
ณ เมืองสาวัตถี อันเป็นเมืองที่รุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนา มีพระภิกษุรูปหนึ่งนามว่า "พระอติจาณก" ท่านเป็นผู้มีศีลวัตรอันงดงาม มีวัตรปฏิบัติอันน่าเลื่อมใส เป็นที่รักและเคารพของพุทธศาสนิกชนทั่วไป แต่ทว่า พระอติจาณกก็มีข้อบกพร่องประการหนึ่งที่ท่านยังละไม่ได้ นั่นคือ "ความเห็นแก่ปากเห็นแก่ท้อง"
ในสมัยที่พระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ เหล่าพระภิกษุสงฆ์จะได้รับอาหารบิณฑบาตจากญาติโยม หรือบางครั้งก็ได้รับนิมนต์ไปฉันภัตตาหารที่บ้านของพุทธศาสนิกชน ซึ่งอาหารแต่ละมื้อก็ล้วนแต่มีรสเลิศ อุดมด้วยของหวานของคาว ครั้นเมื่อถึงเวลาฉัน พระอติจาณกมักจะฉันอาหารอย่างเอร็ดอร่อย จนบางครั้งก็ฉันมากเกินไป จนท้องอิ่มแปล้
อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่พระพุทธองค์กำลังประทับสนทนากับเหล่าพระภิกษุสงฆ์ ก็ทรงสังเกตเห็นว่าพระอติจาณกมีลักษณะอิดโรย ใบหน้าซีดเซียวผิดปกติ พระพุทธองค์จึงทรงตรัสถามด้วยความห่วงใยว่า "อติจาณก ท่านเป็นอะไรไป เหตุใดจึงดูซูบผอมเช่นนี้"
พระอติจาณกได้ฟังดังนั้น ก็ถวายบังคม แล้วกราบทูลด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า "ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า กระผมนั้นมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ท้องของกระผมนั้นบวมเป่ง รู้สึกอึดอัดไปหมด กระผมไม่สามารถย่อยอาหารใดๆ ได้เลย"
พระพุทธองค์ทรงทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง จึงทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อย แล้วตรัสว่า "อติจาณก ท่านยังคงมีความเห็นแก่ปากเห็นแก่ท้องอยู่ใช่หรือไม่ ทุกครั้งที่ท่านได้รับอาหารอันเลิศรส ท่านก็มักจะฉันมากเกินไป จนท้องของท่านต้องรับภาระหนักเกินกำลัง เหตุใดท่านจึงไม่รู้จักประมาณตน"
พระอติจาณกได้ฟังดังนั้น ก็รู้สึกละอายใจเป็นอย่างยิ่ง มันเป็นความจริงที่ตนเองไม่เคยระวังเรื่องการบริโภคอาหารเลย
พระพุทธองค์ทรงเห็นดังนั้น จึงทรงแสดงธรรมโปรด แล้วตรัสเล่าเรื่องในอดีตชาติของพระอติจาณกให้ฟังว่า:
"ดูกร อติจาณก ในอดีตกาลชาติหนึ่ง ท่านได้เกิดเป็นบุตรชายของพราหมณ์ผู้มั่งคั่ง ในเมืองพาราณสี ท่านเป็นคนที่มีรูปร่างหน้าตาดี แต่มีนิสัยที่เจ้าเล่ห์เพทุบาย และที่สำคัญที่สุด คือ ท่านนั้นมีความตะกละเป็นอย่างยิ่ง ไม่เคยรู้จักประมาณในการบริโภคอาหารเลย"
"วันหนึ่ง ขณะที่ท่านกำลังนั่งอยู่ในบ้าน ก็มีพ่อค้าเร่ผู้หนึ่งเดินทางผ่านมา เขาได้นำเอาขนมหวานอันมีรสชาติอร่อยเลิศมาขาย ท่านเห็นดังนั้น ก็เกิดความอยากได้ขึ้นมาทันที ท่านจึงได้นำเอาเงินจำนวนมากไปซื้อขนมหวานเหล่านั้นมาทั้งหมด"
"เมื่อได้ขนมหวานมาแล้ว ท่านก็รีบนำเข้าปากเคี้ยวกินอย่างตะกละตะกลาม ไม่ได้แบ่งปันให้แก่ใครเลย ท่านกินไปเรื่อยๆ จนท้องของท่านนั้นบวมเป่ง
"หลังจากกินขนมหวานจนหมดแล้ว ท่านก็รู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรง ท้องของท่านบวมโตจนขยับตัวไม่ได้ ท่านพยายามจะขอความช่วยเหลือจากคนในบ้าน แต่ก็ไม่มีใครสามารถช่วยท่านได้"
"ในที่สุด ท่านก็ทนความปวดร้าวไม่ไหว และได้สิ้นใจตายไปในที่สุด"
"เมื่อสิ้นชีวิตลงด้วยผลแห่งกรรมแห่งความตะกละนั้น ท่านก็ได้ไปเกิดในนรกภูมิ ต้องทนทุกข์ทรมานด้วยความหิวกระหายอย่างแสนสาหัส เป็นเวลายาวนาน"
"เมื่อพ้นจากนรกภูมิแล้ว ท่านก็ได้ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ที่ต้องทนทุกข์ทรมานด้วยความหิวโหยอยู่หลายภพหลายชาติ"
"จนกระทั่งในชาติปัจจุบันนี้ ท่านจึงได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง และได้บวชเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา แต่ท่านก็ยังคงมีนิสัยความตะกละติดตัวมาอยู่"
พระพุทธองค์ตรัสต่อไปว่า "ดูกร อติจาณก ท่านจงเห็นโทษแห่งความตะกละ แล้วจงตั้งอยู่ในความไม่ประมาท หมั่นพิจารณาอาหารก่อนบริโภค รู้จักประมาณตนในการฉันอาหาร เพื่อไม่ให้เกิดทุกข์ดังเช่นในอดีตชาติ"
พระอติจาณกได้ฟังธรรมอันลึกซึ้งของพระพุทธองค์ ก็เกิดความสลดใจเป็นอย่างยิ่ง ตนเองนั้นเคยได้รับทุกข์ทรมานแสนสาหัสเพราะความตะกละมาแล้วหลายภพหลายชาติ
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา พระอติจาณกก็ตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรมอย่างเคร่งครัด เขาหมั่นพิจารณาอาหารก่อนฉันเสมอ รู้จักประมาณตนในการบริโภค ไม่เคยมีความตะกละอีกเลย ตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ ท่านก็ได้บำเพ็ญเพียรภาวนา จนกระทั่งบรรลุพระอรหันต์ในที่สุด
— In-Article Ad —
ความตะกละเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ควรบริโภคอาหารแต่พอดี รู้จักประมาณตน เพื่อสุขภาพกายและใจที่ดี
บารมีที่บำเพ็ญ: ศีลบารมี, วิริยบารมี
— Ad Space (728x90) —
328จตุกกนิบาตสัญชัยชาดกในอดีตกาลอันไกลโพ้น พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นเจ้าชายพระองค์หนึ่ง นามว่า เจ้าชายสัญชัย แห่ง...
💡 ปัญญาคือทรัพย์สินอันล้ำค่าที่สุด ที่ไม่มีวันเสื่อมสลาย และเป็นเครื่องนำทางไปสู่ความสำเร็จและความสุขที่แท้จริง
240ทุกนิบาตปัฏฐกชาดก (ครั้งที่ 2) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงมิถิลาอันรุ่งเรืองของแคว้นวิเทหะ พระโพธิสัตว์ทร...
💡 ความพยาบาทอาฆาตและความโลภย่อมนำมาซึ่งความเสื่อม
246ทุกนิบาตมุฏฐิสทัตตชาดกครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงจุติเป็นพญานกกระเรียนใหญ่ อาศัยอยู่ในป่าอันอ...
💡 การใช้สติปัญญาและความไม่ประมาท สามารถเอาชนะอุปสรรคที่ร้ายกาจได้ และการช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นภัย คือการบำเพ็ญบุญกุศลอันประเสริฐ
251ติกนิบาตมหาปิงคลชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์หนุ่มผู้มีปัญญาเฉลียว...
💡 ความรู้ที่แท้จริงคือการนำไปใช้เพื่อประโยชน์ผู้อื่น การช่วยเหลือผู้อื่นคือการสร้างบุญบารมี
217ทุกนิบาตสุริยโชตรชาดก ณ กรุงพาราณสี อันเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นกาสี นครที่รุ่งเรืองด้วยการค้าขาย ประชาชนล้วน...
💡 การมีปัญญาญาณอันประเสริฐ การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตา และการยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุขที่ยั่งยืน. การทุจริตคดโกงและการโกหกย่อมนำมาซึ่งความวิบัติฉิบหาย.
238ทุกนิบาตกุมารชาดก (ครั้งที่ 2) นานมาแล้ว ในยุคสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญพระบารมีเป็นพระกุมารผู้ทรงปัญญา ใ...
💡 ความกตัญญูและความรักที่มีต่อบุพการี สามารถบันดาลสิ่งมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้นได้ พลังที่แท้จริงมิได้อยู่ที่วัตถุภายนอก แต่อยู่ที่จิตใจที่บริสุทธิ์ ความตั้งใจที่แน่วแน่ และการกระทำที่เต็มไปด้วยความเมตตา.
— Multiplex Ad —