
ในอดีตกาลอันไกลโพ้น ณ กรุงพาราณสี มีพระราชาพระองค์หนึ่งนามว่า "พระเจ้าสุตโสม" ทรงเป็นพระราชาที่ทรงทศพิธราชธรรม ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม สร้างความสงบร่มเย็นแก่แคว้นอย่างทั่วถึง
วันหนึ่ง ขณะที่พระเจ้าสุตโสมทรงประทับอยู่บนพระที่นั่ง ก็ทรงมีพระดำริถึงเรื่องการทำบุญทำทาน ทรงปรารถนาที่จะสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ จึงมีพระประสงค์จะออกผนวชในป่า แต่ก็ยังทรงห่วงใยในอาณาประชาราษฎร์ จึงได้จัดพิธีอภิเษกสมรสให้กับพระโอรส "เจ้าชายปัญจาละ" ให้ขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อไป
หลังจากมอบราชสมบัติให้แก่พระโอรสแล้ว พระเจ้าสุตโสมก็เสด็จออกผนวชในป่า ทรงบำเพ็ญเพียรภาวนาอย่างเคร่งครัด ทรงดำรงตนอยู่ในศีลในธรรม จนกระทั่งมีฤทธิ์เดชอันยิ่งใหญ่ สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้
ขณะเดียวกัน ณ กรุงกุรุ ทิศเหนือของกรุงพาราณสี มีพระราชาอีกพระองค์หนึ่งนามว่า "พระเจ้าทุฏฐกามณี" ทรงเป็นกษัตริย์ที่โหดร้าย ทรงกระหายในอำนาจ และทรงมีนิสัยที่เหี้ยมโหด
วันหนึ่ง พระเจ้าทุฏฐกามณี ทรงได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับพระเจ้าสุตโสม ว่าทรงมีฤทธิ์เดชมาก สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ แถมยังมีพระวรกายที่ผ่องใสราวกับทองคำ ด้วยความริษยาและกระหายในฤทธิ์เดชนั้น พระเจ้าทุฏฐกามณี จึงได้ยกทัพใหญ่ยกมาหมายจะจับพระเจ้าสุตโสมมาสังหาร แล้วยึดเอาฤทธิ์เดชของพระองค์มาเป็นของตน
เมื่อทัพของพระเจ้าทุฏฐกามณียกมาถึงชายป่า พระเจ้าสุตโสมก็ทรงทราบด้วยญาณทัศนะ จึงทรงเตรียมพร้อมรับมือ
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด พระเจ้าสุตโสมทรงใช้ฤทธิ์เดชของพระองค์ต่อสู้กับกองทัพอันมหาศาลของพระเจ้าทุฏฐกามณีได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ แต่ด้วยจำนวนที่มากกว่า พระเจ้าสุตโสมจึงทรงเสียเปรียบ
ในที่สุด พระเจ้าสุตโสมก็ทรงถูกทหารของพระเจ้าทุฏฐกามณีจับกุมตัวได้ พระเจ้าทุฏฐกามณีสั่งให้นำพระเจ้าสุตโสมไปขังไว้ในคุก แล้วสั่งให้ทหารนำตัวพระเจ้าสุตโสมไปประหารชีวิตในวันรุ่งขึ้น
ในขณะที่พระเจ้าสุตโสมกำลังจะถูกประหารชีวิต พระโอรสของพระองค์คือ "เจ้าชายปัญจาละ" ก็ทรงทราบข่าว จึงทรงรีบนำทัพเข้าช่วยเหลือพระบิดา
เจ้าชายปัญจาละทรงต่อสู้กับกองทัพของพระเจ้าทุฏฐกามณีอย่างกล้าหาญ และสามารถสังหารพระเจ้าทุฏฐกามณีได้ในที่สุด
เมื่อพระเจ้าสุตโสมทรงได้รับการช่วยเหลือ เจ้าชายปัญจาละก็ทรงกราบทูลพระบิดาด้วยความเคารพ แล้วกล่าวว่า "พระบิดา หม่อมฉันได้สังหารพระเจ้าทุฏฐกามณีแล้วเพคะ"
พระเจ้าสุตโสมทรงสดับดังนั้น ก็ทรงมีพระดำริว่า "แม้พระเจ้าทุฏฐกามณีจะมีความผิด แต่การฆ่าแกงกันก็เป็นบาปมหันต์"
ด้วยพระเมตตาธรรม พระเจ้าสุตโสมจึงทรงปลดปล่อยเชลยศึกทั้งหมด แล้วทรงสั่งให้จัดงานศพให้แก่พระเจ้าทุฏฐกามณีอย่างสมเกียรติ
จากนั้น พระเจ้าสุตโสมก็ทรงกลับคืนสู่ป่า เพื่อบำเพ็ญเพียรภาวนาต่อไป ส่วนเจ้าชายปัญจาละ ก็ทรงกลับไปครองกรุงพาราณสี ด้วยพระบารมีของพระบิดา
พระเจ้าสุตโสมทรงดำรงตนอยู่ในเพศบรรพชิต จนกระทั่งสิ้นอายุขัย และได้ไปอุบัติบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
— In-Article Ad —
การใช้ความรุนแรงและการฆ่าแกงกัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ย่อมนำมาซึ่งบาปและความเดือดร้อน การให้อภัยและการละเว้นจากการเบียดเบียนผู้อื่น คือหนทางแห่งความสงบสุขที่แท้จริง
บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตาบารมี, ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
372ปัญจกนิบาตกัณหาชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายตายเกิดเป็นพระเวสสันดร พระองค์ทรงดำร...
💡 กัณหาชาดกนี้ สอนให้เราเห็นถึงความสำคัญของการเสียสละและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การบำเพ็ญทานบารมี แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยความทุกข์ยากลำบากเพียงใด แต่ผลของทานนั้นย่อมนำมาซึ่งผลบุญอันยิ่งใหญ่.
65เอกนิบาตมหาวานรชาดก ณ กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงจุติเป็นพระเวสสันดร สัมมาสัมพุทธเจ้าข...
💡 มหาวานรชาดกสอนให้เราเห็นถึงคุณธรรมอันสูงส่งของการเสียสละและความเมตตา การมีจิตใจที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่น แม้จะต้องแลกมาด้วยชีวิตของตนเอง เป็นการกระทำที่ประเสริฐยิ่ง. การเสียสละเพื่อส่วนรวม หรือเพื่อผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยากนั้น เป็นการกระทำที่ควรแก่การยกย่องและจดจำ.
14เอกนิบาตอุกกัฏฐิชาดก ในอดีตกาล เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงเป็นพราหมณ์หนุ่มผู้มีรูปงาม นามว่า "อุกกัฏฐิ" อาศัยอยู่ใ...
💡 การให้ย่อมมีค่าแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเจตนา ผู้ให้ที่แท้จริงคือผู้ที่ให้ด้วยใจอันบริสุทธิ์ ปราศจากความเห็นแก่ตัว และหวังแต่ประโยชน์สุขของผู้อื่น
22เอกนิบาตอติจาณกชาดกณ เมืองสาวัตถี อันเป็นเมืองที่รุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนา มีพระภิกษุรูปหนึ่งนามว่า "พระอติจ...
💡 ความตะกละเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ควรบริโภคอาหารแต่พอดี รู้จักประมาณตน เพื่อสุขภาพกายและใจที่ดี
247ทุกนิบาตมหาปทุมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในดินแดนอันไพศาล มีนครอันงดงามนามว่า มิถิลา นครแห่งนี้รุ่งเรืองด้ว...
💡 ความเมตตาและการให้อภัยสามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจที่แข็งกระด้างและนำพามาซึ่งความสงบสุขได้
132เอกนิบาตกุฏิทสูตรชาดกในสมัยพุทธกาล ณ เมืองสาวัตถี มีเศรษฐีผู้หนึ่งนามว่า อนาถบิณฑิกะ ท่านเป็นผู้มีจิตใจบุญสุ...
💡 การหลุดพ้นจากทุกข์ต้องอาศัยการเห็นแจ้งในอริยสัจ 4 และการละวางกิเลส
— Multiplex Ad —