
ในอดีตกาล ณ แคว้นกาสี มีพระราชาผู้ทรงธรรมนามว่า พระเจ้าอัชชุคะ พระองค์ทรงมีพระมเหสีผู้เป็นที่รักยิ่งคือ พระนางสิริมา พระนางมีพระทัยอ่อนโยน งดงามทั้งรูปกายและจิตใจ
วันหนึ่ง พระนางสิริมาทรงประชวรด้วยโรคที่รักษาอย่างไรก็ไม่หาย แม้หมอหลวงจะพยายามอย่างสุดความสามารถ พระนางก็ยังคงทรงพระอาการทรุดลงเรื่อยๆ
พระเจ้าอัชชุคะทรงเสียพระทัยเป็นยิ่งนัก พระองค์ทรงพยายามหาหมอดีที่สุดจากทั่วสารทิศ แต่ก็ไร้ผล
พระนางสิริมาทรงทราบถึงความทุกข์ของพระสวามี จึงตรัสกับพระองค์ด้วยเสียงอันแผ่วเบา “ข้าแต่พระสวามี หากหมอใดสามารถรักษาข้าพเจ้าให้หายได้ ข้าพเจ้าจะยอมทำตามคำขอของหมอนั้นทุกประการ”
พระเจ้าอัชชุคะทรงได้ยินดังนั้น ก็ทรงมีพระดำริว่า “หากมีผู้ใดสามารถรักษาพระมเหสีของเราได้ แม้จะต้องยอมรับเงื่อนไขใดๆ เราก็จะยอมทำ”
ข่าวนี้ได้แพร่สะพัดไปทั่วเมือง จนกระทั่งไปถึงหูของหมอผีตาบอดคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในป่าลึก หมอผีคนนี้มีชื่อเสียงในด้านการใช้มนต์ดำและคาถาอาคม
เมื่อหมอผีทราบเรื่อง ก็เกิดความโลภในกามคุณ เขาคิดว่า “นี่เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ครอบครองพระมเหสีอันงดงาม เราจะไปเสนอตัวรักษา แล้วขอพระนางเป็นค่าตอบแทน”
หมอผีจึงเดินทางมายังพระราชวัง และกราบทูลพระเจ้าอัชชุคะว่า “ข้าแต่พระองค์ ข้าพเจ้าสามารถรักษาพระมเหสีของพระองค์ให้หายได้ แต่มีข้อแม้ว่า เมื่อพระมเหสีหายประชวรแล้ว พระองค์ต้องพระราชทานพระนางให้แก่ข้าพเจ้า”
พระเจ้าอัชชุคะทรงกริ้วเป็นอย่างยิ่ง “เจ้าบังอาจนัก! เจ้ากล้ามาขอพระมเหสีของเราเชียวหรือ! จงออกไปให้พ้น!”
แต่เมื่อทรงนึกถึงอาการประชวรของพระมเหสี และคำสัญญาที่ทรงให้ไว้ พระองค์ก็ทรงตรัสด้วยความปวดร้าวพระทัย “หากเจ้าสามารถรักษาพระมเหสีของเราให้หายได้จริง เราก็จะยอมทำตามคำขอของเจ้า”
หมอผีดีใจเป็นอย่างยิ่ง เขาเข้าไปร่ายมนต์คาถาตามที่ตนถนัด และให้พระนางสิริมาดื่มน้ำที่ผสมด้วยยาสมุนไพรพิสดาร
น่าอัศจรรย์! เพียงไม่นาน อาการประชวรของพระนางสิริมา ก็ค่อยๆ ดีขึ้น จนกระทั่งหายเป็นปกติ
เมื่อพระนางทรงหายประชวรแล้ว พระเจ้าอัชชุคะก็ทรงเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงปวดร้าวพระทัยเมื่อต้องทำตามสัญญา
แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง พระนางสิริมาทรงมีพระประสงค์จะทดสอบพระทัยของพระสวามี
พระนางจึงตรัสกับหมอผีว่า “ท่านหมอผู้มีฤทธิ์ หากท่านต้องการตัวข้าพเจ้าจริง ท่านจะต้องแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของท่านเสียก่อน”
“ท่านต้องการให้ข้าพเจ้าทำสิ่งใดเล่า พระมเหสี?” หมอผีถาม
“ท่านจงไปจับเสือร้ายที่อาศัยอยู่ในถ้ำลึกกลางป่า มาถวายข้าพเจ้า หากท่านทำได้ ข้าพเจ้าก็จะยอมไปกับท่าน” พระนางตรัส
หมอผีตกลง เขาออกเดินทางเข้าป่าลึก ไปยังถ้ำที่เสือร้ายอาศัยอยู่ เมื่อพบเสือร้าย เขาก็ร่ายมนต์คาถาเพื่อสะกดเสือ
แต่ทว่า อำนาจมนต์ดำของหมอผีนั้น มิอาจสะกดเสือร้ายได้ เสือร้ายคำรามกึกก้อง และเข้าตะครุบหมอผี
ด้วยฤทธิ์เดชของเสือร้าย หมอผีไม่อาจต้านทานได้ เขาสิ้นใจตายในที่สุด
เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงกำหนด หมอผีก็ยังไม่กลับมา พระเจ้าอัชชุคะทรงสงสัย จึงส่งทหารออกไปตามหา
ทหารได้พบศพของหมอผีที่ถูกเสือกินไปบางส่วน
เมื่อทราบความจริง พระเจ้าอัชชุคะทรงถอนหายใจด้วยความโล่งอก พระองค์ทรงได้พระมเหสีกู่คืนกลับมา
พระนางสิริมาทรงทราบเรื่องราวทั้งหมด ก็ทรงรู้สึกปลาบปลื้มในพระทัยของพระสวามีเป็นอย่างยิ่ง
“ข้าแต่พระสวามี พระองค์ทรงเป็นพระราชาผู้ทรงไว้ซึ่งสัจจะวาจา แม้จะต้องเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง แต่พระองค์ก็ยังทรงรักษาคำมั่นสัญญา” พระนางตรัส
พระเจ้าอัชชุคะทรงตอบ “แต่หากไม่มีอุบายของพระมเหสี เราก็คงจะต้องเสียพระมเหสีอันเป็นที่รักไป”
ทั้งสองพระองค์ทรงระลึกได้ว่า การรักษาคำพูดเป็นสิ่งสำคัญ แต่การใช้ปัญญาในการแก้ไขสถานการณ์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
อัชชุคชาดกสอนให้รู้ว่า การรักษาคำพูดเป็นสิ่งสำคัญ แต่การใช้ปัญญาและความเฉลียวฉลาดในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จะช่วยให้รอดพ้นจากสถานการณ์ที่ยากลำบากได้ และความดีงามย่อมชนะความชั่วร้ายเสมอ
— In-Article Ad —
การรักษาคำพูดเป็นสิ่งสำคัญ แต่การใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาจะนำพาไปสู่ชัยชนะ
บารมีที่บำเพ็ญ: สัจจบารมี
— Ad Space (728x90) —
192ทุกนิบาตมหาปทุมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานแสนนานมาแล้ว ณ แคว้นอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งทรงพระน...
💡 การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักเป็นเรื่องทุกข์ แต่หากเราสามารถมองเห็นความจริงของสรรพสิ่งตามความเป็นจริง คือ ความไม่เที่ยง (อนิจจัง) ความเป็นทุกข์ (ทุกขัง) และความไม่มีตัวตน (อนัตตา) เราจะสามารถปล่อยวางความทุกข์ และพบกับความสงบที่แท้จริงได้ การออกบวชและการบำเพ็ญเพียรเป็นหนทางหนึ่งที่จะนำไปสู่การหลุดพ้นจากทุกข์.
199ทุกนิบาตสัญชัยชาดกนานมาแล้ว ในเมืองสาวัตถี พระโพธิสัตว์ทรงเสวยพระชาติเป็น 'สัญชัย' พราหมณ์ผู้มีบุตรชาย 2 คน ...
💡 ความดีที่แท้จริง มาจากการกระทำด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์และการไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ใช่การประกอบพิธีกรรม หรือการยึดติดในประเพณีที่ผิด
112เอกนิบาตอัคคปัตตชาดก ณ กรุงสาวัตถีอันเจริญ มีท่านเศรษฐีผู้มั่งคั่งนามว่า อัคคปัตตะ ท่านเป็นผู้มีจิตใจเอื้อเฟ...
💡 การให้ทานที่แท้จริงคือการให้ชีวิต ให้ความรู้ และให้โอกาส ซึ่งเป็นการสร้างบุญกุศลที่ยั่งยืน
4เอกนิบาตณ กรุงพาราณสี อันรุ่งเรืองด้วยพระบารมีของพระโพธิสัตว์ที่เสวยพระชาติเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม มีเร...
💡 ความผิดพลาดในอดีตไม่ได้ตัดสินคุณค่าของคนในปัจจุบัน การให้อภัยและการให้โอกาสสามารถนำพาผู้คนไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ และความสำเร็จที่แท้จริงนั้นเกิดจากการกระทำที่สุจริตและเปี่ยมด้วยคุณธรรม
535มหานิบาตวชิรชาดก ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง ในอดีตกาลนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นบุตรของเศรษฐีผู้มั่งค...
💡 ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ ที่จะนำพามาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความไว้วางใจ
182ทุกนิบาตมหาอุตตระชาดก ในสมัยพุทธกาล ณ แคว้นกาสี มีนครชื่อว่า โกสัมพี เมืองแห่งความเจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่ง ...
💡 ความบริสุทธิ์แห่งจิตใจและศรัทธา นำมาซึ่งการปลดปล่อยและผลบุญ
— Multiplex Ad —