ข้ามไปเนื้อหาหลัก
อัสสโปตกชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
211

อัสสโปตกชาดก

Buddha24ทุกนิบาต
ฟังเนื้อหา

อัสสโปตกชาดก

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ ปกครองโดยพระเจ้าพรหมทัต ผู้ทรงทศพิธราชธรรม ปกครองไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ด้วยความยุติธรรม แต่ในยามนั้น เหล่าโจรป่าได้ก่อความเดือดร้อน แผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วทุกสารทิศ ปล้นสะดมผู้คน สร้างความหวาดกลัวไปทั่ว

ในเมืองพาราณสี มีกษัตริย์องค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าพรหมทัต ผู้ทรงเป็นที่รักของอาณาประชาราษฎร์ ทรงครองราชย์ด้วยทศพิธราชธรรม แต่ในยุคสมัยนั้น มีโจรผู้ร้ายออกปล้นสะดมสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว จนยากที่ใครจะอยู่เป็นสุขได้

ครั้งหนึ่ง เหล่าโจรได้วางแผนการใหญ่ที่จะปล้นราชรถหลวงในขณะที่พระเจ้าพรหมทัตเสด็จแปรพระราชฐานไปยังอุทยาน พวกมันซุ่มซ่อนอยู่ตามพุ่มไม้หนาทึบ ร่างกายเปื้อนโคลนเพื่ออำพรางตัว เตรียมพร้อมที่จะโจนเข้าโจมตี

แต่ทว่า พระเจ้าพรหมทัตทรงมีพระปรีชาญาณอันเฉียบแหลม ทรงสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างจากทหารองครักษ์ที่ดูประหม่าและไม่เป็นธรรมชาติ พระองค์ทรงตรัสถามถึงความผิดปกติเหล่านั้น แต่เหล่าทหารก็พยายามบ่ายเบี่ยง

เมื่อทรงซักไซ้ไล่เลียงอย่างหนักแน่น ทหารองครักษ์คนหนึ่งที่ทนต่อไปไม่ไหวจึงสารภาพความจริงว่า มีแผนการร้ายที่เหล่าโจรวางไว้ พระเจ้าพรหมทัตทรงตกพระทัยยิ่งนัก แต่ก็มิได้ทรงแสดงอาการตื่นตระหนก

พระองค์ทรงตัดสินพระทัยที่จะเผชิญหน้ากับเหล่าโจรด้วยพระองค์เอง โดยมิได้ทรงนำกองทหารไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ต้องตกอยู่ในอันตราย หากการต่อสู้เกิดบานปลายขึ้น

เมื่อขบวนเสด็จมาถึงจุดที่เหล่าโจรซุ่มซ่อนอยู่ พระเจ้าพรหมทัตทรงมีพระบัญชาให้รถหลวงจอดลง พระองค์ทรงก้าวลงจากรถเพียงลำพัง ทรงถือพระแสงดาบไว้ในพระหัตถ์

เหล่าโจรเห็นดังนั้นก็พากันโห่ร้องด้วยความดีใจ คิดว่านี่เป็นโอกาสทองที่จะได้ปล้นพระราชทรัพย์ แต่เมื่อพระเจ้าพรหมทัตทรงก้าวเดินเข้าไปใกล้ พวกมันก็ต้องตะลึงงัน

พระเจ้าพรหมทัตมิได้ทรงแสดงท่าทีหวาดกลัว แต่กลับทรงประกาศก้องด้วยเสียงอันดังว่า “พวกเจ้าคิดจะปล้นเราหรือ! จงเข้ามา! หากเจ้ามีกำลังมากพอ!”

เหล่าโจรซึ่งเคยปล้นแต่ผู้ที่อ่อนแอและขี้ขลาด ต่างก็ตกตะลึงในความกล้าหาญของพระเจ้าพรหมทัต พวกมันไม่เคยพบเห็นกษัตริย์องค์ใดที่จะกล้าเผชิญหน้ากับพวกมันถึงเพียงนี้

ในขณะที่เหล่าโจรยังคงลังเลอยู่นั้น พระเจ้าพรหมทัตก็ทรงชักพระแสงดาบออกมา ประกายดาบที่สะท้อนแสงแดดทำให้เหล่าโจรต้องหรี่ตา

“เข้ามาสิ!” พระเจ้าพรหมทัตตรัสอีกครั้ง “หากเจ้าต้องการสิ่งใด จงบอกมา!”

ความกล้าหาญอันหาญกล้าของพระเจ้าพรหมทัต ทำให้เหล่าโจรเกิดความยำเกรง พวกมันมองหน้ากันไปมา รู้สึกละอายใจในพฤติกรรมของตนเอง

หัวหน้าโจรซึ่งเป็นผู้ที่ดูองอาจที่สุดในกลุ่ม ได้ก้าวออกมาอย่างช้าๆ เขาเห็นแววตาที่มุ่งมั่นและไม่หวั่นเกรงของพระเจ้าพรหมทัต

“ฝ่าบาท...” หัวหน้าโจรกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ “พวกข้ามันคนพาล... พวกข้า... ไม่สมควรที่จะมาปล้นพระองค์เลย”

พระเจ้าพรหมทัตทรงลดพระแสงดาบลง “หากพวกเจ้าละทิ้งการเป็นโจร เปลี่ยนมาประกอบอาชีพสุจริต เราพร้อมที่จะช่วยเหลือพวกเจ้า”

เหล่าโจรต่างรู้สึกซาบซึ้งในพระเมตตาของพระองค์ พวกมันพากันหมอบกราบลงแทบพระบาท ยอมจำนนต่อพระองค์โดยสิ้นเชิง

พระเจ้าพรหมทัตทรงรับเหล่าโจรเข้ามาเป็นทหารในกองทัพ และทรงฝึกฝนให้พวกเขาใช้ความกล้าหาญและความแข็งแกร่งของตนให้เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง

นับแต่นั้นมา แคว้นมคธก็สงบสุข ปราศจากโจรผู้ร้ายอีกต่อไป ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขภายใต้การปกครองอันเปี่ยมด้วยพระปรีชาญาณและพระเมตตาของพระเจ้าพรหมทัต

ในชาติอันเป็นพระโพธิสัตว์ พระเจ้าพรหมทัตทรงเป็นพระชาติของพระโพธิสัตว์ที่ได้บำเพ็ญเนกขัมมบารมี

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความกล้าหาญและความเด็ดเดี่ยวสามารถเอาชนะอุปสรรคและความชั่วร้ายได้ การเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญ ย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีกว่าการหลบหนีหรือยอมจำนน

บารมีที่บำเพ็ญ: เนกขัมมบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

มหาวานรชาดก (Mahāvanara Jātaka)
271ติกนิบาต

มหาวานรชาดก (Mahāvanara Jātaka)

มหาวานรชาดก (Mahāvanara Jātaka)ณ แคว้นกาสีอันรุ่งเรือง ในยุคสมัยอันไกลโพ้น ที่ซึ่งสัตว์โลกยังไม่คุ้น...

💡 ความซื่อสัตย์และความเมตตาเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ แม้ในยามที่ต้องเผชิญกับความไม่ยุติธรรม ก็ไม่ควรละทิ้งคุณธรรมเหล่านี้ การใช้ปัญญาในการตัดสินใจและการไม่หลงเชื่อคำลวงเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต

กุมารชาดก (Kumara Jataka)
191ทุกนิบาต

กุมารชาดก (Kumara Jataka)

กุมารชาดกในสมัยโบราณนานมา ครั้งเมื่อพระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นกุมารน้อยผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับเทพบุตร ...

💡 ความรักและความผูกพันในครอบครัวเป็นสิ่งมีค่าสูงสุด ไม่ควรละเลยหรือมองข้ามความดีงามเล็กๆ น้อยๆ ที่มีอยู่ในชีวิตประจำวัน การรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และการบำเพ็ญเพียรด้วยความเมตตา จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น

สิริวิชยชาดก
198ทุกนิบาต

สิริวิชยชาดก

สิริวิชยชาดกณ แคว้นกาสี อันเป็นแคว้นที่อุดมสมบูรณ์และมั่งคั่ง มีพระโพธิสัตว์ทรงดำรงพระชาติเป็น 'สิริ...

💡 ความเมตตาและความอดทน สามารถเอาชนะความเกลียดชังและความรุนแรงได้ และนำมาซึ่งสันติภาพที่ยั่งยืน

สีวิชาดก (เรื่องพระโพธิสัตว์)
184ทุกนิบาต

สีวิชาดก (เรื่องพระโพธิสัตว์)

สีวิชาดก (เรื่องพระโพธิสัตว์) ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมีเป็นพระเจ้าสีว...

💡 การเสียสละที่แท้จริง ไม่ใช่การสูญเสีย แต่คือการได้รับสิ่งที่มีค่ากว่า การให้ทานย่อมนำมาซึ่งบุญบารมี และเป็นหนทางสู่การหลุดพ้น

สิวกิชาดก
149เอกนิบาต

สิวกิชาดก

สิวกิชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นกาสี มีพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นสิวกิราชาธิราช พระองค์ทรง...

💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การที่เราจะได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ หรือความสุขที่แท้จริงนั้น บางครั้งเราอาจจะต้องลองก้าวออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง ลองไปสัมผัสชีวิตในมุมที่แตกต่าง เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงความทุกข์สุขของผู้อื่น และเกิดความเห็นอกเห็นใจ อันจะนำไปสู่การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ซึ่งการช่วยเหลือผู้อื่นนั้น คือความสุขที่ยั่งยืนและประเสริฐที่สุด

ทุติยปุราณชาดก (เรื่องลิง)
173ทุกนิบาต

ทุติยปุราณชาดก (เรื่องลิง)

ทุติยปุราณชาดก (เรื่องลิง) ณ ป่าหิมพานต์อันเขียวขจี ท่ามกลางพฤกษานานาพันธุ์ที่ออกดอกชูช่อ ย้อมสีสัน...

💡 การใช้ปัญญาในทางที่ผิดย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อนแก่ตนเองในที่สุด การหลอกลวงผู้อื่น แม้จะได้รับผลประโยชน์ชั่วคราว แต่สุดท้ายก็จะประสบกับผลกรรมที่ตามมา การให้อภัยและเปลี่ยนแปลงตนเองเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขความผิดพลาด

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว