
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง มีพระราชาผู้ทรงทศพิธราชธรรมปกครองแผ่นดิน ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขทั่วหน้า แต่แล้ววันหนึ่ง พระราชาทรงประชวรด้วยโรคประหลาดที่ไม่มีหมอคนใดในแผ่นดินสามารถรักษาได้ อาการประชวรนั้นทำให้พระวรกายของพระองค์ผ่ายผอมลงทุกวัน จนแทบจะเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เหล่าหมอหลวงต่างก็พยายามหาวิธีการรักษาอย่างเต็มที่ แต่ก็ไร้ผล ความกังวลและความเศร้าโศกปกคลุมไปทั่วราชสำนัก
ขณะเดียวกัน ในป่าอันไกลโพ้น มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า อังควิสสะ เขาเป็นพราหมณ์ผู้ทรงปัญญา มีความรู้แตกฉานในสรรพวิชาต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรและสรรพคุณของพืชพันธุ์นานาชนิด อังควิสสะเป็นที่เคารพนับถือของเหล่าสัตว์ป่าและผู้คนในละแวกนั้น เพราะเขามักจะช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากอยู่เสมอ
ข่าวการประชวรของพระราชาได้ล่วงรู้ไปถึงอังควิสสะ พราหมณ์ผู้ใจบุญจึงตัดสินใจออกเดินทางไปยังกรุงพาราณสี เพื่อเข้าเฝ้าพระราชาและถวายการรักษา อังควิสสะเดินทางรอนแรมเป็นเวลาหลายวัน ผ่านป่าทึบ ข้ามภูเขาสูง จนในที่สุดก็มาถึงพระราชวัง
เมื่ออังควิสสะได้เข้าเฝ้าพระราชา ทรงทอดพระเนตรเห็นพระวรกายที่ซูบผอมของพระองค์ ก็ทรงมีพระทัยสงสารเป็นอันมาก อังควิสสะจึงทูลถามถึงอาการประชวรโดยละเอียด จากนั้นก็เข้าไปในห้องปรุงยาของพระราชวัง
ด้วยความรู้และความชำนาญของอังควิสสะ เขาได้เลือกสรรสมุนไพรนานาชนิดที่มีสรรพคุณในการบำรุงร่างกาย ฟื้นฟูพละกำลัง และขับไล่โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เขาใช้เวลาปรุงยาอย่างพิถีพิถัน ผสมผสานส่วนประกอบต่างๆ อย่างลงตัว จนได้เป็นยาขนานเอก
เมื่อยาพร้อมแล้ว อังควิสสะก็นำไปถวายแด่พระราชา พระราชาทรงรับยานั้นมาเสวยด้วยความหวัง ยามีรสชาติแปลกประหลาด แต่เมื่อเสวยไปแล้ว พระองค์ก็ทรงรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในพระวรกายในทันที พระกำลังเริ่มกลับคืนมา ผิวพรรณที่ซีดเซียวก็กลับมามีน้ำมีนวล
ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน พระราชาซึ่งเคยประชวรหนัก ก็กลับมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงดังเดิม ทรงโสมมสรด้วยความปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง จึงทรงมีพระราชดำรัสสรรเสริญอังควิสสะ ยกย่องในความรู้ความสามารถและความมีน้ำใจของพราหมณ์
พระราชาทรงพระราชทานทรัพย์สินเงินทองและเครื่องบรรณาการมากมายแก่อังควิสสะ แต่พราหมณ์ผู้มีใจประเสริฐปฏิเสธที่จะรับทรัพย์สินเหล่านั้น เขาเพียงทูลขอให้พระราชาทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม ดูแลทุกข์สุขของอาณาประชาราษฎร์อย่างเท่าเทียม และอย่าได้ทรงประมาทในการดำรงพระชนม์
พระราชาทรงรับฟังคำของอังควิสสะด้วยความซาบซึ้ง พระองค์ทรงยกย่องอังควิสสะว่าเป็นบุคคลที่ประเสริฐยิ่งกว่าทรัพย์สินใดๆ และตั้งแต่นั้นมา พระองค์ก็ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยความยุติธรรม และทรงใส่ใจในสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างแท้จริง
ส่วนอังควิสสะ เมื่อเห็นว่าพระราชาทรงหายประชวรและปกครองบ้านเมืองด้วยความดีแล้ว เขาก็ขอทูลลาเดินทางกลับป่า เพื่อใช้ชีวิตอย่างสมถะต่อไป
— In-Article Ad —
ปัญญาและความรู้ที่แท้จริง ย่อมก่อให้เกิดคุณประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน คือการบำเพ็ญบุญอันประเสริฐ
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
6เอกนิบาตในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของ...
💡 ความดีงามที่แท้จริงนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชาติกำเนิด หรือตำแหน่งหน้าที่ แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำ และจิตใจของเรา การร่วมมือกันด้วยความเข้าใจ และความปรองดอง สามารถแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน และนำมาซึ่งความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง.
451ทสกนิบาตมหาสุมังคชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรและผู้คนมากมี พระราชาผู้ท...
💡 ความโกรธเปรียบเสมือนไฟที่เผาผลาญทุกสิ่ง แม้แต่ตัวผู้โกรธเอง การควบคุมอารมณ์โทสะเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการดำรงชีวิตและการปกครอง
431นวกนิบาตกุฏิสลหกชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่มนุษย์ยังมีอายุยืนยาวและบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง พระโพธิสั...
💡 การให้ทานที่แท้จริงคือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค แม้จะถูกขัดขวางหรือพบเจอความยากลำบาก ก็ควรตั้งมั่นในความดีงาม.
445ทสกนิบาตมหาปทุมชาดกครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระเจ้าพรหมทัตครองกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น...
💡 กามคุณและความโลภ คือบ่อเกิดแห่งความทุกข์ หากไม่ยับยั้งชั่งใจ จะนำพาไปสู่การทำผิดและหายนะ
424อัฏฐกนิบาตทุพปัญญาชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันสมบูรณ์พูนสุข ปกครองโดยพระเจ้าพรหมทัตต์ ผู้ทรงธรรมใ...
💡 การหลอกลวงนำมาซึ่งความเสื่อม การพัฒนาปัญญาของตนเองคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
498ปกิณณกนิบาตม้าผู้มีปัญญาณ ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ ที่ซึ่งลมพัดโชยเอื่อยๆ ทำให้ยอดหญ้าเอนไหวไปตามลม มีฝูงม้าป่าอาศั...
💡 ปัญญา คือแสงสว่างที่ช่วยให้เรามองเห็นทางออก และสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ยากลำบากได้
— Multiplex Ad —