรู้จักให้อภัยเป็นสิ่งสำคัญ.
317จตุกกนิบาตมหาธนุปชาดกในอดีตกาล เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏ ทรงได้อุบัติเป็น 'ธนู' อัน...
💡 พลังที่แท้จริงอยู่ที่การใช้ปัญญาและเมตตาควบคู่ไปกับการแสดงกำลัง
— Multiplex Ad —