
ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอดีตชาติอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงบำเพ็ญพระบารมีเป็นพระโพธิสัตว์ พระองค์ได้เสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ทรงพระนามว่า สัมพาหุราชกุมาร พระโอรสของพระเจ้ากาสิกราช ผู้ครองกรุงพาราณสี พระองค์ทรงมีพระสิริโฉมงดงาม ผุดผ่องดุจทองคำ และทรงมีพระสติปัญญาเฉลียวฉลาดเป็นเลิศ
วันหนึ่ง พระสัมพาหุราชกุมารทรงประชวรด้วยโรคไข้หนัก แพทย์หลวงทั้งปวงต่างก็พยายามรักษาด้วยสรรพวิชา แต่ก็ไม่สามารถระงับอาการได้ พระอาการของพระองค์ก็ทรงทุรนทุรายไปทุกขณะ พระบิดาคือพระเจ้ากาสิกราช ทรงเป็นทุกข์พระทัยเป็นที่สุด ทรงเฝ้าดูพระโอรสด้วยความเศร้าโศก
ในขณะเดียวกันนั้นเอง มีหมอผีผู้หนึ่งซึ่งได้ยินข่าวเรื่องการประชวรของพระสัมพาหุราชกุมาร เขาเป็นหมอผีที่มีความชั่วร้ายและมีจิตใจมุ่งร้าย เขาได้เดินทางมายังกรุงพาราณสี พร้อมกับอุบายอันแยบยล โดยอ้างตัวว่าเป็นหมอผู้มีวิชาอาคมอันแก่กล้า สามารถรักษาอาการป่วยไข้ที่ซับซ้อนได้
“ข้าแต่พระเจ้ากาสิกราช” หมอผีกล่าว ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม “ข้าพเจ้าได้ยินข่าวการประชวรของพระสัมพาหุราชกุมาร ข้าพเจ้ามีความรู้ความสามารถที่จะรักษาให้พระองค์หายจากอาการประชวรได้”
พระเจ้ากาสิกราช ทรงมีพระทัยเปี่ยมไปด้วยความหวัง ทรงรีบตรัสถาม “ท่านหมอผู้มีวิชา จงบอกมาเถิดว่าท่านต้องการสิ่งใดในการรักษาพระโอรสของข้า?”
หมอผีแสร้งทำทีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าวว่า “ข้าแต่พระองค์ การรักษาพระสัมพาหุราชกุมารนั้น ต้องใช้หัวใจของมนุษย์ที่บริสุทธิ์ นำมาปรุงเป็นยา”
พระเจ้ากาสิกราช ทรงตกพระทัยเป็นอย่างยิ่ง หัวใจมนุษย์บริสุทธิ์! เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยที่พระองค์จะทรงหามาได้ แต่ด้วยความรักพระโอรสอย่างสุดซึ้ง พระองค์ก็ทรงถามต่อไปด้วยความสิ้นหวัง “ท่านหมอผู้มีวิชา มีวิธีอื่นใดอีกหรือไม่?”
หมอผีหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วกล่าวว่า “มีอีกวิธีหนึ่ง แต่ก็ยากยิ่งนัก นั่นคือหัวใจของพญานาค ผู้มีฤทธิ์ มีพิษร้ายแรง แต่หากใครสามารถเอาชนะพญานาคได้ และนำหัวใจมาปรุงเป็นยา พระสัมพาหุราชกุมารก็จะหายจากอาการประชวรได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น พระสัมพาหุราชกุมาร ซึ่งทรงพอจะทรงทราบเล่ห์กลของหมอผีผู้นี้แล้ว ทรงลุกขึ้นมาประทับนั่งอย่างอ่อนแรง แต่ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ ทรงตรัสขึ้นว่า “ข้าแต่พระบิดา หมอผู้นี้มีความรู้ที่เกินธรรมดา ข้าพระองค์จะขออาสาไปเอาหัวใจพญานาคมาเอง”
พระเจ้ากาสิกราช ทรงเป็นห่วงพระโอรสอย่างยิ่ง ทรงห้ามปรามสุดกำลัง “สัมพาหุโอรสของเรา อย่าได้ทำเช่นนั้นเลย การไปเผชิญหน้ากับพญานาคนั้นอันตรายยิ่งนัก”
แต่พระสัมพาหุราชกุมาร ทรงยืนยันที่จะไป พระองค์ทรงทราบดีว่าหมอผีผู้นี้มีเจตนาที่จะให้พระองค์ไปตาย เพื่อจะได้แย่งชิงราชสมบัติ แต่ด้วยพระปัญญาอันล้ำเลิศ พระองค์ก็ทรงมีแผนการของพระองค์เอง
“ข้าแต่พระบิดา” พระสัมพาหุราชกุมารตรัส “ขอให้พระองค์ทรงอนุญาตเถิด หากข้าพระองค์ไปมิได้ พระองค์ก็จะต้องเสียพระโอรสไปอยู่วันยังค่ำ”
ในที่สุด พระเจ้ากาสิกราช ก็ทรงจำต้องยอมตามพระประสงค์ของพระโอรส ด้วยพระทัยที่เต็มไปด้วยความกังวลและหวั่นวิตก
พระสัมพาหุราชกุมาร ทรงเตรียมเครื่องมือสำหรับการเดินทางเพียงน้อยนิด และทรงอำลาพระบิดา จากนั้นก็ทรงมุ่งหน้าไปยังอาศรมของหมอผี
เมื่อไปถึง พระสัมพาหุราชกุมารทรงเห็นหมอผีกำลังเตรียมน้ำมนตร์และเครื่องรางของขลังต่างๆ
“ท่านหมอ” พระสัมพาหุราชกุมารตรัส “ข้าพระองค์พร้อมแล้วสำหรับการเดินทาง”
หมอผีแสร้งทำเป็นดีใจ “ดีมาก! ดีมาก! พระกุมาร ต้องไปให้เร็วที่สุด!”
จากนั้น หมอผีก็ได้มอบยาพิษชนิดหนึ่งให้แก่พระสัมพาหุราชกุมาร “นี่คือยาที่จะช่วยให้ท่านแข็งแรงในการเดินทาง และจะช่วยป้องกันอันตรายทั้งปวง”
พระสัมพาหุราชกุมาร ทรงรับยามา แต่ทรงรู้ดีว่ามันคือยาพิษอันร้ายกาจ พระองค์ทรงนำยาพิษนั้นไปแอบซ่อนไว้ในถุงผ้า แล้วทรงแสร้งทำเป็นดื่มเข้าไป
“ขอบคุณท่านหมอ” พระสัมพาหุราชกุมารตรัส “ข้าพระองค์จะรีบไปนำหัวใจพญานาคมาให้โดยเร็วที่สุด”
พระสัมพาหุราชกุมาร ทรงออกจากอาศรมของหมอผี แล้วทรงมุ่งหน้าไปยังแม่น้ำอันเชี่ยวกราก ซึ่งเป็นที่เล่าลือกันว่า เป็นที่อาศัยของพญานาค
เมื่อไปถึงริมแม่น้ำ พระสัมพาหุราชกุมารทรงระลึกถึงพระพุทธคุณ และทรงตั้งจิตอธิษฐาน “ข้าแต่พระพุทธเจ้า ขอพระองค์ทรงโปรดคุ้มครองข้าพระองค์ด้วยเทอญ”
จากนั้น พระองค์ก็ทรงกระโดดลงสู่แม่น้ำอันเชี่ยวกราก ทรงว่ายน้ำไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าสู่ก้นบึ้งของแม่น้ำ
เมื่อไปถึงก้นแม่น้ำ พระองค์ทรงพบกับถ้ำอันใหญ่โต ประตูถ้ำนั้นปิดสนิท ทันใดนั้นเอง ประตูถ้ำก็เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นพญานาคตนหนึ่ง ลำตัวใหญ่โต สีเขียวมรกต เกล็ดพราวระยับ ดวงตาแดงก่ำ
“เจ้ามนุษย์ผู้ใด กล้ามาสู่บาดาลของเรา!” เสียงของพญานาค ดังกึกก้องไปทั่ว
พระสัมพาหุราชกุมาร ทรงยืนหยัดอย่างมั่นคง ไม่ทรงเกรงกลัวแม้แต่น้อย “ข้าแต่พญานาคผู้ยิ่งใหญ่ ข้าพระองค์คือสัมพาหุราชกุมารแห่งกรุงพาราณสี ข้าพระองค์มาเพื่อขอหัวใจของท่าน”
พญานาค หัวเราะเสียงดัง “ฮ่าๆๆ! เจ้ามนุษย์น้อย ช่างกล้าหาญนัก! เจ้าคิดว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้อย่างไร?”
“ข้าพระองค์มิได้มาเพื่อต่อสู้กับท่าน” พระสัมพาหุราชกุมารตรัส “แต่ข้าพระองค์มาเพื่อขอหัวใจของท่าน เพื่อนำไปรักษาชีวิตของข้าพระองค์”
พญานาค ทรงประหลาดใจ “รักษาชีวิต? เจ้าป่วยไข้รึ?”
“ใช่” พระสัมพาหุราชกุมารตรัส “แต่หากท่านไม่ประสงค์จะให้ ข้าพระองค์ก็จะยอมตาย”
พญานาค ชื่นชมในความกล้าหาญและความเสียสละของพระสัมพาหุราชกุมาร ทรงเห็นว่าพระกุมารมีจิตใจที่บริสุทธิ์ จึงทรงตรัสว่า “เอาเถิด สัมพาหุราชกุมาร เราจะให้หัวใจของเจ้า แต่มีเงื่อนไข”
“เงื่อนไขใดเล่า?” พระสัมพาหุราชกุมารถาม
“เจ้าต้องสาบานว่า จะไม่นำหัวใจของเราไปทำร้ายผู้บริสุทธิ์ หรือผู้ที่ไม่ได้ทำความผิด” พญานาคกล่าว
พระสัมพาหุราชกุมาร ทรงรับคำสาบาน “ข้าพระองค์ขอสาบาน จะไม่นำหัวใจของท่านไปทำร้ายผู้บริสุทธิ์ หรือผู้ที่ไม่ได้ทำความผิด”
เมื่อทรงได้รับคำสาบานแล้ว พญานาค ก็ทรงมอบหัวใจของตนเองให้แก่พระสัมพาหุราชกุมาร หัวใจนั้นมีสีแดงฉาน ส่องประกายเรืองรอง
พระสัมพาหุราชกุมาร ทรงรับหัวใจมาด้วยความเคารพ แล้วทรงกล่าวขอบคุณพญานาค ก่อนที่จะว่ายน้ำกลับขึ้นสู่ฝั่ง
เมื่อพระสัมพาหุราชกุมารทรงกลับมาถึงอาศรมของหมอผี หมอผีเห็นพระกุมารกลับมา ก็ตกใจเป็นอย่างยิ่ง
“เป็นไปได้อย่างไร!” หมอผีอุทาน “เจ้าไม่น่าจะกลับมาได้!”
“ข้าพระองค์กลับมาแล้ว” พระสัมพาหุราชกุมารตรัส “และนี่คือหัวใจของพญานาค”
พระสัมพาหุราชกุมาร ทรงยื่นหัวใจของพญานาคให้แก่หมอผี หมอผีรีบแย่งชิงหัวใจไปอย่างรวดเร็ว
“ในที่สุด!” หมอผีกล่าวอย่างยินดี “ยาของข้าจะสำเร็จแล้ว”
หมอผี นำหัวใจพญานาคไปปรุงเป็นยาตามพิธีของตนเอง ท่ามกลางความสงสัยของพระสัมพาหุราชกุมาร
เมื่อปรุงยาเสร็จแล้ว หมอผี ก็ยื่นยาให้กับพระสัมพาหุราชกุมาร “จงดื่มยานี้ แล้วเจ้าจะหายจากโรคภัยไข้เจ็บ”
พระสัมพาหุราชกุมาร ทรงรับยามา แต่ทรงไม่ดื่ม พระองค์ทรงสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างในพิธีของหมอผี
“ท่านหมอ” พระสัมพาหุราชกุมารตรัส “ก่อนที่ข้าพระองค์จะดื่มยานี้ ขอท่านจงอธิบายให้ข้าพระองค์ฟังหน่อย ว่าทำไมยาจึงต้องมีรูปร่างเช่นนี้”
หมอผี รู้สึกประหลาดใจที่พระกุมารถามเช่นนั้น แต่ก็พยายามตอบไปอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม “อ๋อ... คือว่า... ยานี้พิเศษนัก ต้องผสมผสานพลังของพญานาคกับยาพิษที่ข้าให้เจ้าไปเมื่อครู่นี้”
“ยาพิษ?” พระสัมพาหุราชกุมารตรัส “ท่านเคยให้ยาพิษแก่ข้าพระองค์?”
เมื่อถูกจับได้ หมอผี ก็หน้าซีดเผือด ไม่สามารถตอบอะไรได้
ในขณะนั้นเอง พระสัมพาหุราชกุมาร ก็ทรงหยิบถุงผ้าที่ซ่อนยาพิษไว้ขึ้นมา แล้วทรงโปรยยาพิษนั้นใส่หมอผี
“อุ๊ย!” หมอผีร้องด้วยความตกใจ “นี่มันยาพิษ!”
ยาพิษนั้น ทำพิษร้ายแรงต่อหมอผี ทำให้เขาค่อยๆ กลายร่างเป็นงูเหลือมตัวใหญ่ แล้วก็ขาดใจตายไปในที่สุด
พระสัมพาหุราชกุมาร ทรงเห็นดังนั้น ก็ทรงทราบทันทีว่า หมอผีผู้นั้นมีเจตนาที่จะให้พระองค์ตาย เพื่อจะได้แย่งชิงราชสมบัติ
พระสัมพาหุราชกุมาร ทรงนำหัวใจพญานาคกลับไปยังกรุงพาราณสี พระเจ้ากาสิกราช ทรงดีพระทัยเป็นอย่างยิ่งเมื่อเห็นพระโอรสกลับมาอย่างปลอดภัย
พระสัมพาหุราชกุมาร ทรงนำหัวใจพญานาคไปปรุงเป็นยาถวายพระบิดา และก็ทรงปรุงยาถวายพระองค์เองด้วย
แต่ด้วยพระปัญญาอันล้ำเลิศ พระองค์ทรงทราบดีว่า โรคที่พระองค์ประชวรนั้นมิใช่โรคทางกาย แต่เป็นโรคแห่งความโลภโมโทสันที่เกิดจากหมอผี
ดังนั้น พระสัมพาหุราชกุมาร จึงทรงนำยาที่ปรุงจากหัวใจพญานาคไปทิ้งเสีย แล้วทรงบำเพ็ญทาน รักษาศีล เจริญภาวนา
เมื่อพระองค์ทรงปฏิบัติธรรม พระอาการประชวรของพระองค์ก็ค่อยๆ ดีขึ้น จนหายเป็นปกติ
พระเจ้ากาสิกราช ทรงเห็นพระปรีชาสามารถและความดีงามของพระสัมพาหุราชกุมาร ทรงมีความปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง
พระสัมพาหุราชกุมาร ทรงครองราชสมบัติด้วยทศพิธราชธรรม ทรงเป็นที่รักของประชาชน และทรงสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่กรุงพาราณสี
ความฉลาดและปัญญาประเสริฐกว่ากำลังกาย
การมีจิตใจที่กล้าหาญและเสียสละ สามารถเอาชนะอุปสรรคที่ยากลำบากได้
การไม่หลงเชื่อคำลวงของผู้มีจิตใจคดโกง
การบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา เป็นหนทางสู่ความสุขที่แท้จริง
เมตตาบารมี
วิริยบารมี
ขันติบารมี
ปัญญาบารมี
— In-Article Ad —
ความฉลาดและปัญญาประเสริฐกว่ากำลังกาย
บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตาบารมี
— Ad Space (728x90) —
75เอกนิบาตสุภวาหุชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่พระโพธิสัตว์ยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ชาติหนึ่ง ได้เสวยพระช...
💡 การทำความดี ย่อมส่งผลดีกลับคืนมาเสมอ แม้ในยามที่เราตกยาก ผู้อื่นก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเรา การช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เพียงการแสดงความเมตตา แต่เป็นการสร้างบุญบารมี ที่จะส่งผลดีแก่ตัวเราในภายภาคหน้า
5เอกนิบาตสัตตบุรุษชาดกในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีเมืองสำคัญนามว่า ราชคฤห์ อันเป็นที่อยู่ของกษัตริย...
💡 การพิจารณาบุคคลด้วยปัญญาและการเลือกคบคนดี นำมาซึ่งความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง.
58เอกนิบาตความโลภที่ไม่สิ้นสุดณ ชายฝั่งทะเลอันกว้างใหญ่ ในดินแดนที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ มีหมู่บ้านชาวประม...
💡 ความโลภที่ไม่มีที่สิ้นสุดย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ การรู้จักพอเพียงคือความสุขที่แท้จริง.
31เอกนิบาตกษัตริย์ผู้ทรงเสียสละเพื่อพสกนิกรณ อาณาจักรมหาวัน อันเป็นอาณาจักรที่กว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์ แต่กลับต...
💡 การเสียสละเพื่อส่วนรวมย่อมเป็นที่จดจำและเป็นมหากุศล
251ติกนิบาตมหาปิงคลชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์หนุ่มผู้มีปัญญาเฉลียว...
💡 ความรู้ที่แท้จริงคือการนำไปใช้เพื่อประโยชน์ผู้อื่น การช่วยเหลือผู้อื่นคือการสร้างบุญบารมี
1เอกนิบาตมหาปทุมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี มีพระโพธิสัตว์ชาติหนึ่งได้เสวยพระชาติเ...
💡 ความเพียร สติ และคุณธรรม นำพาไปสู่ความพ้นทุกข์
— Multiplex Ad —