
ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงจุติเป็นพญานกกระเรียนใหญ่ อาศัยอยู่ในป่าอันอุดมสมบูรณ์ นามว่า สกุณคีรี พญานกกระเรียนนี้มีลักษณะสง่างาม ขนสีขาวนวลผ่องราวหิมะ ปีกแข็งแรงสามารถพาล่องลอยไปได้ไกลแสนไกล ดวงตาคมกริบราวกับเพชร สื่อถึงความเฉลียวฉลาด และยามที่กางปีกออกสง่างามราวกับปราสาทแก้ว
ในป่าแห่งนั้น นอกจากพญานกกระเรียนแล้ว ยังมีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข แต่แล้ววันหนึ่ง ความสงบสุขก็ถูกทำลายลง เมื่อมีพญางูเห่าตัวมหึมานามว่า อัคคิวิสตัน เข้ามาอาศัยอยู่ในถ้ำใกล้บริเวณนั้น พญางูนี้มีพิษร้ายกาจยิ่งนัก ลำตัวเป็นประกายดุจอัญมณีสีดำ สองตาแดงก่ำราวกับไฟนรก เมื่อมันเลื้อยไปที่ใด ต้นไม้ใบหญ้าก็เหี่ยวเฉา แมลงและสัตว์เล็กสัตว์น้อยก็พากันหลบหนีด้วยความหวาดกลัว
พญางูอัคคิวิสตัน เป็นสัตว์ที่อาฆาตพยาบาทสูง เมื่อใดที่รู้สึกว่าถูกรบกวน ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด มันจะจดจำไว้ในใจ และหาทางแก้แค้นอย่างสาสม วันหนึ่ง มันกำลังเลื้อยไปตามลำธารเพื่อหาอาหาร สายตาอันเฉียบคมของมันไปพบกับผีเสื้อสีสวยงามตัวหนึ่ง กำลังกระพือปีกโบยบินอย่างร่าเริงอยู่เหนือผิวน้ำ พญางูเกิดความรำคาญใจ จึงพ่นพิษใส่ผีเสื้อจนตาย
ข่าวการตายของผีเสื้อแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว เหล่าสัตว์ป่าต่างพากันหวาดกลัวและกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะพญางูนี้มีอำนาจและน่าเกรงขามเกินกว่าที่ใครจะต่อกรได้ จึงพากันไปปรึกษาพญานกกระเรียน สกุณคีรี ซึ่งเป็นที่เคารพรักของสัตว์ทั้งปวง
“ท่านพญานกกระเรียนผู้ทรงปัญญา” สัตว์ทั้งหลายร้องบอก “บัดนี้พวกเราเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะพญางูอัคคิวิสตัน มันอาละวาดทำร้ายสัตว์ผู้อ่อนแอ จนพวกเราไม่กล้าแม้แต่จะออกหาอาหาร พวกเราจะทำอย่างไรดี?”
พญานกกระเรียน สกุณคีรี ได้ฟังดังนั้น ก็เกิดความสงสารในหมู่สัตว์ จึงกล่าวปลอบโยน “พวกท่านอย่าเพิ่งตกใจไป ข้าจะลองไปพูดคุยกับพญางูอัคคิวิสตันดู เพื่อขอให้มันสงบปากสงบคำลงบ้าง”
เมื่อพญานกกระเรียนกล่าวเช่นนั้น สัตว์ทั้งหลายก็ค่อยคลายความกังวลลง แต่ก็ยังคงแอบหวั่นใจอยู่ลึกๆ เพราะรู้ดีว่าพญางูนั้นร้ายกาจเพียงใด
รุ่งเช้า พญานกกระเรียน สกุณคีรี ก็ได้บินตรงไปยังถ้ำของพญางูอัคคิวิสตัน เมื่อไปถึง มันก็ส่งเสียงร้องเรียกอย่างสุภาพ “ท่านพญางูผู้ยิ่งใหญ่ ข้า สกุณคีรี พญานกกระเรียน ขออนุญาตเข้ามาพบท่าน”
เสียงแหบพร่าของพญางูอัคคิวิสตัน ดังออกมาจากในถ้ำ “มีเรื่องอันใดจึงมากวนใจข้าถึงที่นี่? หากไม่มีเรื่องสำคัญ จงไสหัวไปเสีย”
พญานกกระเรียนไม่แสดงอาการหวั่นไหว มันกล่าวต่อไปอย่างนุ่มนวล “ข้ามาในนามของเหล่าสัตว์ทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้ พวกเขาล้วนหวาดกลัวท่าน เกรงว่าท่านจะทำอันตรายพวกเขาโดยไม่เจตนา พวกเราจึงอยากจะขอร้องท่าน โปรดอย่าได้เบียดเบียนสัตว์ผู้อ่อนแอเลย”
พญางูอัคคิวิสตัน ได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะเสียงดังในลำคอ “ฮ่าๆๆ! สัตว์ผู้อ่อนแอ? แล้วมันเกี่ยวอันใดกับข้า? หากมันไม่แข็งแรงพอที่จะเอาตัวรอด ก็สมควรตายไปเสีย! ป่าแห่งนี้เป็นของข้า ผู้ใดขวางหน้า ข้าก็จะกัดเอา!”
พญานกกระเรียนพยายามอธิบาย “ท่านอย่าเพิ่งเข้าใจผิด การที่พวกเราขอร้อง ไม่ใช่เพราะเราอ่อนแอ แต่เพราะเราเชื่อว่า ทุกชีวิตล้วนมีคุณค่า และสมควรอยู่ร่วมกันอย่างสันติ”
“สันติ? ฮ่าๆ! คำนี้ไม่มีความหมายอันใดในพจนานุกรมของข้า! ใครขวางทางข้า ข้าก็ทำลาย! จงไปบอกพวกสัตว์ของเจ้าเสียว่า หากใครกล้าเข้ามาในอาณาเขตของข้าอีก ข้าจะไม่มีวันปรานี!” พญางูอัคคิวิสตัน กล่าวอย่างดุดัน
พญานกกระเรียนเห็นว่าการเจรจาไม่เป็นผล และพญางูมีจิตใจที่แข็งกระด้างยิ่งนัก จึงกล่าวลา และบินกลับไปรายงานเหล่าสัตว์
เหล่าสัตว์ป่าต่างพากันสิ้นหวัง แต่พญานกกระเรียน สกุณคีรี ไม่ยอมแพ้ มันครุ่นคิดหาวิธีที่จะจัดการกับพญางูร้ายอย่างชาญฉลาด
ต่อมา พญานกกระเรียนได้สังเกตเห็นว่า พญางูอัคคิวิสตัน มักจะเลื้อยไปตามลำธารทุกวันเพื่อหาอาหาร และมันจะกระหายน้ำมากหลังจากพ่นพิษ หรือหลังจากที่มันกินเหยื่อเข้าไป
มันจึงคิดแผนการขึ้นมาได้ แผนการนั้นคือการใช้ “ความโลภ” ของพญางูให้เป็นประโยชน์
วันรุ่งขึ้น พญานกกระเรียนได้ไปขอความช่วยเหลือจากกลุ่มลิงป่าผู้ซุกซน “พวกท่านลิงผู้ร่าเริง” พญานกกระเรียนกล่าว “ข้ามีเรื่องสำคัญจะขอให้พวกท่านช่วย”
เหล่าลิงดีใจที่จะได้ทำภารกิจ “บอกมาเลยท่านพญานก! พวกเราพร้อมเสมอ!”
พญานกกระเรียนอธิบายแผนการ “ข้าจะนำพวกท่านไปที่ริมลำธาร เมื่อข้าส่งสัญญาณ พวกท่านจงรีบนำผลไม้สุกหวานฉ่ำที่พวกท่านหามาได้ ไปโปรยไว้ริมฝั่งที่พญางูมักจะมาดื่มน้ำ”
เหล่าลิงตกลงและพร้อมที่จะร่วมมือ
เมื่อถึงเวลา พญานกกระเรียนก็ทำตามแผน มันบินนำหน้ากลุ่มลิงไปที่ริมลำธาร และเมื่อเห็นพญางูอัคคิวิสตัน กำลังเลื้อยเข้ามาใกล้ พญานกกระเรียนก็ส่งเสียงร้องเป็นสัญญาณ
เหล่าลิงก็รีบหยิบผลไม้ที่เตรียมไว้ แล้วโยนลงไปโปรยปรายอย่างรวดเร็ว ผลไม้สุกหวานหอมลอยอยู่ในน้ำ บางส่วนก็เกาะอยู่ตามก้อนหินริมฝั่ง
พญางูอัคคิวิสตัน เมื่อเห็นผลไม้มากมายลอยอยู่ตรงหน้า ก็ตาโตด้วยความโลภ มันคิดว่า “โอ้โฮ! ของอร่อยมากมายขนาดนี้! ปกติข้าต้องออกไปหาอาหารลำบากแทบตาย นี่มันลอยมาให้ถึงปากเลย!”
ด้วยความโลภบังตา มันรีบเลื้อยเข้าไปกินผลไม้เหล่านั้นอย่างตะกละตะกลาม โดยไม่ทันได้ระวังตัว
ขณะที่พญางูกำลังเพลิดเพลินกับการกินผลไม้ พญานกกระเรียน สกุณคีรี ก็ค่อยๆ บินเข้ามาใกล้เงียบๆ
เมื่อพญางูกินผลไม้จนอิ่ม และกำลังจะดื่มน้ำให้ชื่นใจ พญานกกระเรียนก็ฉวยโอกาสนี้ ส่งเสียงร้องดังลั่น! “อัคคิวิสตัน! เจ้าเล่ห์! เจ้าคิดว่าผลไม้พวกนี้ใครเอามาให้? มันคือกับดัก! เจ้ากำลังจะถูกกำจัด!”
พญางูตกใจสุดขีด มันพยายามจะพ่นพิษ แต่ก็ทำได้ไม่ถนัดนัก เพราะท้องมันอิ่มแน่นไปด้วยผลไม้ เมื่อมันพยายามจะเลื้อยหนี พญานกกระเรียนก็ใช้ปีกอันแข็งแรงของมัน ตบเข้าที่หัวของพญางูอย่างแรง! การโจมตีอย่างฉับพลันและรุนแรง ทำให้พญางูเสียจังหวะ
ด้วยความตกใจและอ่อนแรงจากผลไม้ที่กินเข้าไป ประกอบกับการโจมตีของพญานกกระเรียน พญางูอัคคิวิสตัน ก็เสียชีวิตลงในที่สุด
เมื่อพญางูร้ายตายไป เหล่าสัตว์ป่าต่างพากันโห่ร้องด้วยความยินดี พวกเขารวมตัวกันไปขอบคุณพญานกกระเรียน สกุณคีรี ที่ได้ช่วยปลดปล่อยพวกเขาให้พ้นจากภัยอันตราย
พญานกกระเรียน สกุณคีรี ได้สอนให้เหล่าสัตว์ทั้งหลายรู้ว่า แม้ศัตรูจะร้ายกาจเพียงใด หากเราใช้สติปัญญาและความไม่ประมาท ก็ย่อมมีทางเอาชนะได้ และความดีที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นนั้น คือสิ่งประเสริฐที่สุด
— In-Article Ad —
การใช้สติปัญญาและความไม่ประมาท สามารถเอาชนะอุปสรรคที่ร้ายกาจได้ และการช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นภัย คือการบำเพ็ญบุญกุศลอันประเสริฐ
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
490ปกิณณกนิบาตพระโพธิสัตว์กับบุตรสามคน ณ เมืองสาวัตถี อันเป็นที่ตั้งของมหาวิหารเชตวันอันรุ่งเรือง เคยมีเรื่องราวข...
💡 การบำเพ็ญทานบารมีด้วยความเสียสละ การใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหา และการบริหารจัดการทรัพย์สินอย่างรอบคอบ เป็นคุณธรรมที่นำมาซึ่งความสุขและความเจริญทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น
1เอกนิบาตมหาปทุมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี มีพระโพธิสัตว์ชาติหนึ่งได้เสวยพระชาติเ...
💡 ความเพียร สติ และคุณธรรม นำพาไปสู่ความพ้นทุกข์
135เอกนิบาตสาสนทชาดก ณ แคว้นกาสี อันรุ่งเรืองไปด้วยศิวิไลซ์ มีพระนครชื่อว่าวรรณารสี เป็นศูนย์กลางแห่งการค้าขาย...
💡 การสื่อสารที่ชัดเจนและสมเหตุสมผลเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง การใช้เหตุผลและปัญญาในการตัดสินปัญหาจะนำมาซึ่งความยุติธรรม และการใช้ถ้อยคำที่สุภาพและมีเหตุผลในการสื่อสารจะช่วยสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างมนุษย์
110เอกนิบาตสาสนทชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพราหมณ์ผ...
💡 ความเมตตาต่อสรรพสัตว์ย่อมนำมาซึ่งความดีงาม ความภักดีและความกล้าหาญสามารถปรากฏได้ในทุกสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ การตัดสินผู้อื่นจากภายนอกย่อมเป็นสิ่งที่ผิด การกระทำที่แท้จริงคือสิ่งที่บ่งบอกถึงคุณค่าของบุคคล
113เอกนิบาตอัชชุคชาดก ในอดีตกาล ณ แคว้นกาสี มีพระราชาผู้ทรงธรรมนามว่า พระเจ้าอัชชุคะ พระองค์ทรงมีพระมเหสีผู้เป็...
💡 การรักษาคำพูดเป็นสิ่งสำคัญ แต่การใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาจะนำพาไปสู่ชัยชนะ
192ทุกนิบาตมหาปทุมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานแสนนานมาแล้ว ณ แคว้นอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งทรงพระน...
💡 การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักเป็นเรื่องทุกข์ แต่หากเราสามารถมองเห็นความจริงของสรรพสิ่งตามความเป็นจริง คือ ความไม่เที่ยง (อนิจจัง) ความเป็นทุกข์ (ทุกขัง) และความไม่มีตัวตน (อนัตตา) เราจะสามารถปล่อยวางความทุกข์ และพบกับความสงบที่แท้จริงได้ การออกบวชและการบำเพ็ญเพียรเป็นหนทางหนึ่งที่จะนำไปสู่การหลุดพ้นจากทุกข์.
— Multiplex Ad —