ข้ามไปเนื้อหาหลัก
อุทายิชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
124

อุทายิชาดก

Buddha24 AIเอกนิบาต
ฟังเนื้อหา

อุทายิชาดก

ครั้งเมื่อครั้งพุทธกาล พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน มหาวิหาร เมืองสาวัตถี ทรงปรารภถึงเรื่องของพระอุทายีเถระ ซึ่งเป็นพระอรหันต์ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด แต่ชอบกล่าววาจาที่อาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดได้ พระองค์จึงทรงนำเรื่องในอดีตชาติของพระอุทายีมาตรัสเล่าเป็นนิทานชาดกเรื่องนี้

เรื่องมีอยู่ว่า ในอดีตกาล เมื่อครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้บังเกิดเป็นบุตรของพ่อค้าผู้มั่งคั่ง ครอบครัวของท่านมีฐานะดี มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย และประกอบอาชีพค้าขายที่เจริญรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์เติบโตขึ้นมาพร้อมกับสติปัญญาอันเฉลียวฉลาด และมีความเมตตาต่อผู้อื่น

วันหนึ่ง พ่อของพระโพธิสัตว์ซึ่งเป็นพ่อค้าใหญ่ ได้มอบหมายให้บุตรชายนำสินค้าจำนวนมากออกไปขายยังเมืองอื่น พระโพธิสัตว์รับคำสั่งด้วยความเต็มใจ และเตรียมตัวออกเดินทาง การเดินทางในสมัยนั้นเต็มไปด้วยอันตราย ทั้งจากโจรป่า สัตว์ร้าย และสภาพอากาศที่แปรปรวน แต่พระโพธิสัตว์ก็ไม่หวั่นเกรง

เมื่อเดินทางมาถึงป่าใหญ่ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นแหล่งชุมนุมของเหล่าโจร พระโพธิสัตว์ได้เห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ริมทาง พวกเขาดูซูบผอม อิดโรย และมีท่าทางสิ้นหวัง พระโพธิสัตว์รู้สึกสงสาร จึงจอดเกวียนและเข้าไปถามไถ่

"ท่านทั้งหลาย มีทุกข์สิ่งใดเล่า จึงมีสภาพเป็นเช่นนี้"

ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นตอบด้วยเสียงแหบแห้ง

"เราเป็นพ่อค้าเช่นเดียวกับท่าน แต่ถูกโจรปล้นเอาทรัพย์สินไปหมดสิ้น ไม่มีแม้แต่ข้าวจะกิน กำลังจะอดตายอยู่ตรงนี้แล้ว"

พระโพธิสัตว์ได้ยินดังนั้น ก็ยิ่งสงสาร จึงรีบไปหยิบเอาอาหารและน้ำจากเกวียนของตน มาแบ่งปันให้แก่ชายกลุ่มนั้นอย่างไม่ลังเล

ขณะที่พระโพธิสัตว์กำลังแบ่งปันอาหารอยู่นั้น เหล่าโจรที่ซ่อนตัวอยู่ในป่า ก็ออกมาจากที่ซ่อน พวกมันเห็นพ่อค้าผู้ใจดีกำลังแบ่งปันอาหารให้แก่กลุ่มคนที่ดูเหมือนเหยื่ออันโอชะ พวกโจรเหล่านั้นมีจำนวนมาก และดูน่าเกรงขาม

หัวหน้าโจรเดินเข้ามาหาพระโพธิสัตว์ด้วยท่าทางคุกคาม

"เจ้าพ่อค้าหนุ่ม เจ้าช่างใจดีเหลือเกิน กล้าหาญนำอาหารมาแบ่งให้แก่คนพวกนี้ แล้วไม่กลัวพวกข้าบ้างหรือไร"

พระโพธิสัตว์แม้จะเห็นจำนวนโจรที่มากมาย แต่ก็ไม่แสดงอาการหวาดกลัว

"ข้าเห็นท่านทั้งหลายมีความทุกข์ยาก จึงนำอาหารมาแบ่งปันให้ หากท่านทั้งหลายก็หิวโหย ข้าก็ยินดีจะแบ่งปันให้เช่นกัน"

คำตอบที่เปี่ยมด้วยเมตตาและไม่หวาดกลัวของพระโพธิสัตว์ ทำเอาหัวหน้าโจรถึงกับประหลาดใจ พวกโจรที่เคยอาละวาดปล้นสะดมมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่เคยเจอใครที่ไม่เกรงกลัวและยังคงมีน้ำใจเช่นนี้

หัวหน้าโจรหันไปมองลูกน้องของตน แล้วกล่าวขึ้น

"พวกเจ้าเห็นไหม เด็กหนุ่มผู้นี้ไม่กลัวพวกเราเลย ทั้งยังใจดีแบ่งปันอาหารให้ หากเรายังคงปล้นสะดมต่อไป ก็เท่ากับเราเป็นสัตว์เดรัจฉานที่ไม่มีความดีงาม"

เมื่อหัวหน้าโจรกล่าวเช่นนั้น ลูกน้องบริวารก็พยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาตระหนักได้ถึงความผิดของตนเอง

หัวหน้าโจรหันกลับมาทางพระโพธิสัตว์อีกครั้ง

"เจ้าพ่อค้าหนุ่ม เจ้าได้สอนบทเรียนที่ล้ำค่าแก่พวกเราในวันนี้ พวกเราจะเลิกเป็นโจร และจะกลับตัวกลับใจ ขอให้เจ้าจงเดินทางปลอดภัย"

เมื่อกล่าวจบ หัวหน้าโจรก็สั่งให้ลูกน้องของตนเก็บอาวุธ และพาทุกคนเดินหายเข้าไปในป่า ทิ้งไว้เพียงพระโพธิสัตว์และกลุ่มคนที่ได้รับการช่วยเหลือ

กลุ่มคนที่พระโพธิสัตว์ช่วยเหลือ เมื่อทราบว่าพระโพธิสัตว์เป็นผู้มีจิตใจดีงาม ก็รู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง

"ท่านผู้เจริญ ท่านได้ช่วยชีวิตพวกเราไว้ หากไม่ได้ท่าน พวกเราคงตายไปแล้ว"

พระโพธิสัตว์กล่าวตอบ

"การช่วยเหลือผู้อื่นเป็นหน้าที่ของมนุษย์ผู้มีจิตใจดีงาม จงอย่าได้ทุกข์ใจไปเลย"

หลังจากนั้น พระโพธิสัตว์ก็เดินทางต่อไปยังเมืองที่ตั้งใจไว้ และสามารถจำหน่ายสินค้าจนหมดสิ้น ได้รับผลกำไรกลับคืนมาเป็นจำนวนมาก เมื่อกลับถึงบ้าน พ่อของพระโพธิสัตว์ก็ปลื้มปิติในความสามารถและความดีงามของบุตรชาย

เรื่องราวของพระโพธิสัตว์ผู้มีจิตใจเมตตาและไม่หวาดกลัวต่ออันตราย ได้เลื่องลือไปในหมู่พ่อค้าและผู้คนทั่วไป ใครก็ตามที่ได้ยินเรื่องราวของท่าน ก็ล้วนแต่ยกย่องสรรเสริญในคุณธรรมอันสูงส่ง

เมื่อพระพุทธองค์ตรัสเล่าจบ พระภิกษุทั้งหลายก็พากันแซ่ซ้องสรรเสริญในบุญบารมีของพระโพธิสัตว์ พระองค์จึงตรัสว่า

"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในกาลครั้งนั้น ผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือพ่อค้าที่ถูกโจรปล้น คือเราตถาคต และหัวหน้าโจรที่กลับใจนั้น คืออดีตชาติของพระอุทายี"

พระพุทธองค์ทรงตรัสต่อไปว่า แม้พระอุทายีในชาตินั้นจะเป็นหัวหน้าโจร แต่ก็ยังมีความเป็นมนุษย์อยู่บ้าง จึงสามารถกลับใจได้ด้วยการได้เห็นแบบอย่างอันดีงามจากพระโพธิสัตว์

คติธรรม

การมีเมตตาจิตและไม่หวาดกลัวต่อภัยอันตราย ย่อมนำมาซึ่งผลดี และสามารถเปลี่ยนแปลงผู้อื่นให้ดีขึ้นได้ แม้แต่ผู้ที่เคยทำความผิดก็สามารถกลับตัวกลับใจได้หากได้รับคำชี้แนะที่ดี

บารมีที่บำเพ็ญ

พระโพธิสัตว์ในชาตินี้ได้บำเพ็ญทานบารมี (การให้ปันอาหาร) และอภัยทาน (การให้อภัยแก่โจร) รวมถึงขันติบารมี (ความอดทนต่อความยากลำบากในการเดินทาง) และเมตตาบารมี (ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น)

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

การมีเมตตาจิตและไม่หวาดกลัวต่อภัยอันตราย ย่อมนำมาซึ่งผลดี และสามารถเปลี่ยนแปลงผู้อื่นให้ดีขึ้นได้ แม้แต่ผู้ที่เคยทำความผิดก็สามารถกลับตัวกลับใจได้หากได้รับคำชี้แนะที่ดี

บารมีที่บำเพ็ญ: พระโพธิสัตว์ในชาตินี้ได้บำเพ็ญทานบารมี (การให้ปันอาหาร) และอภัยทาน (การให้อภัยแก่โจร) รวมถึงขันติบารมี (ความอดทนต่อความยากลำบากในการเดินทาง) และเมตตาบารมี (ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น)

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

อุทายิชาดก
111เอกนิบาต

อุทายิชาดก

อุทายิชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงสาวัตถี อันเป็นเมืองหลวงที่รุ่งเรืองยิ่งนัก ประดับประดาไป...

💡 วาจาสุภาพอ่อนหวาน ย่อมนำมาซึ่งความรัก ความเมตตา และความเป็นมิตร หากแต่ให้มีปัญญาประกอบด้วย

สมุทรชาดก
209ทุกนิบาต

สมุทรชาดก

สมุทรชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ อาณาจักรอันรุ่งเรือง ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเป็นพระเวสสันดร บำเพ...

💡 การให้ย่อมนำความสุขที่แท้จริง ความโลภนำมาซึ่งความทุกข์ การให้อภัยเป็นสิ่งประเสริฐ.

มหิงสชาดก
147เอกนิบาต

มหิงสชาดก

มหิงสชาดกณ เมืองพาราณสี ในสมัยที่พระเจ้าพรหมทัตครองราชย์ มีบุรุษผู้หนึ่งนามว่า มหิงสะ เป็นบุตรของคนข...

💡 ความกล้าหาญที่แท้จริงคือการยืนหยัดต่อสู้เพื่อความถูกต้อง แม้จะต้องเผชิญหน้ากับอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่า

อัคคิทสชาดก
364ปัญจกนิบาต

อัคคิทสชาดก

อัคคิทสชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายตายเกิดเป็นพราหมณ์ผู้มีปัญญ...

💡 การดับไฟที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การดับไฟที่ลุกไหม้ภายนอก แต่คือการดับไฟแห่งกิเลสตัณหาในใจตนเอง การไม่เติมเชื้อเพลิงให้แก่ความขัดแย้ง จะช่วยให้ปัญหาคลี่คลายลงได้

สารัททชาดก
122เอกนิบาต

สารัททชาดก

สารัททชาดก ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร ป่าเขียวขจี และสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิต...

💡 ความเมตตาเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด สามารถเอาชนะความโกรธ ความเกลียดชัง และความอาฆาตแค้นได้ การให้อภัยและการเสียสละ ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง

มหาโลณกชาดก
233ทุกนิบาต

มหาโลณกชาดก

มหาโลณกชาดกครั้งหนึ่งในอดีตกาล ณ แคว้นกาสี มีเมืองแห่งหนึ่งชื่อว่า พาราณสี ในเมืองนั้นมีพระราชาผู้ทร...

💡 การคิดคดโกง การยักยอกทรัพย์สิน และการคิดร้ายต่อผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความฉิบหายและความทุกข์ยากในที่สุด ความซื่อสัตย์สุจริตและความสามัคคีในหมู่คณะ ย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว